ตอนนี้เราต้องยอมรับว่าประเทศไทยยังไม่ดึงดูดใจให้คนไทยอยากกลับไป ระบบในประเทศเรายังมีปัญหา ดังนั้นทางเลือกหนึ่งที่รัฐบาลต่อไปต้องพิจารณาคือทำอย่างไรให้สามารถดึงศักยภาพของคนไทยที่อยู่ไกลบ้านมาร่วมพัฒนาประเทศได้ เช่น คนไทยที่ย่าน Bay Area แคลิฟอร์เนีย ทำงานในอุตสาหกรรมไฮเทค คนไทยในนิวยอร์กที่ทำอุตสาหกรรมไฮทัช
ตนจึงสนับสนุนนโยบายของพรรคประชาชน ที่จะสร้าง “แพลตฟอร์มพลังสมอง” (Thai Global Talent & Ideas) เป็นช่องทางระดมความคิดจากคนไทยทั่วโลกที่มีความเชี่ยวชาญในประเด็นต่างๆ เชื่อมโยงข้อเสนอสู่หน่วยงานรัฐโดยตรง เช่นเดียวกับที่เอสโตเนียมีสิ่งที่เรียกว่า Talent pool รวมถึงการมีหน่วยงานที่ดูแลชีวิตของคนไทยในต่างประเทศอย่างครบวงจร เชื่อมโยงระบบพิสูจน์ตัวตนดิจิทัล ลดขั้นตอนการเดินทางและเอกสารซ้ำซ้อน พัฒนาระบบการเลือกตั้งนอกราชอาณาจักรให้สะดวกโปร่งใส จัดตั้งระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน (Thai SOS) ที่รวมศูนย์การแจ้งเหตุและติดตามผลการช่วยเหลือไว้ในจุดเดียว
ทั้งนี้ ชาวไทยในลอสแอนเจลิสมีคำถามเกี่ยวกับขั้นตอนประชามติทั้ง 3 ครั้ง และความเป็นไปได้ของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายพิธากล่าวว่า ถ้าสามารถดึงให้คนไทยต่างแดนออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งและออกเสียงประชามติ จนได้รัฐบาลที่ดี ได้เปิดประตูสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ไม่แน่ว่าในอีก 2 สมัยหรือ 8 ปีข้างหน้า เมื่อเรามีอากาศที่สะอาด ระบบขนส่งสาธารณะที่สะดวก มีระบบนิเวศที่เสริมให้ผู้คนไปถึงศักยภาพสูงสุดของเขาได้ คนไทยไกลบ้านหลายคนอาจจะพร้อมกลับไปอยู่ประเทศไทย นำความรู้จากต่างประเทศไปร่วมพัฒนาประเทศ นี่จึงเป็นเหตุผลที่เราต้องปลุกยักษ์ให้ตื่น ปลุกพลังของคนไทยต่างแดน ช่วยกันเชิญชวนทุกคนออกไปใช้สิทธิครั้งนี้ให้มากที่สุด
ทั้งนี้ นายพิธา ยังกล่าวถึงกรณีกล่าววาทกรรม “ทหารมีไว้ทำไม” ขณะปราศรัยเลือกตั้งเมื่อปี 2566 ว่า ตอนที่ตนพูด ตนนึกถึงทหารสนามกอล์ฟ ไม่ได้นึกถึงทหารสนามรบ มันเป็นความผิดของผมเอง จนถึงทุกวันนี้ผมยังรู้สึกเสียใจ
“อยากจะขอโทษทหารสนามรบ ทหารชั้นผู้น้อย ทหารมืออาชีพจริงๆ ที่เขาเสียสละเพื่อจะปกป้องแผ่นดินของเรา เพราะตอนที่พูด พูดในช่วงที่ทหารมีนาฬิกาแพง ๆ ทหารที่ทำการรัฐประหาร ทหารสนามกอล์ฟ แต่ไม่ได้พูดออกมาให้ชัดว่า ผมเคารพทหารสนามรบ แต่ทหารที่ปกครองประเทศเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เราก็รู้สึกได้เลยว่าสิ่งที่พูดไปตอนนั้นมันเอาต์เดตมากกับสถานการณ์ ณ ปัจจุบัน”