“ดร.ยุทธพร” ชี้สัญญาณเชิงบวก “มูดี้ส์” ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือไทย จากลบเป็นมีเสถียรภาพ แนะเร่งต่อยอดเพิ่มอันดับเครดิตปท.ในอนาคต

"ดร.ยุทธพร" ชี้สัญญาณเชิงบวก "มูดี้ส์" ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือไทย จากลบเป็นมีเสถียรภาพ แนะเร่งต่อยอดเพิ่มอันดับเครดิตปท.ในอนาคต

รศ.ดร.ยุทธพร อิสระชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช เปิดเผยความเห็นกรณี Moody’s Investors Service ประกาศปรับมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) ของประเทศไทยจาก “เชิงลบ” (Negative) เป็น “มีเสถียรภาพ” (Stable) เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2569 พร้อมคงอันดับเครดิตที่ระดับ Baa1 ว่า

ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกสำคัญ เปรียบเสมือน “ใบรับรองความเชื่อมั่น” ของเศรษฐกิจไทย ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลกในปัจจุบัน

ทั้งนี้ การปรับ Outlook ดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขเชิงสถิติ แต่สะท้อนถึงความสำเร็จของการดำเนินนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ของรัฐบาล โดยเฉพาะในมิติของ “เสถียรภาพทางการเมือง” และ “ความต่อเนื่องของนโยบาย” ซึ่ง Moody’s ให้ความสำคัญในฐานะปัจจัยหลักในการลดความเสี่ยงเชิงโครงสร้างของประเทศ

รศ.ดร.ยุทธพร ระบุว่า ในอดีตประเทศไทยมักเผชิญปัญหาความไม่ต่อเนื่องของนโยบายจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่รัฐบาลปัจจุบันสามารถผลักดันการปฏิรูปเชิงโครงสร้างได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งการปรับปรุงกฎระเบียบเพื่อสร้างเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ (New Growth Engines) และการเปิดเสรีในภาคพลังงาน ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนของการเปลี่ยนผ่านจากนโยบายระยะสั้นไปสู่การวางรากฐานการเติบโตอย่างยั่งยืน

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ในประเด็นหนี้สาธารณะ แม้มีการคาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้ต่อ GDP อาจเพิ่มขึ้นแตะร้อยละ 62 ในปี 2571 แต่หากพิจารณาเชิงคุณภาพ พบว่าเป็น การขาดดุลเพื่อการลงทุน มากกว่าการบริโภค โดยโครงสร้างหนี้ส่วนใหญ่เป็นสกุลเงินบาทและมีอายุยาว ช่วยลดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน ขณะที่ภาระดอกเบี้ยต่อรายได้รัฐบาลอยู่ที่ประมาณร้อยละ 6 ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้เมื่อเทียบกับประเทศในระดับเดียวกัน สะท้อนประสิทธิภาพในการบริหารหนี้ของภาครัฐ

นอกจากนี้ กลไก “Thailand Fast Pass” ที่ช่วยลดขั้นตอนการอนุมัติและอุปสรรคทางราชการ ยังเป็นตัวอย่างของนวัตกรรมนโยบายที่ตอบโจทย์ภาคเอกชน ทำให้การลงทุนเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่อง และมีศักยภาพในการดึงดูดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ในระยะยาว หากสามารถขยายผลได้ในวงกว้าง

ด้านปัจจัยต่างประเทศ รศ.ดร.ยุทธพร เห็นว่า ไทยยังมีความแข็งแกร่งเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะทุนสำรองระหว่างประเทศที่อยู่ในระดับสูง ครอบคลุมการนำเข้าได้ถึงประมาณ 7 เดือน รวมถึงสัดส่วนหนี้ระยะสั้นที่อยู่ในระดับต่ำ ช่วยเพิ่มความสามารถในการรับมือกับความผันผวนจากภายนอก เช่น นโยบายกำแพงภาษีของประเทศมหาอำนาจ

 

อย่างไรก็ตาม แม้การปรับ Outlook เป็น “Stable” จะเป็นสัญญาณเชิงบวก แต่รัฐบาลยังมีความท้าทายสำคัญในระยะถัดไป โดยเฉพาะการผลักดันนโยบายให้เกิดผลในทางปฏิบัติ (Policy Execution) อย่างเป็นรูปธรรม รวมถึงการดำเนินมาตรการการคลังแบบเจาะจง (Targeted Fiscal Support) ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ เพื่อให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจกระจายตัวอย่างทั่วถึง

“การยอมรับจากสถาบันระดับโลกในครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยต้องเร่งต่อยอด หากยังสามารถรักษาวินัยทางการคลังและจังหวะการดำเนินนโยบายได้อย่างต่อเนื่อง โอกาสในการปรับเพิ่มอันดับเครดิตในอนาคตก็มีความเป็นไปได้” รศ.ดร.ยุทธพร กล่าว

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

รองผู้ว่าฯ อิสรา ผนึกนายอำเภอเมืองชลบุรี ลุยแจกอาหาร 3,931 กล่อง ช่วยชาวบ้านสู้ภัยน้ำท่วม
จันทบุรียังอ่วม! น้ำป่าหลากท่วม “วังใหม่–วังโตนด” จมหนัก มวลน้ำไหลต่อท่าใหม่ ปภ.เปลี่ยนธงแดง เตือนน้ำแตะ 3 เมตร
"นายกฯอนุทิน" นำทีมตรวจ"คลองเปรมประชากร" ชี้ต้องยึดกม.เร่งแก้ปัญหารุกล้ำ เยี่ยมชาวบ้านหลักสี่ รับร้องทุกข์ข้าวกล่อง รถสุขาไม่เพียงพอ นัดประชุมครม.พิเศษ ถกพรุ่งนี้วันหยุดราชการ!!?
"ดร.ยุทธพร" ประเมินเหตุอุทกภัยล่าสุด อธิบายโครงสร้างบริหารจัดการน้ำท่วม "รัฐบาล" ยึดโมเดลน่าน แยก 3 ส่วนอำนาจ ใช้ดูแลปัญหาตามสถานการณ์
สื่อนอกเกาะติดสถานการณ์น้ำท่วมกรุงเทพ
เปิดตัวครั้งแรก! “ไมก้า” ดีไซเนอร์ Gen Z วัย 17 จับมือ Chayanna ตีความ “มูเตลู” ผ่านผ้าไหมไทยร่วมสมัย

ดู LIVE รายการ