นักวิเคราะห์ CNN กล่าวว่าในที่สุดภาพก็เริ่มชัดเจนเรื่อยๆจากคำพูดของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่บอกว่าสหรัฐจะเข้าไปบริหารเวเนซูเอล่า ท่ามกลางความสับสนงุนงงของทั่วโลกว่าสหรัฐกำลังทำอะไร และจะเข้าไปบริหารได้อย่างไร
จากคำอธิบายของเจ้าหน้าที่สหรัฐ รัฐมนตรีหลายคนภายใต้รัฐบาลทรัมป์กำลังเร่งจัดตั้งรัฐบาลรักษาการเวเนซูเอล่า เพื่อเข้ามาบริหารแทนมาดูโร่ที่สหรัฐโค่นบัลลังก์ไป แต่รัฐบาลชุดนี้จะต้องเป็นรัฐบาลที่สหรัฐสามารถควบคุมและกำหนดทิศทางได้ ภายใต้ข้อแลกเปลี่ยนที่น่าสนใจ ซึ่งก็คือเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่และการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน ส่วนเรื่องการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบอบประชาธิปไตยเป็นเรื่องรองลงไป
แหล่งข่าวเผยต่อว่าทรัมป์ได้ใช้ทั้งกำลังทหารและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจมาโน้มน้าวรองประธานาธิบดีเดลซี่ โร-ดิเกซ ของเวเนซูเอล่า ซึ่งถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่เหมาะสมมาแทนมาดูโร่ แม้แถลงการณ์แรกของเธอในฐานะรักษาการณ์ประธานาธิบดีจะแข็งกร้าวและประณามปฏิบัติการโจมตีและจับกุมมาดูโร่ของสหรัฐ แต่แถลงการณ์อีกรอบเมื่อคืนที่ผ่านมา (อาทิตย์ที่ 4 มค.) โร-ดริเกซมีท่าทีอ่อนโยนขึ้น โดยเรียกร้องให้มีความ “ร่วมมือ” กับสหรัฐ โรดริเกซกล่าวว่าเวเนซุเอลาจะหันมา “เน้นให้ความสำคัญกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่สมดุลและเคารพซึ่งกันและกัน” กับสหรัฐและประเทศในภูมิภาค
ขณะที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐ รวมถึงมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ, สตีเฟน มิลเลอร์ ที่ปรึกษาคนสำคัญ และพีท เฮกเซ็ธ รัฐมนตรีกลาโหม ได้ร่วมกันกำหนดโครงสร้างรัฐบาลชุดใหม่ของเวเนซุเอลา ส่วนดั๊ก เบอร์กัม รัฐมนตรีมหาดไทย และคริส ไรท์ รัฐมนตรีพลังงานก็ถูกสั่งให้ไปโน้มน้าวบริษัทน้ำมันสหรัฐให้กลับเข้าไปลงทุนและฟื้นฟูบ่อน้ำมันในเวเนซุเอลาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตามยังคงมีหลายคำถามตามมาว่าสหรัฐจะเข้าไปควบคุมและชักใยรัฐบาลหุ่นของเวเนซูเอล่าได้อย่างไร ทั้งๆที่ไม่มีสถานทูตหรือสำนักงานที่เป็นตัวแทนรัฐบาลสหรัฐอยู่เลย หลังจากสถานทูตอเมริกันถูกสั่งปิดไปเมื่อปี 2562 ขณะที่ความเสี่ยงเรื่องการส่งทหารอเมริกันเข้าไปดูแลปกป้องผลประโยชน์ด้านน้ำมันก็มีสูง แม้ทรัมป์จะนำเรือรบเข้าไปประกบอยู่ในน่านน้ำเวเนซูเอล่า รวมทั้งขู่จะใช้ปฏิบัติการทางทหารรอบสองถ้าโร-ดริเกซไม่ทำตามความต้องการของสหรัฐก็ตาม
รูบิโอซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายเวเนซูเอล่าและคาดว่าจะเป็นหนึ่งในคณะทำงานที่ทรัมป์กำลังจัดตั้งเพื่อบริหารเวเนซูเอล่าอธิบายเพิ่มเติมถึงความหมายของทรัมป์ในการเข้าไปบริหารเวเนซูเอล่าว่า สหรัฐจะใช้อำนาจต่อรองเพื่อบีบบังคับรัฐบาลชุดใหม่เวเนซูเอล่า ไม่ว่าจะเป็นการปิดเส้นทางส่งออกน้ำมันซึ่งเป็นรายได้และเศรษฐกิจหลักของเวเนซุเอล่าหรือการส่งทหารเข้าไปประจำ รวมทั้งกดดันให้ยุติการค้ายาเสพติดหรืออาวุธ และเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นประเทศที่เจริญ และเป็นเพื่อนบ้านที่ดีที่นำเสถียรภาพและความมั่งคั่งมาสู่ภูมิภาค
ทั้งนี้สหรัฐมองว่าแม้โร-ดริเกซจะทำเสียงแข็งกร้าวกับสหรัฐในช่วงแรก แต่ก็เป็นเพียงการเล่นละครโชว์ชาวเวเนซูเอล่าเท่านั้น และยังเชื่อว่าโร-ดริเกซจะสามารถเปลี่ยนถ่ายอำนาจอย่างราบรื่น และจะสร้างความสัมพันธ์ที่เป็นมืออาชีพและมีความร่วมมือกับสหรัฐมากกว่ามาดูโร และสำคัญที่สุดคือ สามารถรับประกันความมั่นคงด้านการลงทุนในแหล่งน้ำมันของอเมริกาได้
อย่างไรก็ตามอดีตเจ้าหน้าที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐเชื่อว่าโร-ดริเกซคงไม่ยอมที่จะเป็นลูกไล่ฝ่ายเดียว แต่น่าจะต้องทำข้อตกลงแลกเปลี่ยนกับรัฐบาลสหรัฐ ซึ่งอาจเป็นการรับประกันความมั่นคงในตำแหน่งผู้นำเวเนซูเอล่า หรือไม่ก็เป็นเงินก้อนโตในบัญชีธนาคารต่างประเทศ กรณีที่เธอต้องการลี้ภัยออกนอกประเทศ
รูบิโอกล่าวว่าสหรัฐต้องการเห็นการเปลี่ยนถ่ายไปสู่ระบอบประชาธิปไตยในเวเนซูเอล่า แต่ตอนนี้ต้องจัดการกับเหตุการณ์เฉพาะหน้าก่อน ส่วนเรื่องการเลือกตั้งเก็บไว้ทีหลัง

