“บิ๊กตู่” ถก ศบค. เคาะนั่งกินในร้านได้ 50% เปิด “ห้าง-เสริมสวย-นวดฝ่าเท้า-สวนสาธารณะ” คง29จว.แดงเข้ม

นายกรัฐมนตรี ประชุม ศบค. เคาะคลายล็อกนั่งกินอาหารในร้านได้ 50% เปิด"ห้าง-เสริมสวย-นวดฝ่าเท้า-สวนสาธารณะ" คง29จว.เข้มงวดสูงสุดเหมือนเดิม แต่ใช้มาตรการUniverasal Prevention

วันที่27 ส.ค. 2564 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ครั้งที่ 13/2564 ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ตามที่ ศบค.วงเล็กเสนอ โดยที่ประชุมเห็นชอบมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์จังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ประกอบด้วย 1.ร้านอาหารที่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือ เปิดแอร์อนุญาตนั่งรับประทานในร้านได้คิดเป็น 50 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนที่นั่งในร้าน 2.ร้านอาหารที่ไม่มีการเปิดเครื่องปรับอากาศ หรือไม่เปิดแอร์ ให้นั่งได้ 75  เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนที่นั่งในร้าน ทั้งนี้ การเปิดให้ประชาชนนั่งรับประทานอาหารในร้าน โดยจะต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม

นอกจากนี้ ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมิวนิตี้มอลล์หรือสถานประกอบการอื่น ที่มีลักษณะคล้ายกัน ร้านสะดวกซื้อ ให้เปิดดำเนินการได้ตามปกติจนถึงเวลา 20.00 น. โดยผู้ให้บริการจะต้องปฏิบัติได้รับวัคซีน 2 เข็มแล้ว และจะต้องมีการตรวจคัดกรองด้วยชุด ATK  เป็นระยะและมีมาตรการเข้มผู้เข้าใช้บริการ

 

ขณะที่ร้านเสริมสวย หรือตัดผม ร้านนวด เปิดได้ตามปกติ แต่นวดได้เฉพาะฝ่าเท้า นอกจากนี้สวนสาธารณะ ลานกีฬา สนามกีฬาหรือสถานที่ออกกำลังกาย ที่เป็นพื้นที่โล่งแจ้ง ยกเว้นฟิตเนส และอาคารในสถานศึกษา เปิดได้ตามปกติ แต่ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการสถานศึกษาพิจารณา

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังให้คงจังหวัดพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด(สีแดงเข้ม) 29 จังหวัด แต่ใช่มาตรการป้องกันโรคส่วนบุคคล Univerasal Prevention พร้อมกันนี้เห็นชอบการรวมกลุ่มทำกิจกรรมที่เดิมกำหนดไม่เกิน 5 คน ขยายเป็น 25 คน นอกจากนี้ จะเปิดบริการรถสาธารณะ โดยต้องจำกัดจำนวนผู้โดยสารไม่เกินร้อยละ 75 และคนขับรถจะต้องได้รับวัคซีนแล้ว 2 เข็ม และเปิดให้เดินทางโดยเครื่องบิน ซึ่งผู้โดยสารจะต้องแสดงเอกสารการฉีดวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 เข็ม หรือผลตรวจโควิด-19 ด้วย

 

ขณะเดียวกัน ยังผ่อนคลายให้ประชาชนสามารถเดินทางข้ามจังหวัดได้ สำหรับประชาชนที่มีความจำเป็นเท่านั้น แต่ยังต้องขอความร่วมมือประชาชนงดเดินทางข้ามจังหวัดหากไม่มีความจำเป็น  และยังห้ามประชาชนออกนอกเคหสถานระหว่างเวลา 21.00-04.00 น.ของวันรุ่งขึ้นยังคงอยู่ โดยมาตรการผ่อนคลายต่างๆ จะเริ่มมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้เป็นต้นไป

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

พิษณุโลก-สภาเกษตรกรฯ จี้รัฐบาลแก้วิกฤต! “มลพิษข้ามพรมแดน” แม่น้ำสายหลักภาคเหนือปนเปื้อนสารพิษ
ฝนถล่มฉะเชิงเทรา! น้ำป่าซัดสะพาน 3076 ท่าตะเกียบเสียหายหนัก ปิดเส้นทางทันที หลายพื้นที่จม
แม่สะเรียงเร่งฟื้นฟูน้ำป่าพัดโคลนทับถม ขณะ ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย เจอฝนถล่มซ้ำ ดินสไลด์ปิดทาง ไฟดับ สัญญาณล่ม ถนนถูกตัดขาดสัญจรไม่ได้
"รัฐบาล" กางแผน 6 กระทรวง รับมือน้ำท่วม ผนึกกำลัง “เฝ้าระวัง-ช่วยเหลือ-ฟื้นฟู” ครบวงจร ดูแลประชาชนทุกกลุ่ม ลดผลกระทบทุกพื้นที่
ยอดสมัครทะลุหมื่น! "มณเฑียร" เชิญชวนเยาวชนสมัคร "พลทหารอาสา" ไม่จำกัดวุฒิ เงินเดือนเฉียด 1.5 หมื่น การันตีต่อยอดสู่ทหารอาชีพ
ขอบคุณผู้มีพระคุณ!! "เนเน่ รอยัล" เล่าเบื้องหลังกว่าจะเป็นชุด "Wonder Girl..." โชว์เวที AGT ภูมิใจสุดคุณค่าผ้าไหม แฝงภูมิปัญญาไทยล้ำลึก

ดู LIVE รายการ