“กรมชลประทาน” เร่งบริหารจัดการน้ำป้องกัน “เมืองสุโขทัย” กำชับเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

กรมชลประทานประชุมติดตามสถานการณ์น้ำ ระบุเมืองแพร่เริ่มดีขึ้น สุโขทัยรับช่วงต่อ เร่งบริหารจัดการน้ำป้องกันเมือง คาดปลายเดือนนี้ถึงต้นเดือนหน้าภาคเหนือตอนบน-อีสานตอนบน -ภาคกลาง-ตะวันออก เจอฝนหนัก

“กรมชลประทาน” สั่งเร่งบริหารจัดการน้ำป้องกัน “เมืองสุโขทัย” กำชับเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด – Top News รายงาน

กรมชลประทาน

เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2567 ที่กรมชลประทาน ถนนสามเสน นายวิทยา แก้วมี รองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ผ่านระบบ Video Conference ไปยังสำนักงานชลประทานที่ 1-17 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามและวิเคราะห์สถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ แหล่งน้ำ และแม่น้ำสายหลักต่าง ๆ สำหรับเป็นข้อมูลในการบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องและเหมาะสมในแต่ละพื้นที่

 

ข่าวที่น่าสนใจ

โดยปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศ มีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้นประมาณ 46,418 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 61% ของความจุอ่างฯ รวมกัน ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันอีกกว่า 29,919 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยา 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 13,244 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือคิดเป็น 53% ของความจุอ่างฯ รวมกัน ยังสามารถรองรับน้ำได้รวมกันอีกกว่า 11,627 ล้านลูกบาศก์เมตร ด้านสถานการณ์น้ำท่าในลุ่มน้ำสายหลักส่วนใหญ่อยู่ในสภาวะปกติ ยังคงเหลือลุ่มน้ำแม่ยมที่ระดับน้ำยังสูงกว่าตลิ่ง จึงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดต่อไป

สำหรับสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนจากอิทธิพลร่องมรสุมที่พาดผ่าน ส่งผลให้มีพื้นที่ได้รับผลกระทบในหลายจังหวัด ส่วนในพื้นที่จังหวัดพะเยาและจังหวัดแพร่ ปริมาณน้ำจากแม่น้ำยมได้ทยอยไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่างแล้ว ส่งผลให้ระดับน้ำในพื้นที่เริ่มทรงตัวและมีแนวโน้มลดลง ในขณะที่จังหวัดสุโขทัย ซึ่งรับมวลน้ำต่อจากทางตอนบนปริมาณน้ำเริ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทานได้ผันน้ำผ่านประตูระบายน้ำคลองหกบาท ลงแม่น้ำยมสายเก่า ก่อนที่จะผันเข้าไปเก็บไว้ในพื้นที่หน่วงน้ำทุ่งบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ปัจจุบันได้รับน้ำเข้าทุ่งไปแล้วกว่า 10% หรือประมาณ 50 ล้านลูกบาศก์เมตร ปริมาณน้ำส่วนหนึ่งจะผันลงแม่น้ำน่านไปตามคลองสาขาต่างๆ โดยที่เขื่อนนเรศวรได้ปรับลดการระบายน้ำหน้าเขื่อนลง เพื่อเตรียมรองรับปริมาณน้ำที่ผันมาจากแม่น้ำยม

ด้านสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันมวลน้ำจากทางตอนบนเริ่มไหลลงมาสมทบ ทำให้ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมชลประทานได้ทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำแบบขั้นบันไดผ่านเขื่อนเจ้าพระยา ให้สอดคล้องกับปริมาณน้ำทางตอนบนและปริมาณฝนที่ตกในพื้นที่ เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาให้ได้มากที่สุด

ทั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่า ในช่วงปลายเดือนนี้จนถึงต้นเดือนหน้า พื้นที่ภาคเหนือตอนบน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคกลาง รวมถึงภาคตะวันออก จะมีปริมาณฝนตกหนักถึงหนักมาก จึงได้กำชับไปยังโครงการชลประทานในพื้นที่ให้เฝ้าระวังติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำท่าอย่างใกล้ชิด พร้อมพิจารณาพร่องน้ำในอ่างเก็บน้ำ และลำน้ำสาขา โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ เพื่อเตรียมรองรับปริมาณน้ำที่จะเพิ่มขึ้น รวมทั้งจัดเตรียมเครื่องจักร เครื่องมือประจำจุดเสี่ยง พร้อมเข้าแก้ไขสถานการณ์ได้ทันที และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนสถานการณ์น้ำให้ประชาชนรับรู้รับทราบอย่างต่อเนื่องและทั่วถึง เพื่อช่วยลดผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนให้ได้มากที่สุดตามนโยบายของรัฐบาล

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

ศิษยานุศิษย์ “หลวงปู่แผ้ว ผลฺปัญโญ” จัดพิธีพุทธา-เทวาภิเษก รุ่นเสมา 8 รอบ ฉลองอายุครบ 96 ปี
อุตรดิตถ์! ลองกองลับแลราคาดิ่งเหลือ 10 บาท รัฐ-เอกชนผนึกกำลังอุ้มด่วน ชูราคา 14-15 บาท เซฟชาวสวนก่อนเน่าค้างต้น
สบอ.16 สาขาแม่สะเรียง จัดประกวดระเบียบแถวผู้พิทักษ์ป่า เสริมวินัย-สร้างภาพลักษณ์ความพร้อมปกป้องผืนป่า
สตภ.1 สังเคราะห์บทเรียนจาก 6 จังหวัด ขับเคลื่อน “การตรวจสอบเชิงสร้างสรรค์” จากข้อตรวจพบสู่การป้องกันความเสี่ยงของภาครัฐ
“ดร.ธนกฤต” พา “แอม” บุกมหาดไทย! ปิดเกมปมที่ดิน ได้เอกสารสิทธิ์คืน ลั่นปลาสลิด 1.2 ตัน “ให้ก็คือให้”
เทศบาลตำบลเมืองยวมใต้ จัดพิธีมอบวุฒิบัตรโรงเรียนผู้สูงอายุ รุ่นที่ 8 ชูแนวคิด "สูงวัยอย่างสง่า ชราอย่างมีคุณภาพ”

ดู LIVE รายการ