“ดร.โอฬาร” ชี้ “ทักษิณ”โผล่คุยปธน.อินโดฯเป็นเรื่องบุคคล อย่าตีความรัฐเปิดช่องใช้อำนาจแสวงผลประโยชน์ส่วนตัว

"ดร.โอฬาร" ชี้ "ทักษิณ"โผล่คุยปธน.อินโดฯเป็นเรื่องบุคคล อย่าตีความรัฐเปิดช่องใช้อำนาจแสวงผลประโยชน์ส่วนตัว

รศ.ดร.โอฬาร ถิ่นบางเตียว อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา แสดงความคิดเห็นกรณีการเดินทางไปต่างประเทศของนายทักษิณ ชินวัตร ว่า สังคมควรพิจารณาเรื่องดังกล่าวโดยยึดหลักการบริหารราชการแผ่นดินและหลักความรับผิดชอบของฝ่ายบริหารเป็นสำคัญ

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวว่า การเดินทางดังกล่าวเป็นการเดินทางในฐานะบุคคล มิใช่ภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล จึงไม่ควรนำไปตีความว่าเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินนโยบายต่างประเทศ หรือเป็นการใช้อำนาจแทนฝ่ายบริหารของรัฐ หรือมีบทบาทใดๆ ต่อรัฐ

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ทั้งนี้ ในระบอบประชาธิปไตย รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศตามรัฐธรรมนูญ เป็นองค์กรที่มีอำนาจและความรับผิดชอบโดยตรงในการกำหนดนโยบาย ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ ความมั่นคง และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ผ่านกลไกของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวงการต่างประเทศ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีอำนาจตามกฎหมายในการเจรจาและตัดสินใจในนามของประเทศไทย

รศ.ดร.โอฬาร ระบุว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล มีเสถียรภาพจากการได้รับการสนับสนุนจากเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร จึงมีความพร้อมในการใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญเพื่อขับเคลื่อนนโยบายและแก้ไขปัญหาทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ผ่านกลไกทางการทูตและความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐ ซึ่งเป็นแนวปฏิบัติมาตรฐานของทุกประเทศ

นอกจากนี้ แม้บุคคลที่เคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองจะมีประสบการณ์หรือความสัมพันธ์กับผู้นำต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นประโยชน์ในระดับความสัมพันธ์ส่วนบุคคล แต่ความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ใช่อำนาจรัฐ และไม่สามารถใช้ทดแทนอำนาจหน้าที่ของรัฐบาลได้ การตัดสินใจที่มีผลผูกพันต่อประเทศยังคงต้องดำเนินการผ่านรัฐบาลและหน่วยงานของรัฐตามที่กฎหมายกำหนด

 

รศ.ดร.โอฬาร กล่าวทิ้งท้ายว่า ประเด็นสำคัญที่สังคมควรยึดถือ คือการแยกบทบาทของ “บุคคล” ออกจาก “รัฐบาล” ให้ชัดเจน เพราะรัฐบาลคือผู้ใช้อำนาจบริหารตามรัฐธรรมนูญ มีหน้าที่กำหนดนโยบาย เจรจาระหว่างประเทศ และรับผิดชอบต่อประชาชน ขณะที่การเคลื่อนไหวของบุคคลภายนอกรัฐบาล แม้อาจได้รับความสนใจจากสังคม ก็ไม่อาจถือเป็นการใช้อำนาจรัฐหรือดำเนินภารกิจแทนรัฐบาลได้

พร้อมย้ำว่า รัฐบาลมีอำนาจ กลไก และเครื่องมือของรัฐที่เพียงพอในการผลักดันนโยบายและบริหารความสัมพันธ์กับต่างประเทศ โดยความเข้มแข็งของประเทศควรตั้งอยู่บนการทำงานของสถาบันรัฐและระบบราชการ มากกว่าการผูกความสำเร็จของนโยบายไว้กับบทบาทของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ส่องชื่อ "26 สว.สำรอง" จ่อเสียบหาก "26 สว." ตกเก้าอี้
แม่วอนช่วย! ลูกสาว 2 ขวบ 8 เดือน พิการแต่กำเนิด กลืนอาหารไม่ได้ ต้องใช้นมทางการแพทย์เดือนละ 16 กระป๋อง ค่าใช้จ่ายพุ่ง
"กรณ์" เปิดหนังสือ "กมธ.สหรัฐ" ยื่นรายชื่อกลุ่มบุคคล รวมอดีตรมต.ไทย เกี่ยวโยงเครือข่ายสแกมเมอร์ ส่งรัฐบาลกลางพิจารณาคว่ำบาตร
แม่ฮ่องสอน-กมธ.คมนาคม วุฒิสภา ลงพื้นที่แม่ฮ่องสอน เร่งแก้ปัญหาสายการบิน-ทางหลวง 108, 1095 รับท่องเที่ยวและภัยพิบัติ
จีนลั่นพร้อมปกป้องสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน
ซาอุฯกล่าวหาฮูตีโจมตีเมกกะลั่นเอาคืนแน่

ดู LIVE รายการ