“อดีต ก.ต.ช.” เผย 5 งานหลักตำรวจ กู้ศรัทธาปชช.หลังน้ำลด

ดร.นพดล อดีต ก.ต.ช. เผย 5 งานหลัก ตำรวจกู้ศรัทธาประชาชนหลังน้ำลด ยืนเคียงข้างไม่มีถอย แม้บางนายจะเป็นผู้ประสบภัยด้วย

วันที่ 30 พ.ย. 68 ผศ.ดร.นพดล กรรณิกา อดีตกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ หรือ ก.ต.ช. ผู้ทรงคุณวุฒิภาคประชาชน 2567 อดีตอนุกรรมการและหัวหน้าคณะทำงานชุดสำรวจความคิดเห็น พัฒนาระบบงานตำรวจ ชุด พลตำรวจเอกวสิษฐ เดชกุญชร ประธานคณะกรรมการพัฒนาระบบงานตำรวจ 2550 เปิดเผยถึงผลการประชุมวางแผนภารกิจช่วยเหลือประชาชนภาคใต้ หลังน้ำลดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า การประชุมที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ ศปก.ตร. เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 68 เป็นภาพสะท้อนของตำรวจไทยทั้งองค์กร ที่พร้อมแบกรับความเดือดร้อนของประชาชนภาคใต้แม้น้ำจะลดลงแล้วก็ตาม โดยประธานการประชุมคือ พลตำรวจเอกกิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. รองประธานคือ พลตำรวจเอกสำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร.

โดยสามารถแบ่งงานตำรวจหลังน้ำลดออกเป็น 5 กลุ่มงานใหญ่ ซึ่งแต่ละกลุ่มล้วนสะท้อนหัวใจของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างแท้จริง ดังนี้

กลุ่มงานที่ 1 : ฟื้นกำลังตำรวจ เพื่อให้ตำรวจฟื้นชุมชนได้ จากการเก็บข้อมูลในการประชุม ผมเห็นชัดว่า หลายโรงพัก–แฟลตตำรวจในหาดใหญ่และสงขลา ถูกน้ำท่วมเช่นเดียวกับบ้านประชาชน ตำรวจบางนายยังไม่ทันเก็บของในบ้านตัวเอง แต่ต้องรีบออกไปช่วยคนอื่นก่อน มีคำสั่งให้สำรวจ ซ่อมแซม และดูแลขวัญกำลังใจตำรวจทุกระดับชั้นอย่างเร่งด่วน นี่ทำให้ผมรู้ว่า ผบ.ตร. เข้าใจความจริงข้อหนึ่งคือ หัวหน้าหน่วยต้องดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเต็มหัวใจ เพื่อตำรวจผู้ใต้บังคับบัญชาจะมีพลังไปดูแลประชาชนได้อย่างเต็มกำลังและนี่คือความเป็น “ผู้นำที่เข้าใจมนุษย์” ไม่ใช่แค่สั่งงานตามหน้าที่

ข่าวที่น่าสนใจ

กลุ่มงานที่ 2 : งานสืบสวน–คดีซ้ำเติม หลังน้ำลด หลังภัยพิบัติ คดีอาชญากรรมมักพุ่งสูงขึ้นทันที บ้านที่ถูกทิ้ง รถที่จมน้ำ ถนนที่มืด ล้วนเป็นจุดเสี่ยง ตำรวจต้องรับแจ้ง–ลงพื้นที่–สืบสวน–ตรวจสอบทรัพย์สินหายตลอดวัน และที่ผมสะเทือนใจที่สุดคือ ตำรวจบางนายเพิ่งกลับมาจากเดินลุยโคลนในแฟลตของตัวเอง แต่ถูกเรียกไปตรวจบ้านประชาชนที่ถูกงัดทันที ไม่มีข้อแม้ ไม่มีการปฏิเสธ การทำงานลักษณะนี้ไม่เคยขึ้นหน้าข่าว แต่เป็น “งานที่ดูแลความรู้สึกประชาชนและความปลอดภัยของทุกคน” แท้จริง

กลุ่มงานที่ 3 งานนิติวิทยาศาสตร์–พิสูจน์ศพ–ดูแลผู้เสียชีวิตทุกศาสนา ภารกิจที่หนักที่สุดทั้งกายและใจ ในคำสั่ง ผบ.ตร. ระบุให้ใช้ “โมเดลสึนามิ” คือแนวปฏิบัติด้านการพิสูจน์ศพตามมาตรฐานเหตุภัยพิบัติใหญ่ของ ท่านรอง ผบ.ตร.พลตำรวจเอกสำราญ และ “โมเดลรถนักเรียน” คือการจัดระบบพิสูจน์ศพให้รวดเร็ว ถูกต้อง และรักษาศักดิ์ศรีผู้เสียชีวิตทุกคน นิติเวช–สพฐ.–ตำรวจสืบสวน ทำงานประสานกันราวกับเป็นห้องปฏิบัติการเดียวกัน บางศพต้องตรวจ DNA บางศพต้องประสานผู้นำศาสนา บางศพต้องคัดแยกตามขั้นตอนกฎหมาย และทุกศพต้องได้รับการปฏิบัติอย่างมีเกียรติที่สุด นี่คืองานที่คนส่วนใหญ่ “ไม่กล้าแม้แต่จะมอง” แต่ตำรวจไทยโรงพยาบาลตำรวจและเครือข่ายต้องทำด้วยจิตที่สงบมั่นคงทุกวัน

กลุ่มงานที่ 4 : บริหารจัดการรถจมน้ำ–จราจร–การคืนสภาพเมือง ภารกิจระดับเมืองที่ต้องแข่งกับเวลา จากคำสั่ง ผบ.ตร. กำหนดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องมีวิธีบริหารจัดการรถที่จมน้ำ การเคลื่อนย้ายอย่างถูกต้องและเป็นระบบ ต้องมีสถานที่เก็บรักษาที่เหมาะสม มีการรักษารถยนต์และรถจักรยานยนต์ตามหลักของการดูแลรักษา ต้องไม่เกิดกรณีเก็บรักษาแล้วรถหาย และต้องทำบัญชีคืนทรัพย์สินรถทุกประเภทให้ประชาชนครบถ้วนชัดเจน รถที่จมน้ำต้องรีบเคลื่อนย้ายให้เสร็จภายใน 3 วัน รถเช่าของทางราชการต้องนำมาเปลี่ยนทดแทนให้ตำรวจภายใน 2 วัน การจราจรต้องเปิดถนนให้ได้เร็วที่สุด เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับเจ้าหน้าที่ที่ทำงาน และอำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชน ในมุมสาธารณะ เราอาจเห็นเพียงภาพรถที่ถูกลากขึ้น แต่ในมุมของตำรวจ นั่นคือ “ข้อมูลหนึ่งคัน = หนึ่งชีวิตที่รอความหวัง” ตำรวจต้องรับมือทั้งความเสียหาย เศรษฐกิจของครอบครัว และความเสี่ยงต่ออาชญากรรมที่อาจตามมา นี่ไม่ใช่งานง่าย และไม่ใช่งานที่ทำเสร็จในไม่กี่ชั่วโมง

 

กลุ่มงานที่ 5 : งานช่วยเหลือสังคม–รับบริจาค–ประสานความช่วยเหลือ งานที่ไม่ใช่ “งานตำรวจ” แต่ตำรวจทำได้ดีมาก ในไฟล์มีการจัดระบบรับบริจาคทุกประเภท ตั้งแต่ของใช้จำเป็น อาหาร ยา ไปจนถึงของเด็กเล็กมีการจัดจุดรับ–จุดรวบรวม–จุดกระจาย พร้อมแบบฟอร์มรายงานให้ ศปก.ตร. อย่างเป็นระบบ ตำรวจในพื้นที่ต้องคัดแยกของบรรจุถุง ส่งต่อถึงบ้าน บางครั้งต้องลุยน้ำครึ่งแข้ง–ครึ่งเข่าเพื่อให้ถึงมือผู้เดือดร้อน นี่คือ “งานของหัวใจ” ไม่ใช่งานของตำแหน่ง และเป็นงานที่ทำให้ผมเห็นว่า ตำรวจไทยเป็นมากกว่า “เจ้าหน้าที่รัฐ” แต่คือ “คนไทยที่ช่วยคนไทย” ในยามที่ยากที่สุด

ผศ.ดร.นพดล กล่าวสรุปว่า ภารกิจตำรวจหลังน้ำลด คือการทำงานเพื่อชีวิตมนุษย์ ไม่ใช่แค่ตัวเลขในรายงาน ผมในฐานะอดีต ก.ต.ช.ผู้แทนภาคประชาชน ที่ได้เห็นการทำงานตรงหน้าของตำรวจไทยทุกระดับชั้น ผมอยากบอกคนไทยทั้งประเทศว่า เบื้องหลังน้ำที่ลดลง ยังมีน้ำตา ยังมีความหวัง และยังมีตำรวจที่ยืนอยู่เคียงข้างประชาชนอย่างไม่ถอย นี่คือภาพของตำรวจไทยที่ตนเห็น ไม่ใช่ภาพในโลกโซเชียล แต่เป็นภาพจริงในโลกความเป็นจริง หากคนไทยอีก 60 ล้านคนได้เห็นการประชุมวานนี้จะรัก เข้าใจ และภูมิใจในตำรวจไทยมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

สธ.อัปเดตยอดผู้เสียชีวิต น้ำท่วมใต้ 8 จังหวัด รวม 170 คน สงขลาสูงสุด 131 คน คาดพื้นที่หาดใหญ่ระบายน้ำหมด 3-5 วัน ประปามาครบ
สวนนงนุชพัทยา จัดโปรโมชั่นต่อเนื่องเข้าฟรีสำหรับคนเกิดเดือนธันวาคม 2568
ยิงกันดังสนั่นป่า ทัพเจ้าตากปะทะที่แม่สาย ยึดยาบ้ากว่า 2 ล้านเม็ด
ตำรวจเชียงรายยึดไอซ์ 320 กก. และยาบ้าเกือบ 1.9 ล้านเม็ด รวบผู้ต้องหา 1 ราย คาถนนบายพาสเทิง-จุน
"นายกแป้น" ยันแก้ปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ ทำดีที่สุดแล้ว รับสภาพโดนวิจารณ์ ลั่นเลิกเล่นการเมืองแล้ว กลับบ้านเลี้ยงหลาน
"นายกฯอนุทิน" นำทัพลงพื้นที่หาดใหญ่ สำรวจความเสียหาย แจกอาหาร-มอบถุงยังชีพ พร้อมให้กำลังใจ ย้ำอย่าลืมลงทะเบียนรับเงินเยียวยา

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​