“ดีเอสไอ” เตรียมสอบปมผู้คุมเรือนจำเขาบินทำร้ายนักโทษ ด้านทนายดัง แฉมีหลักฐานจริง

ดีเอสไอ เตียมตรวจสอบกรณีญาติเข้าร้องเรียนเอาผิด ผู้คุมเรือนจำเขาบิน ใช้ไม้ตีนักโทษอย่างทารุณ หลังทนายชื่อดัง โพสต์คลิปวิดีโอยืนยันว่า มีการทำร้ายนักโทษจริง ตอบโต้ ดีเอสไอ ที่ก่อนหน้านี้ไม่ยอมรับเรื่อง อ้างไม่มีหลักฐานการกระทำผิดของผู้คุม

“ดีเอสไอ” เตรียมสอบปมผู้คุมเรือนจำเขาบินทำร้ายนักโทษ ด้านทนายดัง แฉมีหลักฐานจริง – Top News รายงาน

 

ดีเอสไอ

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2568 กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ชี้แจงกรณี “ทนายเกิดผล แก้วเกิด” โพสต์เฟซบุ๊กว่า “กรมสอบสวนคดีพิเศษ โดนแหกตา! หลังร่อนหนังสือแจงญาตินักโทษว่า จะไม่สอบสวนคดีผู้คุม ทำร้ายร่างกายนักโทษในเรือนจำเขาบิน เนื่องจากไม่พบการกระทำความผิด แต่ภายหลังกลับมีคลิปผู้คุมเอาไม้ฟาดนักโทษหลุดออกมา”

โดยเรื่องนี้ดีเอสไอ ชี้แจงว่า สืบเนื่องจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ โดยกองกิจการอำนวยความยุติธรรม มีหนังสือแจ้งผลการดำเนินการในเรื่องที่มีการร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่เรือนจำเขาบิน จังหวัดราชบุรี ทำร้ายนักโทษ ว่า ไม่พบมูลความผิดทางอาญา นั้น

ข่าวที่น่าสนใจ

กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้มอบหมายให้กองกิจการอำนวยความยุติธรรม รายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแล้ว ปรากฏข้อเท็จจริงโดยสรุปว่า เป็นกรณีญาติของผู้ต้องขังเรือนจำเขาบิน ยื่นหนังสือต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอให้ดำเนินการกรณี นักโทษชายธีธัช (สงวนนามสกุล) ถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำฯ ทำร้ายได้รับบาดเจ็บ จึงมีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ร่วมกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ได้ความว่า เรือนจำเขาบินเป็นเรือนจำประเภท “ความมั่นคงสูง” เพื่อควบคุมผู้ต้องขังรายสำคัญของกรมราชทัณฑ์ นักโทษชายธีธัชฯ เป็นนักโทษชั้นต้องปรับปรุงมาก แดน 4 รับย้ายมาจากเรือนจำกลางคลองเปรมฯ กรุงเทพมหานคร ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด อัตราโทษจำคุก 32 ปี 6 เดือน กำหนดพ้นโทษวันที่ 3 ธันวาคม 2594 โดยเมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 2567 เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างนักโทษในเรือนจำภายในแดน 3 มีผู้ร่วมวิวาทประมาณ 300 คน รวมทั้งนักโทษชายธีธัชฯ ด้วย โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ฯ เพื่อควบคุมพื้นที่และระงับการก่อความวุ่นวาย ซึ่งมีนักโทษบางรายบาดเจ็บและได้ส่งตัวเข้ารับการรักษาพยาบาล รวมทั้งถูกแยกควบคุมตัวตามแดนต่าง ๆ และกรมราชทัณฑ์มีการสอบสวนทางวินัยกับกลุ่มนักโทษและลงโทษทางวินัยแล้ว

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษได้เข้าตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของเรือนจำจากศูนย์ควบคุมเพื่อตรวจดูภาพเคลื่อนไหวในวันเกิดเหตุแล้ว แต่ไม่พบภาพการทำร้ายนักโทษชายธีธัชฯ ตามที่ระบุในคำร้อง และไม่ปรากฏภาพวงจรปิดหรือวิดีโออื่นอีก ประกอบกับปรากฏข้อมูลว่า ผู้ร้องได้แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่เรือนจำเขาบิน กล่าวหาให้ดำเนินคดีอาญาในความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 กับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองราชบุรี ท้องที่เกิดเหตุแล้ว อันเป็นไปตามพระราชบัญญัติดังกล่าว มาตรา 31 วรรคหนึ่ง แล้วจากข้อเท็จจริงที่ปรากฏในชั้นนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ จึงยังมิได้รับเรื่องดังกล่าวไว้ทำการสอบสวนเป็นคดีพิเศษ

อย่างไรก็ตาม เมื่อปรากฏหลักฐานเพิ่มเติมเป็นคลิปภาพวิดีโอ หรือภาพถ่าย กรมสอบสวนคดีพิเศษ จะประสานความร่วมมือจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจสอบ หากเป็นคลิปที่มิได้เกิดจากการทำขึ้น หรือแก้ไขเพิ่มเติม และเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ก็ย่อมเป็นหลักฐานสำคัญ และนำไปสู่การประสานการสืบสวนสอบสวนกับพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ เพื่ออำนวยความยุติธรรมต่อไป

อย่างไรก็ตาม เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว ล่าสุด ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า คณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน เชิญไปให้ข้อมูลที่สภาฯ วันที่ 30 พฤษภาคมนี้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

คอหวยตื่นไก่ป่ามี 5 นิ้ว
ชายแดนสงขลาเฝ้าระวังเข้ม รวบหนุ่มมาเลย์ซุก M16
กรมพลศึกษาร่วมกับจังหวัดพัทลุง ส่งเสริม โครงการเด็กไทยว่ายน้ำได้
แข่งขันชิงแชมป์ มอเตอร์ไซค์วิบาก เอ็นดูโร่ 14 จังหวัดภาคใต้ แจกทุเรียนกินฟรี
(50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) BYD ส่งออกรถ EV ผลิตจากโรงงานในไทยสู่ยุโรปครั้งแรก
(50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) 'ประชุมสุดยอด SCO' ที่เทียนจินใช้ไฟฟ้าพลังงานสีเขียว 100%

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​