“ดร.เชษฐา” ชี้ข่าวลือ “2 น. 1 พ.” ไม่มีน้ำหนักบ่งชี้รัฐบาลใกล้แตกหัก ดุลอำนาจพรรคร่วมฯยังราบรื่น ข่าวปล่อยแค่หวังลดทอนเชื่อมั่น

ผศ.ดร.เชษฐา ชี้ รัฐบาลยังมั่นคง ไร้จุดแตกร้าว นายกฯ ไม่สะเทือน แม้ข่าวลือโหมรายวัน

“ดร.เชษฐา” ชี้ข่าวลือ “2 น. 1 พ.” ไม่มีน้ำหนักบ่งชี้รัฐบาลใกล้แตกหัก ดุลอำนาจพรรคร่วมฯยังราบรื่น ข่าวปล่อยแค่หวังลดทอนเชื่อมั่น – Top News รายงาน

 

 

ผศ.ดร.เชษฐา ทรัพย์เย็น นักรัฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช แสดงความคิดเห็นต่อสถานการณ์การเมืองในช่วงที่มีกระแสข่าวเรื่องสมการ “2 น. 1 พ.” รวมถึงข่าวการผลักดัน “นายกฯ สำรองอักษร ศ.” ว่า กระแสดังกล่าวยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอที่จะสะท้อนว่ารัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤตหรือใกล้แตกหัก

ผศ.ดร.เชษฐา ระบุว่า ตลอดประวัติศาสตร์การเมืองไทย เมื่อรัฐบาลมีเสถียรภาพหรือถือครองอำนาจอย่างมั่นคง มักจะเกิดข่าวลือเรื่องความขัดแย้งภายใน หรือการเตรียมเปลี่ยนตัวผู้นำรัฐบาลขึ้นมาเป็นระยะ ซึ่งถือเป็นเครื่องมือทางการเมืองที่ถูกนำมาใช้เพื่อลดทอนความเชื่อมั่นของรัฐบาล หรือเพิ่มอำนาจต่อรองของกลุ่มการเมืองต่าง ๆ มากกว่าจะเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทันที

ทั้งนี้ แม้รัฐบาลจะเพิ่งเริ่มบริหารประเทศได้ไม่ถึงสามเดือน แต่กลับมีการจุดกระแสข่าวเรื่องความแตกแยกภายในค่ายสีน้ำเงิน รวมถึงข่าวการเตรียม “นายกรัฐมนตรีสำรอง” อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากเงื่อนไขทางการเมืองในปัจจุบัน ยังไม่พบปัจจัยสำคัญที่เพียงพอจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงสมการอำนาจ

ผศ.ดร.เชษฐา มองว่า ปัจจัยแรกคือการเมืองในภาพใหญ่ยังต้องคำนึงถึงจังหวะและดุลอำนาจของพรรคร่วมรัฐบาล การเปิดความขัดแย้งภายในในช่วงเวลานี้แทบไม่ก่อให้เกิดประโยชน์กับฝ่ายใด และยังไม่มีแรงจูงใจทางการเมืองมากพอที่จะนำไปสู่การแตกหัก

 

ข่าวที่น่าสนใจ

นอกจากนี้ ในกลุ่มการเมืองฝ่ายอนุรักษ์นิยมก็ยังไม่ปรากฏบุคคลที่สามารถก้าวขึ้นมาทดแทนบทบาทของนายกรัฐมนตรีได้อย่างสมบูรณ์ ทั้งในด้านเครือข่ายทางการเมือง ความสัมพันธ์กับระบบราชการ และศักยภาพในการประสานผลประโยชน์ของกลุ่มต่าง ๆ ทำให้การเปิดศึกกับผู้เล่นหลักในเวลานี้มีต้นทุนสูงกว่าผลประโยชน์ที่จะได้รับ

ในมุมของบุคลิกทางการเมือง ผศ.ดร.เชษฐา เห็นว่า ทั้งนายกรัฐมนตรีและแกนนำสำคัญของพรรคร่วมรัฐบาลต่างมีลักษณะเป็นนักการเมืองสายประนีประนอม ยืดหยุ่น และพร้อมหาทางออกร่วมกันมากกว่าการเผชิญหน้าแบบแตกหัก จึงทำให้โอกาสที่ความขัดแย้งจะลุกลามจนกระทบเสถียรภาพรัฐบาลยังมีไม่มาก

สำหรับการเปรียบเทียบกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้นำรัฐบาลในอดีตนั้น ผศ.ดร.เชษฐา ระบุว่า บริบททางการเมืองแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากโครงสร้างอำนาจในแต่ละยุคไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรนำมาเปรียบเทียบโดยตรง

ส่วนกระแสข่าวความขัดแย้งภายในกระทรวงมหาดไทย แม้จะเป็นประเด็นที่ถูกจับตามอง แต่ยังเป็นความขัดแย้งในระดับการบริหารงาน มากกว่าจะเป็นความขัดแย้งเชิงโครงสร้างทางการเมือง และหากจำเป็นก็ยังสามารถบริหารจัดการด้วยการปรับบทบาทบุคคล ลดแรงปะทะ หรือใช้เวลาในการคลี่คลายสถานการณ์ได้

 

ผศ.ดร.เชษฐา ยังมองว่า พรรคการเมืองที่เติบโตอย่างรวดเร็วย่อมเผชิญความเห็นที่แตกต่างภายในเป็นเรื่องปกติ การมี สส. ผู้บริหาร และเครือข่ายทางการเมืองเพิ่มขึ้น ย่อมนำมาซึ่งการปรับตัวภายใน ซึ่งอาจเป็นเพียงช่วงเปลี่ยนผ่านก่อนเข้าสู่สมดุลใหม่ มากกว่าจะเป็นสัญญาณของการแตกสลาย

ท้ายที่สุด ทุกพรรคการเมืองต่างตระหนักดีว่า การรักษาสถานะรัฐบาลผสมให้เดินหน้าต่อไป ยังคงให้ผลประโยชน์ทางการเมืองมากกว่าการเปิดศึกกันเอง
ด้วยเหตุนี้ กระแสข่าว “2 น. 1 พ.” และข่าว “นายกฯ สำรองอักษร ศ.” จึงควรถูกมองว่าเป็นความพยายามสร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมือง มากกว่าจะเป็นข้อเท็จจริงที่สะท้อนการเปลี่ยนแปลงของสมการอำนาจในเวลานี้

แม้การเมืองจะไม่มีสิ่งใดแน่นอนและอาจเปลี่ยนแปลงได้หากมีตัวแปรใหม่เกิดขึ้น แต่จากเงื่อนไขทั้งหมดที่ปรากฏในปัจจุบัน ยังไม่มีหลักฐานหรือปัจจัยที่มีน้ำหนักมากพอจะสรุปได้ว่ารัฐบาลกำลังเผชิญวิกฤตภายในจนถึงขั้นแตกหัก ตรงกันข้าม สิ่งที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นมากกว่าคือการประนีประนอม การปรับสมดุล และการรักษาเสถียรภาพของรัฐบาลผสม ซึ่งเป็นธรรมชาติของการเมืองไทยในทุกยุคสมัย

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เครื่องติดแล้ว!! "ทนายตั้ม" เดินหน้าลุยแหลก นัดเครือข่ายคนพิการฯ ยื่นหนังสือนายกฯ ร้องขอเป็นธรรมรื้อโควตาสลากฯโดนโกง ลั่นหลักฐานพร้อมมาก!??
โคราชเปิดปฏิบัติการฟ้าสาง บุกจับแก๊งตระเวนลักมันสำปะหลัง ชาวบ้านเดือดร้อนกว่า 20 ราย พบ 2 ผู้ต้องหา ซ่อนตัวในห้องน้ำกลางความมืด
เส้นทางชีวิตเซียน!! "โทน บางแค" ส่งคืนทรัพย์สิน 11 รายการ บ้านที่ดิน รถยนต์ Bentley นาฬิกา-กระเป๋าแบรนด์เนม ให้ "มาดามเก่ง" แล้ว ตีมูลค่าให้ 60 ล้าน เหลือหนี้ค้างจ่ายอีกกว่า 262 ล้าน
เจ้าหน้าที่รวบ "อัสนัน" ตามหมายจับ พบเชื่อมโยง ลอบวางเพลิงโรงโม่หินยะลา
เพิ่มมั่นใจแก้ศก.ถูกทาง!!! "3 สถาบันจัดอันดับโลก" ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือไทย เป็นระดับ "มีเสถียรภาพ" ผลพวงการเมืองมั่นคง นโยบายการคลัง เอื้อการลงทุนต่างชาติ
ขัดใจท่านผู้นำ!! "ทรัมป์" สั่งแบนสื่อระดับโลกเข้าทำเนียบขาว อ้างนำเสนอข่าวปลอม โดนโต้รัวๆนี่คือการละเมิดสิทธตามรัฐธรรมนูญ

ดู LIVE รายการ