สกลนครพนม 1120X280
สกลนครพนม

“รังสิมันต์ โรม” ออกตัวแรง ก้าวไกลไม่ได้อยู่เบื้องหลัง “ตะวัน” ป่วนขบวนเสด็จฯ ปากกล้าลั่นต้องร่วมกันแก้ 112

กดติดตาม TOP NEWS

“รังสิมันต์ โรม” ออกตัวแรง ก้าวไกลไม่ได้อยู่เบื้องหลัง “ตะวัน” ป่วนขบวนเสด็จฯ ปากกล้าลั่นต้องร่วมกันแก้ 112

วันที่ 12 ก.พ. 67 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล กล่าวถึงพรรคก้าวไกลถูกเชื่อมโยงว่าเป็นผู้สนับสนุนแก๊งทะลุวังหรือกระบวนการ จากการที่เป็นนายประกันให้กับแกนนำหลายคน จะชี้แจงเรื่องนี้อย่างไร ว่า การมีผู้อยู่เบื้องหลังกลุ่มต่างๆ ฝ่ายการเมืองไม่ใช่เรื่องใหม่ เกิดขึ้นแล้วหลายครั้ง การเกิดเหตุแบบนี้ไม่ได้แก้ปัญหาสังคมหรือปัญหาการเมือง หลายครั้งพรรคก้าวไกลถูกปรักปรำ แต่อะไรคือหลักฐานว่าเราอยู่เบื้องหลัง

 

โรม ก้าวไกล

 

นอกจากนี้ ที่ผ่านมาเราอยู่ท่ามกลางวิกฤตทางการเมือง ในอดีตเราไปเป็นนายประกันให้ แต่ต้องแยกออกจากการขับเคลื่อนทางการเมืองและกฏหมาย การประกันตัวคือการให้สิทธิต่อสู้ทางคดี หลายคนพยายามเชื่อมโยงพรรคก้าวไกลกับกลุ่มต่างๆ

คงมีเหตุผล 2 ประการ คือ กลุ่มคนไม่เห็นด้วยกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มทะลุวัง ที่ต้องการดิสเครดิตกลุ่มดังกล่าว และสองต้องการทำลายพรรคก้าวไกล

”พรรคก้าวไกลไม่ได้อยู่เบื้องหลังใคร และไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง ทุกคนมีเสรีภาพการแสดงออกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย พรรคก้าวไกลไม่เห็นด้วยกับความรุนแรงในการแสดงออก เพราะเป็นการสร้างสังคมแห่งความหวาดกลัว ที่เราเคยมีบทเรียนมาก่อน

 

“ส่วนจะยืนยันหรือไม่ว่าพรรคก้าวไกล ไม่เห็นด้วยการกระทำของ น.ส.ทานตะวัน ตัวตุลานนท์ (ตะวัน) นายรังสิมันต์ ย้ำว่า ต้องแยกการกระทำของ ตะวัน ว่าสังคมจะเห็นด้วยกับทิศทางไหน ต้องยอมรับว่าสังคมมีไม่เห็นด้วย ส่วนจะมีคนเห็นด้วยในคอมเม้นต์ก็มีเรื่องการอารักขาบุคคลสำคัญต้องมีมาตรการ ซึ่งนำไปสู่การวิพากษ์วิจารณ์ แต่จุดยืนที่สำคัญที่พรรคก้าวไกล เราไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง

 

โรม ให้สัมภาษณ์

 

ดังนั้น การพุ่งเป้าไปที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล หรือพรรคก้าวไกล ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดขึ้น เราพยายามให้สติกับทุกคน จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยก็ต้องแยกเป็นกรณี ทุกคนมีสิทธิต่อสู้ในศาลตามกลไกของกฎหมาย อย่าสร้างสังคมแห่งความหวาดกลัว อย่าให้เราสร้างปีศาจตนใหม่ขึ้นมา เหตุการณ์เดือนตุลาคมเคยสร้างบทเรียนกับพวกเรา อย่าทำซ้ำอีกเลยไม่คุ้ม ต้องกลับมาใช้เวทีของสภาคลี่คลายหาทางออก เข้าใจว่า นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี และโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ พยายามที่จะพูดเรื่องนี้ที่สภา การพูดคุยตามท้องถนนเป็นการสร้างพื้นที่อันตราย ไม่คุ้ม และมาตรการที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้งคือเรื่องนิรโทษกรรม ได้มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาขึ้นมา นี่คือกลไกในการหาทางออก อะไรที่ไม่สบายใจก็ควรจะพูดคุย อย่าใช้ความรุนแรง นี่คือหนทางที่ดีที่สุดของประเทศไทย

ส่วนการที่ สว. กังวลว่าสถานการณ์จะบานปลาย และห่วงว่าจะเป็นเหมือน 6 ตุลาคม จึงอยากจะขอพรรคก้าวไกลไม่แก้ไขมาตรา 112 หรือนิรโทษกรรมผู้ที่มีคดี 112 ซึ่งจะส่งผลต่อคนรุ่นใหม่

 

นายรังสิมันต์ เผยว่า พรรคก้าวไกลเคยหาเสียงและสัญญากับประชาชนเอาไว้ เราต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ไม่ใช่แค่นโยบาย 112 เรามีนโยบายอีกจำนวนมาก สว. อาจมีความคิดว่าพรรคก้าวไกลไม่ควรทำแบบนั้น ก็เป็นเรื่องของ สว. แต่ในจุดยืนของเราต้องกลับมาตั้งต้นว่า ปัญหาของประเทศคืออะไร ถ้าปัญหาของประเทศมี เราต้องยอมรับว่ามีคนถูกดำเนินคดีมาตรา 112 จะมีทางแก้ไขอย่างไร จะปล่อยพวกเขาหรือนิรโทษกรรมให้กับพวกเขา เอากันสุดโต่ง นำเขาไปขังจะช่วยให้บ้านเมืองดีขึ้นอย่างไร เพราะคนเหล่านี้ก็มีญาติพี่น้องมีเพื่อน พวกเขาไม่ได้รับความยุติธรรม มิตรประเทศที่มองมายังประเทศไทยก็ไม่สบายใจการดำเนินคดีรุนแรงลักษณะนี้เป็นอันตราย เกิดการตั้งคำถามในภาคธุรกิจต่อความมั่นใจ หากมีการดำเนินคดีในลักษณะนี้จะมีคดีอื่นหรือไม่ นี่คือความมั่นคงที่ส่งผลกระทบต่อประเทศ กระทบกันเป็นลูกโซ่ หากเราต้องจบว่าปัญหาเกิดขึ้นควรเปิดประตูให้กว้างที่สุด

 

โรม ปัดหนุนตะวัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดู LIVE รายการ

X

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น