“โฆษกรัฐบาล” ไม่ขัดปชป.ยื่นศาลรธน.วินิจฉัยพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ย้ำยึดวินัยการเงินการคลัง ยันจำเป็นต้องใช้เงินบรรเทาค่าครองชีพ ปรับโครงสร้างพลังงานประเทศ

"โฆษกรัฐบาล" ไม่ขัดปชป.ยื่นศาลรธน.วินิจฉัยพ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้าน ย้ำยึดวินัยการเงินการคลัง ยันจำเป็นต้องใช้เงินบรรเทาค่าครองชีพ ปรับโครงสร้างพลังงานประเทศ

กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij ออกมาโพสต์ข้อความระบุว่า #ประชาธิปัตย์ มีมติยื่นศาลรัฐธรรมนูญ ร้องเรียนการออก พรก. กู้เงิน 400,000 ล้านบาทว่าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ
โดยปกติรัฐบาลสามารถขาดดุลได้ตามกฎหมาย ปีนี้ก็ใช้เงินเกินกว่ารายได้ไปกว่า 700,000 ล้าน ปี 2570 ก็ตั้งใจจะขาดดุลอีกเกือบ 800,000 ล้าน
รัฐธรรมนูญเปิดช่องให้รัฐบาลสามารถกู้เพิ่มจากเพดานเงินกู้งบประมาณเพียงในกรณีที่ต้องใช้เงินเร่งด่วน “เพื่อรักษาความมั่นคงในระบบเศรษฐกิจ” และเป็นกรณีที่ “จำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้” เท่านั้น!
กรณีในอดีตที่มีการออก พรก. คือ ต้มยำกุ้ง แฮมเบอร์เกอร์ และโควิด ซึ่งในทั้งสามกรณีนั่นเศรษฐกิจวิกฤติระดับ GDP ติดลบ หากไม่ออก พรก.จะส่งผลต่อความมั่นคงโดยรวม
วันนี้ไม่ใช่ ปัญหาพลังงาน เพิ่มภาระให้กับประชาชนจริง แต่การแก้ที่ถูกต้องไม่ได้แก้ด้วยการกู้เงินมาอัดฉีดในระบบ ส่วนโครงการโซลาร์ที่รัฐบาลจะใช้เงิน พรก.ก็เป็นลักษณะโครงการที่ควรใช้เงินงบประมาณปกติได้
รัฐบาลควรเร่งออก พรบ.โอนงบประมาณ ซึ่งจะได้งบกลับคืนมาใช้ตามที่รัฐบาลเห็นว่าเหมาะสมอีก 50,000 ล้านบาท บวกกับรัฐบาลยังมีเพดานเงินกู้ในปีงบประมาณปัจจุบันอีก 17,000 ล้านบาทที่สามารถใช้ได้ผ่านการออกงบกลางปี
และถ้ารัฐบาลจริงใจต่อการช่วยลดค่าใช้จ่ายให้ประชาชน รัฐบาลควรปรับลดภาษีสรรพสามิตนํ้ามัน 7 บาทต่อลิตร ซึ่งเป็นวิธีที่ประชาชนทุกคนจะได้ประโยชน์ ทั้งจากค่านํ้ามันที่ลดลง และจากราคาสินค้าที่ไม่ต้องปรับสูงขึ้นจากต้นทุนการผลิตและต้นทุนการขนส่งที่เพิ่มขึ้น
อย่าเอาทุกเหตุผลที่ประชาชนเดือดร้อนมาอ้าง เพียงเพื่อให้รัฐบาลได้ตีเช็คเปล่าโดยไม่ด่วนจริงมาใช้มือเติบเลยครับ มีช่องทางในการใช้ทักษะบริหารราชการแผ่นดินแบบมีวินัยการคลังที่ยังสามารถทำได้อยู่..
ดังนั้น ไม่นับเป็นการเร่งด่วน “อันมิอาจหลีกเลี่ยงได้” แน่นอน

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

วันที่ 6 พ.ค.2569  ล่าสุด นางสาวรัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตอบคำถามผู้สื่อข่าว กรณีที่พรรคประชาธิปัตย์เตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยการออกพระราชกำหนดกู้เงินของรัฐบาลว่า มีความจำเป็นและเร่งด่วนหรือไม่นั้น ถือเป็นการใช้สิทธิตามกระบวนการกฎหมาย แต่ในส่วนของฝ่ายบริหาร รัฐบาลยืนยันว่า การเร่งออกมาตรการเพื่อบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและค่าครองชีพเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่ไม่อาจรอได้

นางสาวรัชดา กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์โลก โดยเฉพาะราคาพลังงานที่ผันผวน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน ต้นทุนภาคการผลิต และความสามารถในการแข่งขันของประเทศ หากไม่เร่งมีมาตรการรองรับ อาจนำไปสู่ความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อสูงควบคู่กับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในระยะถัดไป ซึ่งจะแก้ไขได้ยากกว่าปัจจุบันหลายเท่า

ทั้งนี้ รัฐบาลได้กำหนดแนวทางดำเนินการใน 2 มิติสำคัญ ได้แก่ การเร่งบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนและลดต้นทุนภาคการผลิต โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรม ควบคู่กับการปรับโครงสร้างการใช้พลังงานของประเทศ เพื่อลดการพึ่งพาพลังงานฟอสซิลและสร้างความมั่นคงด้านพลังงานสู่ผลระยะยาว

นางสาวรัชดา กล่าวต่อว่า ที่มีการมองว่ายังไม่จำเป็นต้องรีบ และเสนอให้ใช้กระบวนการงบประมาณปกติ ก็อยากให้เข้าใจความเป็นจริงว่างบประมาณปกติถูกจัดไว้ล่วงหน้า การปรับเปลี่ยนต้องใช้เวลา ทำให้เกิดความล่าช้า ที่สำคัญคือไม่เพียงพอที่จะสู้กับวิกฤตเนื่องจากเราอยู่ช่วงครึ่งหลังปีงบประมาณ กว่างบประมาณใหม่จะเริ่มในเดือนตุลาคมซึ่งไม่ทันให้เรารับมือกับวิกฤตตอนนี้

ดังนั้น จึงจำเป็นต้องใช้กลไกพระราชกำหนดเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจสามารถเดินหน้าได้อย่างทันท่วงที

พร้อมกันนี้ รัฐบาลยืนยันว่า การดำเนินการดังกล่าวยังคงอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลัง โดยไม่กระทบต่อเพดานหนี้สาธารณะที่กำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ 70 ของ GDP และทุกโครงการจะอยู่ภายใต้ระบบกลั่นกรอง ตรวจสอบ และเปิดเผยข้อมูลต่อสาธารณะอย่างโปร่งใส

 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรียังกล่าวด้วยว่า รัฐบาลได้วางไทม์ไลน์การช่วยเหลือประชาชนไว้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส-คนละครึ่ง” ที่ตั้งเป้าเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ และยังมีการเพิ่มเงินแก่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วย เพื่อให้เงินถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด และยังเป็นการช่วยกระจายเม็ดเงินสู่ระบบเศรษฐกิจ

“รัฐบาลมีหน้าที่ต้องตัดสินใจบนพื้นฐานของความจำเป็นในการดูแลประชาชนและประคับประคองเศรษฐกิจประเทศให้ผ่านพ้นวิกฤต การดำเนินการทุกขั้นตอนจึงมุ่งให้เกิดผลช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว ควบคู่กับความรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ ส่วนฝ่ายค้านก็คงมีดุลพินิจที่แตกต่างไป” นางสาวรัชดา กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"สส.สุพล" หนุนรัฐช่วยติดโซลาร์ครัวเรือน 5 หมื่น ลดภาระค่าไฟประชาชน พร้อมเร่งศึกษาไบโอดีเซล B20-B30 ลดต้นทุนพลังงาน เพิ่มรายได้เกษตรกร
อย่าปากพล่อย!!"ผอ.JIC" เตือนกัมพูชาพูดให้ครบ ไทยไม่เคยอ้างเหตุ "ปราบสแกมเมอร์" เปิดศึกทหารเขมร รุกล้ำดินแดนชาติเพื่อนบ้าน
“เทพไท” จี้ กกต.สอบปม “ฮั้ว สว.” ทุกกลุ่ม ย้ำใช้มาตรฐานเดียวกัน ตรวจสอบเส้นเงิน-โพย-เครือข่าย
ลุ้นระทึก! น้ำป่าแม่วางพัดช้างหาย ก่อนพบขึ้นฝั่งปลอดภัย แต่ควาญยังข้ามไปหาไม่ได้ น้ำไหลเชี่ยวจัด
"เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ" ทรงเป็นองค์ประธานในการแสดงแบบชุดไทยพระราชนิยม ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
เปิดใจหนึ่งเดียว!! “ฝ่ายค้าน”อบต.ราชาเทวะ ลั่นไม่คุ้มค่า ค้านลงทุน "แลนด์มาร์ค โลกสุวรรณภูมิ" มูลค่าเฉียด 400 ล้าน แฉยับถลุงงบฯ 12 ล้านพาคนสูงวัย จนท.ทัวร์ดูงานเชียงใหม่

ดู LIVE รายการ