ภรรยา “เดวิด”เปิดใจ สามีไม่ได้เป็นซีไอเอ ไม่คิดล้มเจ้า เพราะอยู่ในอีสานกว่า 30 ปี รักแผ่นดินไทย

ภรรยา “เดวิด” เปิดใจ สามีไม่ได้เป็นซีไอเอไม่คิดล้มเจ้า เพราะอยู่ในอีสานกว่า 30 ปี รักแผ่นดินไทยรักคนอีสานมาก ทำโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาวัฒนธรรมอีสาน ยันได้รับเงินสนับสนุนจากNEDถูกต้องเหมือนเอ็นจีโออื่น และขอไปในนามส่วนตัวเดวิดไม่เกี่ยว ออกโรงป้องอีสานเรคคอร์ดไม่ทำลายสถาบัน สนใจแค่ปม 112 ได้เวิร์คเพอมิตแล้ว แต่รอลุ้นผลวีซ่าจากตม.ถ้าไม่ได้เตรียมหาทางออกด้วยวีซ่าแต่งงา

วันที่ 21 เมษายน 2564 นางหทัยรัตน์ พหลทัพ บรรณาธิการสำนักข่าวอีสานเรคคอร์ด ( The Isaan Record) ในฐานะภรรยาของนายเดวิด สเตร็คฟัสส์ ( David Streckfuss) นักวิชาการชาวสหรัฐฯ เปิดใจให้สัมภาษ์พิเศษกับทาง “ท็อปนิวส์” กรณีสามีถูกโจมตีว่าเป็นเจ้าหน้าที่ซีไอเอเข้ามาหาข่าวและเคลื่อนไหวสร้างความแตกแยกในประเทศไทยว่า เรื่องนี้ขอเรียนชี้แจงว่าไม่เป็นความจริงเดวิดไม่ได้เป็นซีไอเอไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ข่าวกรองหรือเจ้าหน้าที่ทหารที่แฝงตัวมาปฏิบัติการลับอย่างที่เป็นข่าวหรือมีการนำไปแชร์ในโลกออนไลน์ ข่าวที่ออกไปถูกหยิบไปตีความอย่างคลาดเคลื่อนและมีเจตนาบิดเบือนใส่ร้าย

นางนางหทัยรัตน์กล่าวว่า ความจริงเดวิดเข้ามาเมืองไทยก่อนปี 2537 ตอนนั้นเขาเข้ามาเมืองไทยและอยู่ในพื้นที่อีสานตลอดเพราะรักในวัฒนธรรมความเป็นอีสาน ความรักในการเป็นคนอีสานของเดวิสมีมากกว่าเราอีก เขาเป็นลาวมากกว่าเรา แรกๆ เขาก็เข้ามาเป็นครูสอนภาษาอังกฤษให้กับเด็กๆ ต่อมาเขาก็ได้ประสานงานกับม.ขอนแก่นเพื่อนำโครงการแลกเปลี่ยนนักศึกษาระหว่างประเทศ CIEE (Council on International Educational Exchange ) จากประเทศสหรัฐ โดยปัจจุบัน CIEE มีสาขาอยู่ 70 สาขาทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย แต่ขณะนี้ได้ปิดกิจการไป 30 สาขาเนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด

ภรรยาของเดวิดยังกล่าวต่อว่า สำหรับโครงการCIEE ที่เดวิดทำร่วมกับม.ขอนแก่นนั้น มีนาย ศ.ศิวรักษ์ หรือ สุลักษณ์ ศิวรักษ์ นักเขียนเป็นที่ปรึกษาและคนต้นคิดโครงการ หัวใจของโครงการคือการศึกษาในชุมชน เน้นการศึกษานอกห้องเรียน เดวิดไม่ได้สอนวิชาหลักเหมือนอาจารย์ต่างประเทศทั่วไปในม.ขอนแก่น แต่เขาเป็นหัวหน้าโครงการที่นำนักศึกษาแลกเปลี่ยนจากต่างประเทศ มาดูงาน มาแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม มาเสวนา มาเรียนรู้วิถีชีวิตของคนอีสาน เพราะตัวของเดวิดเขาติดตามเรื่องสิทธิมนุษยชน มีความสนใจเรื่องกฎหมายอาญา ม. 112 ที่ผ่านมาเขาตามเรื่องนี้มาตลอด สนใจเรื่องนี้เป็นอย่างมากถึงขนาดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเรื่องนี้แทบทุกคดี เพราะเขาไม่อยากเห็นใครต้องถูกลงโทษในเรื่องนี้ และสำคัญที่สุดคือไม่อยากให้มีการนำประเด็นนี้มาทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามหรือคนที่เห็นต่างกับกฎหมายฉบับนี้

นางหทัยรัตน์ยืนยันว่า สามีไม่ได้เป็นซีไอเออย่างที่เป็นข่าวและไม่มีความคิดล้มล้างสถาบันหรือทำให้ประเทศไทยแตกแยกแต่อย่างใด ที่ผ่านมาก็ต่อสู้และเคลื่อนไหวในเรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นหลัก ทั้งเรื่องปากมูล เรื่องชาวบ้านนาหนองบง ต.เขาหลวง อ.วังสะพุง จ.เลย ต่อต้านเหมืองทองคำ เรื่องสิทธิที่ดินที่ทำกิน เป็นต้น เรียนได้ว่าแม้เขาจะเป็นคนอเมริกาแต่หัวใจเขาเป็นคนไทย เป็นคนอีสานเต็มตัว เขารักอีสานมากๆ ช่วงแรกที่มาเป็นครูในอีสานแถวยโสธร จากนั้นก็บินกลับไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยวิสคอนซิล สหรัฐฯ แล้วก็กลับมาอยู่อีสาน ก่อนจะมาช่วยงานที่สำนักข่าวอีสานเรคคอร์ด เพราะนักศึกษาต่างชาติ 2 คนที่เป็นคนก่อตั้งสำนักข่าวอีสานเรคคอร์ดได้กลับประเทศไป เขาเลยฝากให้เดวิสดำเนินการต่อ

บรรณาธิการสำนักข่าวอีสานเรคคอร์ด ที่อดีตเคยมีประสบการณ์ทำข่าวหนังสือพิมพ์การเมืองของไทย ทั้งที่นสพ.มติชน นสพ.ไทยโพสต์ ก่อนย้ายไปเป็นผู้สื่อข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส และลาออกเมื่อปี 2561 ยืนกรานว่า สำนักข่าวอีสานเร๘คอร์ด ไม่เคยมีความคิดมีเจตนาหรือมีการดำเนินการเผยแพร่ข่าวหรือข้อมูลใดๆอันเป็นการล้มล้างสถาบันเลย ใครเป็นแฟนคลับของอีสานเรคเคอร์ดจะรู้ดีว่าเราไม่โจมตีเจ้าเราไม่ล้มสถาบัน ประเด็นที่เราแตะเราตามคือเรื่องของม.112 ที่เราเห็นว่ามีการนำไปใช้อย่างไม่ถูกต้องเป็นธรรม และอนาคตถ้าเราใช้กฎหมายอย่างไม่เป็นธรรมไปเรื่อยๆ สังคมก็จะยิ่งแตกแยกและมีปัญหา ที่ผ่านมาอีสานเรคคอร์ดก็เสนอข่าว 2 มุม ด้วยความเป็นกลางมาตลอด เราทำข่าวเสนอทุกแง่มุม คนสนับสนุนเราก็ทำข่าวคนไม่เห็นด้วยเราก็นำเสนอ แต่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางเราถูกโจมตีอย่างไม่เป็นธรรม ไม่แฟร์ เพราะโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียว

วานนี้สำนักข่าวอีสานเรคคอร์ดได้ออกแถลงการณ์ยืนยันไม่ใช่องค์กรล้มเจ้าและจะดำเนินคดีฟ้องร้องผู้ที่กล่าวหาบิดเบือนทั้งหมด เพราะองค์กรมีหลักในการนำเสนอข่าวเน้นวัฒนธรรมอีสาน สิทธิมนุษยชน และเรื่องของคนชายขอบ ตามสโลแกน “ สื่ออีสาน เพื่อคนอีสาน”

นางหทัยรัตน์กล่าวชี้แจง กรณีรับเงินขององค์กรNED (Nationnal Endowment for Democracy ) ว่าเป็นความจริง แต่ขอชี้แจงว่า NED ไม่ได้เป็นองค์กรของซีไอเอแต่เป็นองค์กรที่อยู่ภายใต้การดูแลของสภาครองเกรส และมีการตั้งงบประมาณช่วยเหลือสื่อจากทั่วโลกโดยมีเป้าหมายเพื่อรักษาสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ทั้งนี้การได้รับเงินสนับสนุนจากNED ตนเป็นคนเขียนเสนอโครงการไปขอรับการสนับสนุนจาก NED ในนามส่วนตัว ซึ่งเป็นการดำเนินการไปตามปกติไม่มีลับลมคมในอะไร เป็นการขอรับงบสนับสนุนจาก NED เหมือนที่เอ็นจีโอที่อื่นๆดำเนินการ ซึ่งการขอรับงบสนับสนุนเราไม่ได้ขอNEDอย่างเดียวแต่ขอหลายที่ ทั้ง Inter new และที่อื่นๆ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเดวิดเลย แต่มีการนำไปโยงและใส่ร้ายกัน ทั้งนี้เงินงบประมาณที่ NED ให้มา เราต้องมีการนำเสนอโครงการไปถึงเขา จากนั้นเขาจะพิจารณาว่าเหมาะสมไหมเป็นจริงแค่ไหนก่อนจะโอนเงินมาให้ และเราก็ต้องส่งรายงานความคืบหน้า ผลของโครงการไปให้ NED ประเมินตลอดเวลาว่าเราได้ทำโครงการตามที่เสนอหรือไม่ ไม่งั้นเขาจะตัดงบประมาณในการสนับสนุนเรา

ทั้งนี้จากข้อมูลของNED ในปี 2560 ได้มีการจ่ายเงินให้องค์กรเอกชนในไทยหลายแห่งเป็นเงินกว่า 70 ล้านบาท อาทิ ฮิวแมนไรซ์ วอช 6 โครงการรวมเป็นเงินราว 250,000 ดอลล่าร์ ศูนย์ข้อมูลข่าวสืบสวนเพื่อสิทธิพลเมือง (TCIJ) 30,000 ดอลล่าร์ มูลนิธิอาสาสมัครเพื่อสังคม Solidarity Center ( SC ) 754,904 ดอลล่าร์ โครงการอินเตอร์เนตเพื่อกฎหมายประชาชน (ILAW) 50,000 ดอลล่าร์ เป็นต้น ทั้งนี้ในส่วนของสำนักข่าวอีสานเรคคอร์ดได้รับเงินสนับสนุน 46,000 ดอลล่าร์ เพื่อเสริมสร้างนักข่าวพลเมืองในภาคอีสาน

นางหทัยรัตน์ กล่าวว่า จากกระแสข่าวที่เกิดขึ้นทำให้ตนและเดวิดได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก เพราะมีการนำเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นการเมืองและมีบุคคลหลายคนนำไปพูดไปขยายผลต่อจนเดินความเสียหาย ทั้งนี้ในส่วนของเดวิดล่าสุดได้ใบอนุญาตทำงานของคนต่างด้าวในประเทศไทย (เวิร์ค เพอร์มิต) แล้วจากกรมการจัดหางาน ในส่วนของวีซ่าขณะนี้ต้องรอทางตม.ราว 15 วันที่จะเป็นคนพิจารณาซึ่งเราหวังว่าจะได้รับความกรุณาอย่างเป็นธรรมในการขอวีซ่าเอกชน อย่างไรก็ตามหากไม่ได้ ตนและเดวิดก็จะใช้สิทธิ์วีซ่าแต่งงานสำหรับอยู่เพื่อทำงานในเมืองไทยต่อไป

อนึ่ง ช่วงสายวันนี้ ชาวบ้านนาหนองบง อ.วังสะพุง จ.เลย ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหมืองทองคำจำนวนหนึ่ง ได้ทำพิธีเรียกขวัญและผูกแขนให้เดวิดในฐานะอดีตผอ.CIEE ม.ขอนแก่น ที่เคยมีส่วนเคลื่อนไหวช่วยชาวบ้านในเรื่องนี้

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก