“ถาวร” ค้านสุดตัวพ.ร.บ.นิรโทษฯ รวมคนทำผิด 112 ชี้ไม่จำเป็นตั้งกมธ.ศึกษาซ้ำซ้อน หวังเปิดช่องต่อรอง

"ถาวร" ค้านสุดตัวพ.ร.บ.นิรโทษฯ รวมคนทำผิด 112 ชี้ไม่จำเป็นตั้งกมธ.ศึกษาซ้ำซ้อน หวังเปิดช่องต่อรอง

วันที่ 3 ก.พ.67 นายถาวร เสนเนียม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับประชาชน ที่นำโดยไอลอร์ ที่รวมนิรโทษกรรม คดี ม.112 คดีพลเรือนในศาลทหาร คดีความผิดตามประกาศและคำสั่งคสช.อยู่ในร่างด้วยว่า แนวความคิดตนไม่ต้องการให้นิรโทษกรรมความผิด 3 กลุ่ม คือ ความผิดฐานทุจริต ความผิดมาตรา 112 และความผิดอาญาร้ายแรง และตนเองมีส่วนร่วมในการเขียน ร่างพ.ร.บ.เสริมสร้างสังคมสันติสุขให้กับพรรครวมไทยสร้างชาติ เพราะฉะนั้นสถาบันไหน องค์กรไหน พรรคไหน ที่จะนิรโทษกรรมมาตรา 112 ผมไม่เห็นด้วย เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นสถาบันความมั่นคงของประเทศไทย และการกระทำความผิด ในการหมิ่นประมาทอาฆาตมาดร้าย ประมุขของประเทศนั้นทุกๆประเทศจะมีกฎหมายพิเศษในการคุ้มครอง ใครกระทำความผิด อย่าต้องถูกลงโทษหนักกว่าบุคคลหมิ่นประมาทหรืออาฆาตมาดร้ายยุคคลธรรมดา ไม่ ไม่ว่าการปกครองประเทศนั้นๆ จะเป็นการปกครองที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุขแห่งรัฐ หรือพระมหากษัตริย์เป็นประมุขแห่งรัฐ

 

และการที่ใครก็ตามบอกว่า จะล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยการแก้มาตรา 112 หรือเมื่อทำความผิดตามมาตรา 112 แล้วจะให้นิรโทษกรรม เป็นการคิดที่ผิดไม่ใช่เป็นประชาธิปไตย เป็นการคิดที่ต้องการแหกคอกหลักนิติรัฐ หลักนิติธรรม

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ส่วนกรณีที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม มองว่ามีความจำเป็นหรือไม่ นายถาวร กล่าวว่า การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเป็นการกระทำซ้ำ ไม่ทราบว่าตั้งขึ้นมาเพื่อต่อรองอะไรหรือไม่ ให้คอยติดตาม เพราะเจ้าของพรรคการเมืองบางพรรคในขณะนี้ ถูกดำเนินคดีในข้อหากระทำความผิดมาตรา 112 อยู่ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ขอให้พิจารณากันให้ดีว่า เป็นการถ่วงเวลาหรือซื้อเวลาเพื่อต่อรองให้นิรโทษกรรมมาตรา112 ควบคู่ไปด้วยกับคนที่มีความคิดต่างทางการเมืองหรือไม่ พร้อมฝากไปยังคณะกรรมการวิสามัญที่บอกว่าจะพิจารณาให้เสร็จ ภายใน 60 วัน พร้อมย้ำว่า เมื่อสภารับหลักแล้วขอให้เสร็จภายใน 60 วันจริงๆอย่าขยายไปอีก

 

ด้านมาตรการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบหลังจากการนิรโทษกรรม จะเป็นอย่างไร นายถาวร ระบุว่า การกระทำความผิดที่มีวัตถุประสงค์ทางการเมือง ความคิดเห็นต่างทางการเมืองตนไม่ขัดแย้งและเห็นด้วย ดังนั้นการตั้งกรรมการขึ้นมาเพื่อกลั่นกรองเยียวยา เช่นผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ว่าจะเป็นชีวิต ร่างกาย ทรัพย์สิน ควรที่จะได้รับการเยียวยา ส่วนคนที่ได้รับผลกระทบจากการติดคุก หรือถูกดำเนินคดีในบางเรื่องที่เขาทำไปเพื่อปกป้องหลักนิติรัฐและหลักนิติธรรม และการปกครองระบอบประชาธิปไตยจริงๆ เมื่อมีคณะกรรมการกลั่นกรองแล้วก็ควรจะเยียวยาได้

 

 

อย่างไรก็ตาม การรวมคดีม.112 ไว้ พ.ร.บ. นิรโทษกรรมด้วย จะทำให้เกิดความขัดแย้งหรือไม่นั้น ความขัดแย้งทางความคิด ถ้าคิดที่จะล้มล้างสถาบัน ความขัดแย้งยังคงมีให้ แต่การจะแก้ไขปัญหากับคนเหล่านี้เสียงข้างมากจะต้องใคร่ครวญถึงผลได้ผลเสียต่อสถาบันของชาติที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง ขอให้พิจารณาอย่างรอบคอบการที่จะเกิดหรือไม่เกิด บทเรียนของเราในอดีตเช่นในยุค กปปส. ไม่มีอะไรเป็นผลดีในความขัดแย้ง ต้องยอมรับกติกาที่มีกฎหมายเขียนเอาไว้ ขอให้ถอยและยอมรับความจริงจากคำวินิจฉัยของศาลรธน.

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"นฤมล" นำศธ.แถลงความพร้อม จัด 4 โซนหลัก งาน "วันเด็กแห่งชาติ 2569" ชูแนวคิด "เรียนดี มีคุณธรรม"
"ศุภชัย" จวกยับ "เท่าพิภพ" ใส่ร้ายภูมิใจไทย ปี 66 เปลี่ยนตัวผู้สมัครสส. ชี้ข่าวปลอมต้องขอโทษ
เซอร์ไพรส์ปีใหม่ "ไปป์" เป็นตัวแทน "ยิ่งลักษณ์" เยี่ยม"ทักษิณ" เสื้อแดงแห่อวยหล่อมาก
"ดร.สามารถ" ชี้ทางเลือกเดินทาง "กรุงเทพฯ-หาดใหญ่" ใช้เวลาแค่ 8 ชม. ประหยัดงบฯ ไม่ต้องลงทุนสูงเท่า "รถไฟความเร็วสูง"
"จีน" ไม่ทน ประณามสหรัฐใช้กำลังทหาร บุกจับปธน.เวเนซุเอลา "ทรัมป์" โอ่เป็นมาตรการช่วยปท.โลกที่ 3 พ้นล่มสลาย ยันเข้าบริหารทรัพยากรน้ำมัน
"ลุงตู่" ยิ้มแย้มปีใหม่ ให้กำลังใจ "นายกฯอนุทิน" แนะอดทนแก้ปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา

ดู LIVE รายการ

เราใช้ คุ้กกี้ เพื่อให้ทุกคนได้ประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น​