สถานการณ์โควิด -19 ในประเทศไทยวันนี้ (25 ส.ค.2564 ) แม้ยอดตัวเลขผู้ติดเชื้อวันนี้จะมีสูงถึง 18,417 ราย แต่ตัวเลขผู้ป่วยกลับบ้านมีสูงถึง 21,186 ราย และนับเป็นวันที่ 9 ติดต่อกันแล้วที่จำนวนผู้หายป่วยกลับบ้านมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ตั้งแต่ 17 ส.ค. ถึง 25 ส.ค. 2564 โดยเฉลี่ย 9 วันมีจำนวนผู้หายป่วยกลับบ้านมากกว่าจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ ราว 1,800 คน ในส่วนยอดผู้ติดเชื้อสะสม ตั้งแต่ 1 เมษายน 2564 มีจำนวนทั้งสิ้น 1,073,505 ราย แต่รักษาหายและกลับบ้านสะสมรวม 875,589 ราย ยังเหลือผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างกำลังรักษาจำนวน 189 ,268 ราย แม้ยอดเสียชีวิตวันนี้จะสูงถึง 297 ราย และทำให้ตัวเลขผู้เสียชีวิตสะสมพุ่งไปเกินหมื่นคน คือ 10,085 คน แต่ตัวเลขหลายตัวก็บ่งชี้ว่าการรับมือการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 ของไทยเริ่มมีประสิทธิภาพและเห็นทิศทางที่ดีเพิ่มขึ้น
วานนี้ศบค.ก็ได้ออกมายืนยันทิศทางบวกในเรื่องนี้ โดย นพ.เฉวตสรร นามวาท ผู้อำนวยการกองควบคุมโรคและภัยสุขภาพในภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระบุว่า ตัวเลขติดเชื้อใหม่ค่อยๆ ขยับลง น่าใจชื้นขึ้น การติดเชื้อรายใหม่ของไทยก็ลดลงมาจาก 2 หมื่นราย คาดว่าหากสัปดาห์นี้มีการลดลงอย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะผ่านจุดสูงสุด แต่ก็ต้องจับตามองอย่างต่อเนื่อง
“ตัวเลขติดเชื้อใหม่ที่เคยแตะหลัก 2 หมื่นราย จะอยู่วันที่ 3-4 ส.ค. หลังจากนั้นจะแกว่งตัวลดต่ำกว่า 2 หมื่นรายบ้าง แต่ส่วนใหญ่ก็จะมากกว่า ไล่ยาวมาจนถึงช่วงท้ายที่สัปดาห์นี้ลดต่ำกว่า 2 หมื่นราย หากเราลดลงต่อเนื่อง ก็จะสอดคล้องกับโมเดลที่เราดูกันไว้ก่อนเดือน ส.ค.ว่า ช่วงพีคสูงสุดจะอยู่ในเดือน ส.ค. น่าจะเป็นสัญญาณที่ดี ที่จะทำให้มาตรการผ่อนคลายต่างๆ มีโอกาสเป็นไปได้สูง” นพ.เฉวตสรรกล่าว
การออกมาให้ข้อมูลดังกล่าวของนพ.เฉวตสรร สอดคล้องกับแบบจำลองการระบาดเชื้อโควิด-19 ที่ล่าสุดทางแพทยสมาคมแห่งประเทศไทยในพระบรมชูปถัมภ์ได้เคยนำออกมาเผยแพร่ให้สังคมไทยรับรู้ โดยคาดการณ์จำนวนคนติดเชื้อใหม่ในประเทศไทยและยืนยันว่า ขณะนี้ไทยกำลังอยู่ในช่วงขาลงจากเนินสูงสุด หากการบริหารจัดการของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขมีประสิทธิภาพ คาดว่าต้นเดือนก.ย.จะได้เห็นตัวเลขคนติดเชื้อต่ำกว่าหมื่นแน่นอน จากนั้นหากควบคุมสถานการณ์ได้ดีตัวเลขผู้ติดเชื้อจะลดลงจากหลัก 1 หมื่นคน เหลือแค่ 5 พันคนในอีก 2 สัปดาห์ราวกลางเดือนก.ย. แต่ทั้งนี้ต้องไม่มีกรณีการระบาดของโควิดสายพันธุ์แลมบ์ด้า (Lambda) กับ สายพันธุ์เอปซีลอน (Epsilon) เข้ามาเพิ่ม
อีกประเด็นที่หนุนให้ศบค.อาจพิจารณาผ่อนคลายมาตราการล็อคดาวน์ในเร็วๆ นี้ ก็คือกรณีที่ นายปาสคาล โซริออต (Mr.Pascal Claude Roland Soriot) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท แอสตร้าเซเนก้า ยืนยันกับ พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระหว่างประชุมทางไกลข้ามโลกเมื่อ 23 ส.ค.ที่ผ่านมา พร้อมสัญญาว่าบริษัทจะเร่งส่งมอบวัคซีนให้ครบ 61 ล้านโดส ภายในเดือนธันวาคมนี้อย่างแน่นอน ตรงนี้่จะช่วยให้จำนวนยอดการจัดหาวัคซีนทุกประเภทในปีนี้รวมกันเกินกว่า 120 ล้านโดส ครอบคลุมประชากรกว่า 60 ล้านคน เร็วกว่าแผนเดิมที่ตั้งเป้าจะจัดหาวัคซีน 100 ล้านโดส สำหรับประชากร 50 ล้านคน ถือเป็นข่าวดีที่ทำให้เอกชนหัวใจพองโตเพราะอย่างน้อยจะมีวัคซีนเพียงพอกับการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่เพื่อรองรับการเปิดประเทศ
ขณะที่การฉีดวัคซีนล่าสุดของไทยล่าสุด (23 ส.ค.2564) อยู่ที่ 27,612,445 โดส และเหลือเวลาอีก 65 วัน ตามเป้าหมายนับถอยหลังเปิดประเทศภายใน 120 วัน
จากสัญญาณบวกทั้งหลายทั้งมวลดังกล่าวทำให้พล.อ.ประยุทธ์ออกมาส่งสัญญาณรับลูกการปลดล็อคดาวน์ในเร็ววันนี้ พร้อมระบุว่า หากสถานการณ์ทุกอย่างดีขึ้นอาจจะพิจารณาปลดล็อคกิจการและกิจกรรมบางอย่างให้เปิดได้ในช่วงต้นเดือนก.ย. เพื่อให้คนไทยได้ลืมตาอ้าปากทำมาหากินและได้ผ่อนคลายจากกรณีที่ศบค.คุมเข้มมาตราการมาเป็นระยะเวลานาน
ล่าสุดนางฐนิวรรณ กุลมงคล นายกสมาคมฯ ภัตตาคารไทย ก็ยกคณะผู้ประกอบการร้านอาหารบุกกระทรวงสาธารณสุข ยื่นเอกสารกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข ขอให้ผ่อนคลายมาตราการล็อคดาวน์ ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด โดยเฉพาะการห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้าน ที่มีผลกระทบอย่างหนักต่อผู้ประกอบการร้านอาหาร แทบจะเรียกว่า “จะตายกันหมดแล้ว” หลายรายต้องปิดกิจการลง ที่เหลือก็พะงาบๆกันหมด รอปิดกิจการตามมาอีกเพียบ เพราะรายได้หลักของร้านอาหาร มากกว่า 80% มาจากการนั่งรับประทานอาหารในร้าน ใช้เวลาหารือกันนานเกือบ 2 ชม. ที่สุดก็ได้ทางออกตรงกัน ทางกระทรวงสาธารณสุขเตรียมเสนอข้อเรียกร้องที่ว่านี้ให้นายกฯและศบค.พิจารณา ภายใต้เงื่อนไขว่า ผู้ประกอบการ ต้องจัดสภาพแวดล้อมภายในร้านป้องกันการติดเชื้อ มีระยะห่างทางสังคม พนักงานต้องได้รับการฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม มีการตรวจ ATK เป็นระยะ ส่วนลูกค้าก็ต้องมีการแสดงว่าได้รับการฉีดวัคซีนครบแล้ว เป็นต้น
หอการค้าไทยก็เป็นอีกกลุ่มที่ออกมาขานรับเรื่องปลดล็อคดาวน์ โดยนายสนั่น อังอุบลกุล ประธานหอการค้าไทย ชูกรณีผู้บริหารแอสตราเซเนกาให้คำมั่นส่งมอบวัคซีนให้ไทยครบ 61 ล้านโดส ภายในเดือนธันวาคมนี้ เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้เอกชนมั่นใจ และหากเร่งรัดฉีดวัคซีนได้ครบตามเป้าหมายที่กำหนด ก็จะเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ช่วยให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ส่วนนายญนน์ โภคทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ในฐานะประธานกลุ่มการค้าปลีกและบริการ ก็ออกมาหนุนข่าวดีเรื่องนี้่ก็จะช่วยเร่งการฉีดวัคซีนให้กับคนไทยในภาพรวม และส่งผลดีต่อธุรกิจค้าปลีกและธุรกิจบริการมากยิ่งขึ้น
ด้านนางสาวปณาลี ภัทรประสิทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท ดอนเมืองพัฒนา จำกัด ในฐานะผู้บริหารตลาดสี่มุมเมือง ก็เชื่อมั่นว่าการมีวัคซีนที่เพียงพอและหากรัฐบาลมีการจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยควบคุมโรคได้ดียิ่งขึ้นและทำให้คนไทย กลับมาประกอบอาชีพได้ตามปกติ
“ตลาดสี่มุมเมืองเป็นศูนย์กลางค้าส่งขนาดใหญ่ของประเทศ มีแรงงานและพ่อค้าแม่ค้ากว่า 40,000 คน เป็นแหล่งรวมสินค้าจากเกษตรกรทั่วประเทศกระจายออกไปยังกรุงเทพ ปริมณทลและทั่วทุกภูมิภาค การฉีดวัคซีนอย่างรวดเร็วเป็นการวางรากฐานในการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างแท้จริง เมื่อผู้คนมีความมั่นใจเรียนรู้ที่จะอยู่กับโรคนี้ และสามารถทำมาหากินได้ตามปกติ ก็จะเกิดการหมุนเวียนของเงินตั้งแต่ต้นทางคือเกษตรกร ไปยังพื้นที่ปลายทางคือ ตลาดสด ร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ต นำมาซึ่งการสร้างงานและก็ให้เกิดรายใด้กับชุมชน มีส่วนช่วยให้การฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย” นางสาวปณาลีกล่าว
ส่วนถึงเวลาจริงๆ พล.อ.ประยุทธ์ ศบค. บรรดาปรมาจารย์หมอ จะเห็นด้วยตามสัญญาณบวกที่ว่า เห็นคล้อยตามกลุ่มเอกชน พ่อค้าแม่ค้าชาวบ้านที่ขอให้ผ่อนปรนมาตราการคลายล็อคดาวน์ เพื่อให้คนไทยได้ลืมตาอ้าปากทำมาหากินต่อลมหายใจกันได้บ้าง หลังจากคุมเข้มกันมานานเดือนกว่าใน 13 จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้ม ตั้งแต่ 20 ก.ค. ถึง 2 ส.ค. จากนั้นก็มาประกาศเพิ่มพื้นที่ 29 จังหวัด เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด (สีแดงเข้ม) ตั้งแต่ 3 ส.ค. ถึงสิ้นเดือนส.ค. ต้องจับตาที่ประชุมใหญ่ศบค.วันศุกร์นี้ 27 ส.ค. ว่าที่สุดแล้ว พล.อ.ประยุทธ์กับศบค.จะคลายล็อคดาวน์บางกิจการและกิจกรรม โดยเฉพาะ ร้านอาหาร ห้างสรรพสินค้า สนามกีฬากลางแจ้ง สวนสาธารณะ ตลาดนัด ตลาดเปิดท้าย ฯลฯ ตามที่คนไทยเฝ้ารอกันหรือไม่
/////////////////////////