ประยุทธ์-ประวิตร คิดให้ดี แก้รัฐธรรมนูญผิด โทนี่กลับมา ระวังพังทั้งเรือแป๊ะ

ประยุทธ์-ประวิตร คิดให้ดี แก้รัฐธรรมนูญผิด โทนี่กลับมา ระวังพังทั้งเรือแป๊ะ

สะพัดล็อบบี้ส.ว.กันหนัก ชิงดำแก้รัฐธรรมนูญบัตร 2 ใบ ลุ้นกันจนหยดสุดท้ายหนุนหรือคว่ำ หึ่ง ส.ว.สายลุงป้อมก๊วนพลังประชารัฐ ลุยขอเสียงส.ว.หนักขอให้ยกมือให้วันพรุ่งนี้ ด้านส.ว.สายตรงพล.อ.ประยุทธ์หวั่นแก้รัฐธรรมนูญเข้าทางโจรยกประเทศให้คนผิด เชื่อทักษิณคัมแบ๊กเพื่อไทยมาแน่ ถ้าแก้กลับไปใช้วิธีเลือกตั้งแบบเก่า

จนถึงวันนี้ก็ยังไม่แน่ว่าการลงมติแก้ไขรัฐธรรมนูญ วาระ 3 เรื่องระบบการเลือกตั้ง ใน ม.83 และ ม.91 ที่จะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 10 ก.ย.2564 นี้จะออกมาอย่างไร อย่างไรก็ตามท่าทีล่าสุดดูเหมือนเอียงมาทางกลับไปใช้ของเก่า ยึดรูปแบบการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 คือมี ส.ส.500 คน แบ่งเขต 400 คน บัญชีรายชื่อ 100 คน ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ กลุ่มที่ยืนกระต่ายขาเดียวหนุนเรื่องนี้ก็มีพรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาธิปัตย์ ที่มั่นใจหนักแน่นยว่าการกลับไปเลือกตั้งแบบเก่าจะทำให้ได้ส.ส.มากขึ้นทั้งแบบเขตและแบบปาร์ตี้ลิสต์ รวมถึงได้เก็บกวาดส.ส.พรรคเล็กส.ส.ปัดเศษไม่ให้กลับมาลืมตาอ้าปากแย่งเก้าอี้ในสภาไปได้อีก เช่นเดียวกับพรรคชาติไทยพัฒนาที่เพิ่มมาประกาศจุดยืนขอรักษามรดก “เสี่ยเติ้ง” นายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกฯ ผู้ทำคลอดรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ขณะที่พรรคเพื่อไทยไม่ต้องบอกก็รู้ว่าอยากได้ระบบนี้อยากให้กลับไปเลือกตั้งแบบเก่าใจจะขาด เพราะเป็นรูปแบบที่ตัวเองถนัดเป็นเวทีที่ผู้แทนของพรรคช่ำชอง หนำซ้ำยังถูกจริตเข้าทาง “นายใหญ่โทนี่” นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯนักโทษหนีคดีเป็นอย่างมาก เพราะต้องการกลับบ้านพยายามหาทางกลับมาตายรังอยู่ตลอด

IMG 20210908165423000000

ขณะที่ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยชัดเจนว่า “ป๋าเน” นายเนวิน ชิดชอบ เจ้าของพรรคตัวจริง กับ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ไม่ยี่หระไม่สนไม่แคร์ ไม่ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญไปแบบไหนไปใช้ระบบอะไร จะใบเดียวหรือสองใบ ทางพรรคก็พร้อมสู้พร้อมแข่งทุกสถานการณ์ทุกเวทีอยู่แล้ว เลือกตั้ง24 มี.ค.2562 พรรคภูมิใจไทยได้เขต 39 คน บัญชีรายชื่อ 12 ดูตามรูปการณ์น่าจะคว่ำมากกว่าหนุน แต่ที่ผ่านมานายอนุทินก็พูดมาตลอดว่าพรรคไม่ติดใจไม่มีประเด็นอะไรเรื่องระบบเลือกตั้ง จะเห็นได้ว่าโหวตวาระ 1 และ วาระ 2 พรรคภูมิใจไทยก็แสดงความชัดเจนมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะงดออกเสียงมาตลอด ล่าสุดนายอนุทินก็ยืนกรานจะปล่อยฟรีโหวตให้ส.ส.ตัดสินใจเองเกี่ยวกับเรื่องนี้

91826907 458936174863035 6288862488293277696 n

ด้านพรรคก้าวไกลเดิมที่ธงของพรรคส้มหวานสามกีบล้มเจ้าก็ยืนกระต่ายขาเดียวเรื่องบัตรใบเดียวใช้สูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อแบบพึงมีมาตลอด เพราะเป็นระบบที่พรรคตัวเองได้ประโยชน์สูงสุด เลือกตั้งรอบที่แล้ว อดีตพรรคอนาคตใหม่ได้ส.ส.เขตไปแค่ 31 คน แต่บัญชีรายชื่อกวาดไปถึง 50 คน เพราะฉะนั้นหัวเด็ดตีนขาดอย่างไร พรรคก้าวไกลก็อยากได้ใบเดียวสูตรเดิมมากกว่า แต่ภายหลังกระแส 2 ใบมาแรงท่าทีของพรรคก้าวไกลก็ลดลงไปมาก ล่าสุดก็ลดลงมาเหลือครึ่งเสาเอา 2 ใบก็ได้แต่การคิดสูตรส.ส.บัญชีรายชื่อต้องแบบเดิมเท่านั้น ประเด็นนี้นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.ก้าวไกลออกมา FB ไว้ชัดเจน ” สำหรับพรรคก้าวไกลนั้น เราเห็นด้วยกับระบบเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ แต่ในขณะเดียวกันก็เห็นควรที่จะต้องรักษาการกำหนดกรอบ ส.ส. พึงมีไว้ด้วย เพื่อให้ประชาชนได้เลือกคนที่ใช่ เลือกพรรคที่ชอบ ในสัดส่วนที่ถูกต้อง การที่พรรคพลังประชารัฐ ในอดีตสมัยเป็น คสช. ยังเคยอวดอ้างสรรพคุณของเรื่อง ส.ส. พึงมีไว้หนักหนา แต่วันนี้สิ่งที่เขียนด้วยมือกลับจะมาลบทิ้งด้วยเท้า แสดงให้เห็นว่าพรรคการเมืองนี้มุ่งเพียงสืบทอดอำนาจของ คสช. เท่านั้น ไม่ได้ยึดถือหลักการอะไรจริงๆ เลย”

11414545

ขณะที่ส.ว.หลายคนต่างก็ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยแก้รัฐธรรมนูญ ล่าสุดเป็นนายคำนูณ สิทธิสมาน ยืนกรานไม่ขอโหวตเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมเปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็น MMM หรือแบบคู่ขนาน ” เพราะเป็นระบบเลือกตั้งที่เป็นการสมนาคุณที่นั่งส.ส.ให้กับพรรคใหญ่ ทำให้จำนวนที่นั่งไม่สอดคล้องกับคะแนนนิยมที่ได้รับจริง ผลกระทบทางการเมืองที่จะเกิดขึ้นคือ ตัดโอกาสพรรคเล็กให้เหลือน้อยลง ตัดโอกาสพรรคทางเลือกให้เหลือน้อยลง ตัดโอกาสพรรคเกิดใหม่ให้เหลือน้อยลง อาจทำให้สภาผู้แทนราษฏรขาดความหลากหลายเท่าที่ควร ทั้ง ๆ ที่สังคมไทยยุคใหม่ต้องการความแตกต่างหลากหลาย และนักการเมืองรุ่นใหม่ ตัวแทนของกลุ่มประชาชนต่าง ๆ นอกเหนือจากตัวแทนเชิงพื้นที่ เข้ามาร่วมส่วนในสภาผู้แทนราษฏรเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้เป็นเวทีประนอมอำนาจที่แท้จริง ….. นอกจากนี้ ระบบ MMM บัตร 2 ใบ 400 : 100 คู่ขนาน เคยเป็นระบบเลือกตั้งที่เป็นสมมุติฐานส่วนหนึ่งของวิกฤตเมื่อ 16 ปีก่อน”

61168595 2137354206313971 54553716816084992 n

วันนี้แม้ทิศทางหนุนแก้ไขรัฐธรรมนูญ ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบจะมาแรง โดยพรรคการเมืองต่างๆ ทั้งเล็ก กลาง ใหญ่ ดูเหมือนจะเห็นตรงกันในเรื่องนี้ แต่หากรัฐสภาลงมติผ่านจริงๆ ก็ยังมีประเด็นให้ส.ส.แต่ละพรรคต้องไปเถียงไปสู้รบกันอีกหลายยก โดยเฉพาะสูตรการคิดคำนวณส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เพราะถึงตอนนั้นคงเถียงกันหนักแน่ว่าจะเอาแบบไหน เอาแบบปี 40 คิดคำนวนจากคะแนนทั้งประเทศ จะได้ปาร์ตี้ลิสต์อย่างน้อยต้องมีเสียง 3-400,000 เสียงจึงจะได้ส.ส. 1 คน แต่หากเอาตามสูตรจัดสรรปันส่วนผสมแบบปี 2562 พรรคปลาซิวปลาสร้อยจะได้อานิสงฆ์จากคะแนนตกน้ำเพียบ จนทำให้มีพรรคเล็กๆ ที่มีส.ส.ต่ำสิบเข้าสภามากถึง 16 พรรค ได้ส.ส.ไปรวมๆราว 43 คน เกือบ 1 ใน 10 ของส.ส.ในสภา คนที่ออกมาชี้เป้าว่าเรื่องนี้จะเป็นปมปัญหาในอนาคตแน่ๆ หากโหวตบัตร 2 ใบผ่านไปได้ก็ยังมีปมให้เถียงกันจนคอแตกอีกในอนาคตก็คือ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่เขียน FB ยืนยันเลยว่า อนาคตทะเลาะกันตายฟ้องกันแหลกแน่ ” การตีความมาตรา 93 และ 94 ที่ไม่มีการแก้ไข เกี่ยวกับคำว่า “ส.ส.ที่พึงจะมี” และ “ส.ส.บัญชีรายชื่อที่พึงได้รับ” จะเป็นประเด็นถกใหญ่ของการแก้ พ.ร.ป. ส.ส. หากคือ ระบบบัตรสองใบ แต่มีคำนวณ ส.ส.พึงมีก่อน แล้วไปคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อที่พึงได้รับ แบบบัตรใบเดียว ที่พรรคได้ ส.ส. เขตมาก อาจไม่ได้ ส.ส.บัญชีรายชื่อ แบบบัตรใบเดียวในการเลือกตั้ง ปี 2562 ก็เข้าทางพรรคกลาง และพรรคเล็ก และคงไม่มีใครว่าอะไร แต่หากไปเขียน พ.ร.ป. ส.ส.ให้ คำนวณแยก เขตส่วนเขต บัญชีรายชื่อส่วนบัญชีรายชื่อจากบัตรคนละใบ คงเป็นเรื่องยาวถึงศาล จนถึงฟ้องถอดถอนคนร่างและคนผ่าน กม. ทุกคนว่าทำผิดรัฐธรรมนูญ จึ้ง ไม่ จึ้ง รอดู อ.ส. สมชัย เตือนไว้ล่วงหน้า”

IMG 20210908165318000000

ลุ้นกันพรุ่งนี้ว่าตกลงรัฐสภาจะลงมติเรื่องนี้อย่างไร ตามรัฐธรรมนูญ ม. 256 (6) ระบุว่า การออกเสียงลงคะแนนในวาระที่ 3 ขั้นสุดท้ายให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผยและต้องมีคะแนนเสียงเห็นชอบด้วยในการที่จะให้ออกใช้เป็นรัฐธรรมนูญมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ปัจจุบันสภามี ส.ส.482 คน สว.250 รวม 732 คน หากต้องการผ่านต้องใช้เสียงส.ส.กับสว.เกินกึ่งหนึ่ง คือ 367 คน อันนี้ไม่น่ามีปัญหา นอกจากนี้ต้องมีเสียงส.ส.ฝ่ายค้านไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ปัจจุบันฝ่ายค้านมี 210 คน เพราะฉะนั้่นต้องมีส.ส.ฝ่ายค้าน อย่างน้อย 43 คนยกมือให้ อันนี้ก็สบายเพราะส.ส.พรรคเพื่อไทยล่าสุด 134 คนพร้อมชูสองแขนให้ ที่จะชี้เป็นชี้ตายว่าจะผ่านหรือคว่ำก็อยู่ตรงที่ต้องมีสมาชิกวุฒิสภาเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของวุฒิสภา ส.ว.ปัจจุบันมี 250 คน เพราะฉะนั้นต้องได้เสียงสภาสูง 84 คนเป็นอย่างน้อยถึงจะผ่านได้

IMG 20210908165512000000

เชคเสียงปัจจุบันยังไม่ชัดว่าจะไปด้านไหนจะออกทางใดแต่ข่าวว่าล็อบบี้กันหนักหน่วงในสภาสูง ด้านหนึ่งเชื่อว่าส.ว.ซีก “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ต้องการหนุนเรื่องนี้ให้ผ่านตามธงของพรรคหวังเพิ่มเก้าอี้ส.ส.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า เดินเกมส์หนักผ่านทาง “บิ๊กกี่” พล.อ.นพดล อินทปัญญา เพื่อนรักเพื่อนเลิฟตท.6 ของพล.อ.ประวิตร ในฐานะผู้จัดการสภาสูงตัวจริงเสียงจริง ขณะที่ส.ว.สายตรงพล.อ.ประยุทธ์ต้องการคว่ำแก้ไขรัฐธรรมนูญรอบนี้ เพราะหวั่นเข้าทางโจรหนีเสือปะจระเข้ ตั้งใจสกัดพวกล้มเจ้าแต่กลายเป็นการเปิดทางให้โคตรโกงกลับมาฮุบประเทศ ไปๆมาๆจะกลายเป็นการต่อสะพานให้นักโทษหนีคดีได้กลับบ้าน ตามวลี ทักษิณคัมแบ๊กเพื่อไทยมาแน่ ยังมีเวลาตอนนี้พล.อ.ประยุทธ์กับพล.อ.ประวิตร  2 พี่น้องบูรพาพยัคฆ์ไปคิดกันให้ดีจะเอายังไงแน่ แก้รัฐธรรมนูญผิด ระวังพังทั้งเรือแป๊ะน๊ะจ๊ะ แล้วจะหาว่าไม่เตือน
///////////////

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก