ชาวบ้าน สุดเซ็ง หลังร้องทุกข์ไปหลายหน่วยงาน เรื่องผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง สร้างสะพานปิดกั้นทางสาธารณะ

ชาวบ้านตำบลโพธิ์งาม สุดเซ็ง หลังร้องทุกข์ไปหลายหน่วยงาน เรื่องผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายหนึ่ง สร้างสะพานปิดกั้นทางสาธารณะประโยชน์เข้าที่ดินทำกินของชาวบ้าน

วันที่ 21 พ.ค.66 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นางสุพัตรา จันทร์ศิริ ว่ามีเรื่องร้องทุกข์เนื่องจากได้รับความเดือดร้อน กรณีผลกระทบจากการทำสะพานกรีดขวางทางสาธารณะประโยชน์ เนื่องจากมีภาคเอกชนรายหนึ่งมาสร้างสะพานบุกรุกทางสาธารณะประโยชน์ บริเวณ หมู่ที่ 2 ต.โพธิ์งาม อ.ประจันตคาม จ.ปราจีนบุรี ซึ่งอยู่ติดกับที่ดินของตนทำให้ตนไม่มีทาง เข้า-ออก และไม่สามารถเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของตนได้ จากนั้นได้เข้าไปยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วตั้งแต่ ปี 2563 แต่ยังไม่ได้รับความช่วยเหลือแต่อย่างใด ถัดมาอีกประมาณ 6 เดือน ได้เดินทางไปยื่นเรื่องขอความช่วยเหลือที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดปราจีนบุรี ในเดือนพฤศจิกายน 2563 ในปีเดียวกัน และยังไม่ได้รับทราบวิธีการแก้ไขว่าจะสามารถช่วยแก้ไขปัญหานี้ โดยมีกำหนดอย่างไร และทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่มีกำหนดการให้รื้อสะพานที่สร้างกรีดขวางทางสาธารณะประโยชน์ ปัจจุบันยังคงได้รับความเดือดร้อนโดยไม่มีทางเข้า-ออก และยังไม่สามารถเข้าไปทำประโยชน์ในที่ดินของตนเองได้ และได้ร้องเรียนไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี และ นายอำเภอประจันตคามแล้ว

 

เบื้องต้นทางผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่บริเวณที่มีปัญหาตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียนพร้อมกับเจ้าของที่ดิน พบว่าบริเวณพื้นที่ที่ทางผู้ร้องเรียนกล่าวอ้างว่าเป็นที่ทางสาธารณะประโยชน์นั้นพบมีการนำดินลูกรังมาถมเป็นทางเข้าไปประมาณ 100 กว่าเมตร สุดทางดินลูกรังพบว่ามีท่อน้ำเก่าที่เคยถูกใช้เป็นที่ระบายน้ำจากที่สูงลงสู่รำราง และพบว่ามีโครงการหมู่บ้านที่สร้างเสร็จแล้วที่อยู่ติดกับที่ดินของผู้ร้องเรียน และบริเวณทางสาธารณะประโยชน์ได้พบสะพานสร้างกีดขวางและทับทางสาธารณะอยู่ บริเวณสะพานมีลักษณะคล้ายๆคลองและมีน้ำขัง

 

จากการสอบถามนางสุพัตรา จันทร์ศิริ (ผู้ร้อง) กล่าวว่า เมื่อก่อนยังไม่มีบ้านจัดสรรเป็นทุ่งนาโล่ง ที่ของตนมี 15 ไร่ ก็ได้แบ่งให้เขาเช่าทำนา ก่อนที่จะมีการสร้างบ้านจัดสรรคนที่เช่าทำนาเขามาบอกว่าปีหน้าจะไม่ได้เช่าแล้วนะเพราะเขาจะทำสะพานเพราะรถไถรถเกี่ยวข้าวเข้าไม่ได้ เมื่อก่อนถนนทางสาธารณะมันไม่ได้เป็นคลองน้ำเป็นทางน้ำผ่านเวลาหน้าแล้วก็เห้งถ้ามีน้ำน้ำมันก็ขังหน่อยแป๊บเดียวมันก็แห้ง ตรงสะพานเขามาขุดที่จริงมันไม่ได้ลึกแบบนี้ และมีเส้นเดียวที่จะใช้เข้า-ออก ที่สวนได้ ตนไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาจะทำสะพาน มารู้ตอนที่เขาสร้างเสร็จแล้วตนจึงได้มาถามเขามาทำสะพานขวางแล้วจะเข้า-ออก ที่สวนของตนยังไง เจ้าของโครงการเขาบอกว่าเขาทำประชาวิจารณ์หมู่บ้านกันแล้วทำไมไม่มา ที่ไม่มาก็เพราะไม่มีการทำประชาวิจารณ์ หลังจากมีการสร้างตนได้มีการทำหนังสือร้องเรียนไปตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่างๆ ไปปรึกษา ผญบ. ได้คำตอบมาว่าให้มีบ้านขึ้นสัก 2-3 หลังก่อนแล้วจะทำทางให้ เมื่อวันที่ 13 พฤษภาคม ได้ทำหนังสือไปที่เทศบาล ผ่านไป 6เดือนไปถามความคืบหน้าทางเลขานายกปรากฏว่าเขาทำหนังสือของเราหาย และก็ได้พากันลงมาดูพื้นที่ ทางนายกบอกว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวขอทางคนนู้นคนนี้ทำทางให้เรา แล้วจะไปขอยังไงที่เขาซื้อขายกันได้ และมีหน่วยงานได้มีการไปบอกกับทางแม่ของตนว่า ยายซื้อเรือข้ามเข้าไปที่ยายสิ ข้าราชการเขาพูดกับชาวบ้านแบบนี้เหรอ ตนยืนยันว่าที่ตรงนี้เป็นทางสาธารณะ ไปที่ดินเข้าก็ออกใบให้เราว่าเป็นทางสาธารณะจริงๆ ข้างในยังมีที่ของคนอื่นด้วยที่เขาก็ใช้เส้นทางนี้เข้า-ออก เช่นเดียวกับตน แต่ไม่มีใครกล้าออกมากลัว ทางศาลรับฟ้องเป็นคดีดำแล้ว และเมื่อก่อนบ้านแม่ก็สร้างและอาศัยอยู่ในนี้ก่อนที่จะย้ายออกไปอยู่ข้างนอก

 

ปัจจุบันได้ไปขอเช่าที่ของชาวบ้านปีละ 8,000 บาท เพื่อใช้เป็นทาง เข้า-ออก ต้องใชัระยะไปไกลเกือบ 1 กม. จากแต่ก่อนใช้ระยะทางเพียงแต่ 300 เมตร ก็ถึงที่ของตนแล้ว ถ้าไม่มีสะพานก็ไม่ต้องมาเสียค่าเช่าปีละ 8,000 บาท ปีนี้เป็นปีที่ 2 ที่จะต้องจ่ายค่าเช่าทางเข้า-ออก ที่ตนเอง
ทางผู้สื่อข่าวได้โทรสอบถามทาง ผญบ. กล่าวว่า แต่ก่อนมันเป็นทางสาธารณะ ส่วนที่เขาสร้างจะพานค่อมทางเขาบอกว่าถ้าเรื่องถึงศาลจบเขาพร้อมที่จะรื้อให้ มันเป็นข้อพิพาทระหว่างเขาอยากจะทำให้เป็นถนนเป็นทางสาธารณะไม่ใช่ทางคลอง เขาใช้เป็นลำคลองมา 70-80 ปีแล้ว ทางสาธารณะประโยชน์ก็เลยเป็นทางน้ำหลากไม่ใช่คลอง จากเอกสารที่เขาได้ทำไว้ที่เทศบาลถ้าเรื่องถึงศาลเขาบอกเขาพร้อมที่จะรื้อให้ ก่อนก่อสร้างได้มีการขออนุญาติจากทางเทศบาล ตนเป็นผู้ใหญ่บ้านมา 14 ปี ในเอกสารที่ตนได้ไปเป็นพยานในการวัดที่มันเป็นทางสาธารณะแต่ในความเป็นจริงมันเป็นคลอง สมัยก่อนเป็นทางควายเดิน ก่อนที่จะมาเป็นเทศบาลมันเป็นของ อบต. เมื่อมีน้ำไหลไม่สะดวกเขาก็ร้องให้ทาง อบต. ก็ใช้รถแบ็กโฮมาเปิดทางน้ำให้ เท่าที่ตนรู้มาว่าทางเส้นนี้สามารถทะลุไปอีกหมู่บ้านหนึ่งได้

 

*จากการโทรสอบถามทางนายก อบต. กล่าวว่า สภาพจริงมันมีทางอยู่ด้านข้างและก็มีคลองอยู่ เวลาน้ำมันล้นมันจะเป็นทางยาวออกไปแล้วเป็นคลองผ่านไปอีกหมู่บ้านนึง เมื่อเขาลอกคลองมาข้างๆก็จะเป็นเนินสูงสมัยแต่ก่อน ในการสร้างสะพานได้มีการขออนุญาติก่อสร้างสะพานเพราะจะมีคนเข้าออกสวนเขาไม่ได้ จริงๆในโฉนดเขาเขียนว่าเป็นทางสาธารณะแต่สภาพจริงๆมันเป็นคลองแต่โบร่ำโบราณมันเป็นลำรางคู่กับทางสาธารณะไป ทางตนจึงอนุมัติให้สามารถสร้างสะพานได้ ตอนนี้ทางศาลเขากำลังพิจารณาอยู่ถ้าศาลสั่งให้รื้อก็ต้องให้เขารือ ส่วนเอกสารการอนุมัติต้องรอวันทำการ

ภาพ-ข่าว ทัตธน เหล่าหล้า ปราจีนบุรี

ข่าวที่น่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

อ้างหยิบผิด! วงจรปิดจับชัดหนุ่มเสื้อชมพูฉกมือถือร้านของชำ เจ้าของโทรตามกว่า 20 สาย ก่อนนำมาคืน
ชีวิตต้องมาก่อน! นอภ.สัตหีบ-นายกเมืองฯ ลุยฝนช่วยตาวัย 96 ปี หลังน้ำท่วมล้อมที่พัก
ระทึกกรุง!!! "ไฟไหม้บ้าน ย่านบางพลัด" จนท.รุดดับเพลิง เจอเสียงปืนดังสนั่นต้องหลบวุ่น ตรวจค้นเจอศพผู้ก่อเหตุปลิดชีพตัวเอง พร้อมคลังอาวุธ ปืนกล M60 ปืนพกสั้น วัตถุระเบิด!!?
"สนธิ" นำทีมรวมพลังแผ่นดิน ยื่นหนังสือ "กกต." ร้องทบทวนมติคดีฮั้วสว. ชี้ส่อเจตนาช่วยเหลือทางการเมือง พร้อมฟ้องเอาผิดเพิกเฉยต่อหน้าที่
ผู้ว่าฯ ชลบุรี นำทีมแจก “ตู้ปันสุข” 200 ชุด ส่งต่อความห่วงใย ช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน
อว.ผนึก UNESCO–AiSED ปลดล็อกอุดมศึกษาไทย! ดัน “ทักษะผู้ประกอบการ” เป็นสมรรถนะสำคัญทุกอาชีพ เชื่อม AI-นวัตกรรม สร้างกำลังคนแห่งอนาคต

ดู LIVE รายการ