แม่ที่อุ้มลูกติดโควิด โวยกลับ หลังถูกเพจหมอแฉ ลั่น อย่าโฟกัสที่ไปเที่ยวผับมาก่อน…จะฟ้องกลับเช่นกัน

จากกรณีที่เฟซบุ๊ก Siripen Kingkapan ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า “ลูกติดโควิดอาการน้องแย่มาก ไปมา 4 โรงพยาบาลไม่มีที่ไหนรับ” ก่อนไลฟ์เฟซบุ๊กที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งว่า “ลูกไข้ขึ้นสูงมาก ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ไม่รู้จะไปโรงพยาบาลไหนแล้ว ไม่มีโรงพยาบาลไหนรับเลย” จนกระทั่งมีผู้ประสานให้ครอบครัวนี้ได้เข้าไปรับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช กรมแพทย์ทหารอากาศ
ต่อมา เฟซบุ๊กเพจ “หมอขอบ่นหน่อยเหอะ-AggressiveDoctor” โพสต์ข้อความโดยอ้างถึงบุคลากรทางการแพทย์ในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ที่แม่อุ้มลูกวัย 10 เดือนไลฟ์สด ระบุว่า “อาจารย์คะ พ่อแม่ลูก 10 เดือนนี้ มาที่โรงพยาบาลหนูค่ะ รอบแรกเป็นผู้อำนวยการเข้ากับผู้ตรวจการพยาบาล พยาบาลและนักงานช่วยการพยาบาล ซึ่งตอนแรกก็ไม่ได้บอกไทม์ไลน์แน่ชัด ซักประวัติไปมา ไปเที่ยวร้านเหล้าที่หัวหิน ไปห้างสรรพสินค้าที่หัวหิน แต่เสียดายเค้าลบโพสนั้นไปไม่ได้แคปไว้ หลังจากผลบวก ประสานหาเตียงให้ได้แล้ว แต่ผู้เป็นพ่อของเด็กวัย 10 เดือน บอกไม่ไป ผมมีเงิน ผมมีตังค์จะไปเอกชน ไม่เอารัฐบาล และเจ้าหน้าที่ก็บอกว่าไม่ให้พ่อออกจากห้อง Negative (ห้องความดันลบ) เพราะจะแพร่เชื้อก็ไม่ฟัง เดินเข้าเดินออก ต้องห้ามกันหลายๆ ครั้ง และยังขอสูบบุหรี่ในห้องด้วย เราต้องห้ามถึงสงบลง ส่วนแม่ก็ไม่จับ ไม่เช็ดตัว ไม่ป้อนยา พยาบาลกับน้องผู้ช่วยเราทำตามจรรยาบรรณทุกอย่าง เช็ดตัวให้ก็บอกว่าพอแล้วลูกร้อง ต้องบอกว่าถ้าไม่เช็ดน้องจะไข้ขึ้นสูงชักได้ถึงยอมให้เช็ด เช็ดเสร็จก็ปล่อยลูกไว้เอาผ้าห่มมาล้อมน้องไว้ เราบอกระวังน้องตกนะคะ ก็มองหน้าเราอีก มีตวาดเสียงใส่ด้วยว่าทำไมไม่ไม่ได้ ผมจะนอนที่นี่ ผมมีตังค์ เราแจ้งว่าประสานให้โรงพยาบาลที่รับโดยตรงก็ไม่เอา จะไปเอกชนที่ดารานอน

สุดท้าย เจ้าหน้าที่ก็พยายามติดต่อ 1668 กรมการแพทย์ เวลานั้น 01.15 น. (วันที่ 11 เมษายน) ไม่มีใครรับเพราะนอกเวลาทำการ ติดต่อ 1422 กรมควบคุมโรค พอมีรถพยาบาลจะมารับพ่อเด็กก็ปฏิเสธ จนเจ้าหน้าที่แจ้งให้นอนพักก่อน แล้วเวลา 08.00 น. เวลาทำการจะประสานให้อีกครั้ง ไม่พอใจบอกจะพาลูกไปหาโรงพยาบาลที่อยู่ด้วยกันได้ แล้วพาลูกออกไป แล้วมารู้อีกทีคือไปไลฟ์สด ซึ่งวันเกิดเหตุทีมเจ้าหน้าที่เครียดมาก ต่างพากันนั่งร้องไห้และน้อยใจ เสียใจ เพราะทุกคนและโลกออนไลน์พากันด่า พากันว่า แต่ไม่เห็นถามเรื่องราวทั้งหมดเลย

นอกจากนี้ ชาวเน็ตยังขุดรูปจากเฟซบุ๊กของผู้เป็นแม่เด็ก ในวันที่ไปปาร์ตี้ในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งออกมาแฉเพิ่มเติมอีกด้วย
ด้าน นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ชี้แจงว่า เรื่องนี้น่าเห็นใจทุกฝ่าย เพราะขณะนี้ทางโรงพยาบาลเอกชนประสบปัญหาเตียงผู้ป่วยล้น ซึ่งหากเกินศักยภาพ ทางโรงพยาบาลเอกชนจะต้องรับผิดชอบในการส่งต่อผู้ป่วย จัดหาเตียงให้ผู้ป่วยด้วย เรื่องนี้จึงชี้แจงทำความเข้าใจกับทางโรงพยาบาลให้ทราบอีกครั้งแล้ว นอกจากนี้ ยังดำเนินการเร่งจัดหาเตียงไว้รองรับผู้ป่วย แม้จะไม่สามารถประเมินได้แต่ก็พยายามหาเต็มที่ โดยการทำฮอสพิเทล หรือนำโรงแรมมาเป็นคู่สัญญากับโรงพยาบาล หรือหากโรงพยาบาลเอกชนรายใด สามารถขยายเตียงเพิ่มได้ภายในพื้นที่ของโรงพยาบาลก็ให้ดำเนินการขยายเตียงได้เลยโดยไม่ต้องส่งเรื่องเข้าคณะกรรมการพิจารณา

ด้าน ทันตแพทย์อาคม ประดิษฐสุวรรณ รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กล่าวว่า ทางผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวได้ชี้แจงว่ามีศักยภาพอยู่ 120 เตียง เมื่อรับผู้ป่วยเกินศักยภาพแล้วจึงจำเป็นต้องปิดรับผู้ป่วย กรณีแบบนี้ ให้โทร. มาที่สายด่วน 1668 ของกรมการแพทย์ ซึ่งเป็นศูนย์จัดการเตียงของกรุงเทพมหานคร หรือสายด่วน สปสช. 1330 ซึ่งจะดำเนินการจัดหาเตียงรองรับให้ ตอนนี้ในภาพรวมโรงพยาบาลทุกแห่ง รับคนไข้เต็มจำนวน บางแห่งมีศักยภาพ 120 เตียง แต่รับไปแล้ว 160 เตียง ทั้งที่ตามหลักแล้วถ้ารับไม่ไหวก็จะต้องส่งต่อ จึงเร่งหาทางออกโดยยกระดับสถานกักกันทางเลือก (ASQ) ให้เป็นฮอสพิเทล ให้โรงแรมจับคู่กับโรงพยาบาลเพื่อรับผู้ติดโควิดเข้ามาดูแลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ขณะนี้ได้มา 2,500 เตียง รวมถึงจะมีการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามอีกหลายแห่ง เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาโรงพยาบาลเตียงเต็มนั้นแก้ไปได้กว่า 90% แล้ว.

ล่าสุด ทางฝ่ายแม่ของเด็ก 10 เดือน ได้ออกมาชี้แจงอีกครั้ง ยืนยันว่า ถูกโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษาจริง และมีหลักฐานหากโรงพยาบาลฟ้องมา ก็ฟ้องกลับ พร้อมติงคนที่วิจารณ์กรณีพบว่าไปเที่ยวผับมาก่อนนำเชื้อมาติดลูก “ควรดึงสติ เป็นวัยรุ่น ไปเที่ยวได้ จะให้นั่งพับเพียบอยู่บ้านเหรอ คนที่ตำหนิหลงประเด็น ต้องตั้งสติ” พร้อมทั้งบอกว่า การที่ออกมาไลฟ์นั้น เพื่อสะท้อนการทำงานของโรงพยาบาลกับผู้ป่วยติดโควิด

“ตอนนี้กระแสโจมตีเยอะมาก ว่าไม่ยอมอยู่โรงพยาบาล ไปขุดว่าไปเที่ยว แต่ตอนนี้คนละประเด็น ตอนนี้ที่เที่ยวกับการรักษาพยาบาลคนละประเด็นกัน ใครจะด่าก็ด่าไปเลย ตนไม่สน ขอบคุณที่เป็นกำลังใจ ถ้าอยากดังไม่อยากไลฟ์สดส่วนตัว เริ่มต้นที่โรงพยาบาลไม่รับรักษา โรงพยาบาลแรกไม่รู้ว่าตนกับลูกติดโควิดหรือเปล่า แต่พอไปถึงก็แจ้งว่าไปพื้นที่เสี่ยงมา ขอตรวจโควิด ได้ไหม เพราะเด็กมีไข้สูง แต่โรงพยาบาลแรกไม่มีน้ำยาตรวจให้ ก็เลยมาโรงพยาบาลที่สอง แต่ไม่รู้ว่าโรงพยาบาลแรกบอกว่าเราติดโควิด เราก็เซฟตัวเอง ใส่หน้ากากแน่นหนา ไม่เดินเข้าใกล้ผู้คน อยู่ในรถส่วนตัว ขับรถจากโรงพยาบาลแรกมาถึงโรงพยาบาลที่สอง

พอมาถึงโรงพยาบาลที่สอง ก็บอกว่ามาจากพื้นที่เสี่ยง ขอตรวจโควิด ได้ไหม ตอนนั้นเด็กไข้ขึ้นสูงด้วย อาการไม่ดี งอแง ร้องไห้ โรงพยาบาลที่สองตรวจไปไม่ถึง 1 ชั่วโมง ก็รู้ผลว่าตนกับลูกติดโควิด ส่วนพ่อผลยังเป็นลบอยู่ ก็ตรวจครั้งที่สอง เพื่อให้แม่นยำ โดยการตรวจโพรงจมูก ลำคอ และเลือด ปรากฏว่า อีก 1 ชั่วโมงต่อมา ประมาณช่วงบ่าย 3 โมง พบว่าเราสองคนแม่ลูกติดโควิด ชัวร์แล้วร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่รอของพ่อวันถัดไป จากนั้นแพทย์ก็จ่ายยาให้กลับบ้าน แต่เราเป็นโควิด ทุกคนเข้าใจไหมว่าตนกับลูก 11 เดือนเป็นโควิด และอาการเด็กก็แย่ ตัวร้อน เบื้องต้นโรงพยาบาลที่สองที่ทำให้คือ เช็ดตัวให้เด็กตัวเย็นลงแค่นั้น แล้วให้ยากลับบ้าน ตนถามโรงพยาบาลที่สองว่า “พี่คะ พวกหนูเป็นโควิด ตามจริงแล้วเราตรวจที่ไหน ที่นั่นต้องรับพวกเราดูแล ไม่ให้เราออกไปเพ่นพ่าน ไม่ให้ออกไปแพร่เชื้อ” แต่นี่ให้ยากลับบ้านเพราะว่าไม่รับคนที่ป่วยโควิดมารักษา โอเค กลับบ้าน เขาบอกว่าฟังผลคุณพ่อพรุ่งนี้นะ แล้วก็ให้กินยากลับบ้าน พวกเราสามคนก็เลยกลับมาที่คอนโด

ประมาณ 4 ทุ่ม เด็กมีไข้หนักมาก เราก็ไม่รู้จะไปที่ไหน เพราะโรงพยาบาลเขาไม่รับคนเป็นโควิด เขาตรวจให้อย่างเดียว เราก็ไม่รู้จะไปที่ไหน เราก็เลยย้อนกลับมาโรงพยาบาลที่สองเหมือนเดิม แจ้งว่าคืนนี้จะเข้าไปนะ เพราะน้องไม่ไหวแล้ว พอเข้าไปเขาก็เช็ดตัว ให้กินยาลดไข้ ก็ถามว่าทำไมถึงไม่รับรักษาที่นี่ ทำไมต้องให้ไปที่อื่น เพราะตามมาตรการแล้ว ตรวจที่ไหนที่นั่นต้องรับ ถ้าเราตรวจเจอที่โรงพยาบาลไหน ตามกฎหมายเขาต้องรับพวกเราไว้ดูแล ถึงสมมติว่าเตียงเต็ม ห้องเต็ม แต่เขาต้องดูแลเราก่อนเบื้องต้น แล้วค่อยส่งเราไปที่โรงพยาบาลอื่น แต่นี่ให้เรากลับบ้าน เราก็ไม่รู้จะทำยังไง เขาไม่ยอมรับรักษาแล้วก็บอกเราว่า เขาจะประสานไปให้โรงพยาบาลที่สาม

ทีแรกนั่งดูว่าไปโรงพยาบาลไหนดี สติเราก็แตกแล้ว เพราะลูกมีไข้ขึ้นสูง และอยากมีโรงพยาบาลที่ให้พวกเราสามคนได้รักษา เพราะเราไม่อยากจะออกไปไหนแล้ว เราอยากรักษาตัวโควิด กลัวว่าเชื้อจะแพร่ไปขนาดไหน โรงพยาบาลที่สองบอกว่าจะประสานไปให้โรงพยาบาลที่สาม โอเค ถ้าประสานไปแบบนี้ พวกเราก็จะไปเลย เราต้องการที่จะรักษาตัวเด็ก เราก็ขับรถไปโรงพยาบาลที่สาม ปรากฎว่าโรงพยาบาลที่สามบอกว่า โรงพยาบาลที่สองไม่ได้ประสานงานให้มาโรงพยาบาลที่สาม ตอนนั้นเราอยู่หน้าโรงพยาบาล เราก็ลอยแล้ว เหมือนโดนปล่อยลอยแพแล้วว่า ตกลงยังไง โรงพยาบาลที่สองบอกว่าประสานงานให้ แต่พอไปถึงปุ๊บ ไม่มีการประสานงานอะไรเลย ตอนนั้นเด็กไข้ขึ้นสูงมาก เราก็เลยบอกว่า ในเมื่อยังไม่มีการประสานงาน ขอให้รับเด็กไปรักษาก่อนได้ไหม เพราะตอนนั้นขับรถเหนื่อยแล้ว แล้วเด็กไข้ขึ้น 39 องศาเซลเซียส

โรงพยาบาลที่สามที่เป็นคลิป เวรเปลโทร ไปข้างบน เพราะแพทย์อยู่ข้างบน เด็กไข้ขึ้น 39 องศาเซลเซียส ตัวร้อนมาก เลยบอกให้คุณหมอลงมาใส่ชุด PPE ให้เรียบร้อยเลย เรารอได้ ลงมาให้มารับเด็กขึ้นไปก่อน พวกเราไม่มีที่ไปรอในรถได้ ให้ดูแลเด็กเบื้องต้นก่อน เพราะเด็กอายุ 11 เดือน ก็ไม่มีการลงมารับหรือว่าช่วยเหลืออะไรเลย ตนสติแตกก็ไลฟ์สดเลย เพราะตอนนั้นไม่รู้จะทำยังไง เหมือนตัวลอยเลย โดนปล่อยทิ้ง พวกเราเป็นโควิด เป็นเรื่องใหญ่มาก แต่ไม่มีใครยื่นมือเข้ามาช่วย หมอไม่พาเราส่งโรงพยาบาล หรือติดต่ออีกที่หนึ่งให้ หรือประสานงานไปที่อื่นว่าที่นู่นมีเตียงไหม ที่นั่นรับรักษาไหม เอาฝั่งเราไป แต่นี่ให้เราไปเอง ไม่มีใครอยากอุ้มลูกไปทุกที่แพร่กระจาย เราเซฟตัวเอง ตอนนั้นเราอยู่แต่ในรถ เราขับรถไปเราจะถามข้างหน้าก่อนเลย พี่เข้าได้ไหม เราเซฟ พี่ออกห่าง พวกหนูเป็นโควิด เราจะพูดก่อนหน้าเข้าโรงพยาบาลอยู่แล้ว

โรงพยาบาลที่สามไม่รับ ตามในคลิปเลย เด็กไข้ขึ้นสูง ยอมรับว่าสติแตกเพราะตั้งแต่เช้า เด็กอายุแค่ 10 เดือน ความรู้สึกเรามันว้าเหว่ มันไม่มีใครที่ มาถึงจุดนี้ที่เราเป็นโควิดแต่โรงพยาบาลปล่อยเราทิ้ง ให้เราไปหาเอง พอเราโทรกลับไปก็ไม่ได้ประสาน แค่คุยกับเราว่า ไปที่นี่สิ ไปที่นั่นสิ เราเป็นโควิด คุณไม่สมควรให้เราไปที่โน่นที่นี่ คุณต้องมีรถที่แน่นหนา มีอะไรที่เซฟพวกเรา เซฟคนอื่น แต่นี่ไม่ คุณให้เราไปเอง จากนั้นเราก็ย้อนเพราะไม่มีที่ไปแล้ว ไข้ขึ้นสูง เราก็ย้อนกลับมาที่โรงพยาบาลแรก เพราะเป็นโรงพยาบาลที่เรารักษาอยู่ เพื่อให้ดูแลรักษาเบื้องต้น พอเขารู้ว่าเราติดโควิด แต่ตอนนี้ช่วยเด็กหน่อยได้ไหม อะไรก็ได้ให้ช่วยเด็กก่อน เขาก็ใส่ชุด PPE เข้ามา พยาบาลก็โทร.คุยกับเราลงมา แต่ในห้องนั้นไม่มีใครเลย เราก็รู้ว่าเขาเซฟ พยาบาลก็ใส่ชุด PPE เข้ามาเช็ดตัว เพราะเด็กไข้ขึ้นสูงจริงๆ กลัวจะชัก

ทีนี้พอเช็ดตัวเสร็จ แพทย์ก็โทร.มาบอกว่าให้ไปที่อื่น เราก็บอกว่า เราเป็นโควิดนะพี่ ตอนนี้เราเหนื่อยมาก เขาบอกว่า ที่นี่ไม่รับเหมือนกัน ให้ลองไปที่อื่นดูนะคะ จะได้รีบรักษาทัน แต่ตอนนั้นเหนื่อยมาก ขอเขาพักหน่อยได้ไหม แต่กลับบอกว่าให้รีบไปดีกว่า เราก็ต่อล้อต่อเถียงสักพักหนึ่งว่า ทำไมปล่อยเราอีกแล้ว อ้อนวอนเขาว่าทำไมไม่เห็นใจเรา เราติดโควิด ทำไมต้องไปหาเอง เราเหนื่อยมาก ไม่มีการตอบรับที่แบบว่าช่วยเรา ไม่รู้จะทำยังไง ไปโรงพยาบาลที่สี่เพราะมีคนใจดีบอกว่าลองมาที่โรงพยาบาลที่สี่สิ พอมาโรงพยาบาลที่สี่ก็เหมือนเดิม เตียงเต็มแล้ว ให้เราไปที่อื่น พวกเราก็เหนื่อยกันมากแล้ว เราวนรถจนไม่รู้จะยังไงแล้ว มันเหนื่อยมาก เราถามว่า พี่ พวกหนูเป็นโควิดนะ ไข้ขึ้นสูง ทำไมต้องไปหาโรงพยาบาลเอง ทำไมถึงไม่ทำเรื่องส่งเราไป หรือกักตัวพวกเราไว้แล้วค่อยส่งไปที่อื่น น่าจะช่วยประสานต่อ แต่ย้ำว่าไม่มีที่ไหนประสานงานให้เราเลย ให้เราหาเองทุกที่ แต่ดีที่โซเชียลฯ มีคนใจดีช่วยเรา มีผู้ใหญ่ใจดี พี่เอก ผู้ช่วย ส.ส.เขตสายไหม พวกพี่นักข่าวประสานจนเราได้รักษาที่นี่

ถ้าไม่มีสื่อ ตอนนี้หนูกับลูก ครอบครัวว่างเปล่า อยากให้ทุกคนมอง ถ้าวันนี้หนูไม่ออกสื่อ ถ้าวันนั้นหนูไม่ไลฟ์สด แล้วหนูไม่ออกสื่อกัน ตอนนี้หนูกับลูกไม่มีที่ที่ให้รักษาตัว แล้วหนูเชื่อว่ายังมีอีกหลายคน ที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ เพราะโควิดรอบนี้เยอะมาก แล้วคนที่เป็นยังอยู่ข้างนอกอีกเยอะ หนูคิดว่าอย่างนั้นนะ ขนาดเคสพวกหนูแย่แล้วนะ เพราะมีเด็กด้วยแต่กลับลอยเหมือนหาเอง อันนี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นตอนนี้ในสังคมไทย ที่เราเป็นโควิดแต่ไม่สามารถมีโรงพยาบาลไหนที่จะรับเราไปดูแล ไม่มีเตียงบ้าง ที่นี่ไม่รับรักษาโควิดบ้าง ให้เราไปหาเองบ้าง แต่ทั้งหมด 4 ที่นี้ ไม่มีที่ไหนประสานงานให้เราเลยสักที่หนึ่ง ให้เราขับรถไปหาเอง ซึ่งเราไม่อยากทำอยู่แล้ว เพราะเรารู้ว่าเราเป็นโควิด เราไม่อยากให้คนอื่นมาเสี่ยง แต่ตอนนั้นเป็นช่วงเวลาตีสอง ตีสาม ก็ยังไม่มีคน พวกเราก็เซฟตัวเอง เราก็ถามหมอกลับไปว่า หมอคะ หมอให้เราไปหาเองทุกที่ มันไม่ปลอดภัยกับคนอื่นนะ แต่ตอบกลับมาคือเงียบ ความเงียบของเขา เราเป็นโควิดแต่หมอปล่อยให้เราเดินออกมาได้ คิดดูสิ สุดยอดไหมล่ะ การรักษาไทย

แต่พอมาวันนี้ข่าวมันพลิก พยาบาลโรงพยาบาลแห่งที่สองที่เราไปตรวจโควิดได้ออกมาขุดคุ้ยประเด็นเรื่องผับ เรื่องเที่ยว อยากพูดตรงนี้เลยว่าพยาบาลขุดคุ้ย เขียนข่าวออกมาว่าเราไปเที่ยวที่โน่นที่นี่ แต่ดูเดือนด้วย หนูว่ามันคนละประเด็น คุณอย่าแยกออก ประเด็นคือโรงพยาบาลพวกคุณไม่รับรักษาพวกเรา มันไม่ใช่ประเด็น ตอนนี้ติดที่ไหน ใช่ เราไล่ไทม์ไลน์บอกหมอที่นี่อยู่แล้วว่าเราไปที่ไหนกันบ้าง ไม่ได้ปิดบัง แต่ตอนนี้ประเด็นที่ตนกับครอบครัวจะเดินหน้าคือ โรงพยาบาลไม่รับพวกเรา และไม่ประสานงานให้พวกเรา ในอีกมุมโซเชียลฯ ก็จะแบบว่าทำไมไปเที่ยวอย่างโน้นอย่างนี้ ด่ามาเลย ไม่โกรธ มันคนละประเด็น ด่ามาเลยเต็มที่ แต่ประเด็นตอนนี้คือ โรงพยาบาลที่ตนเจอตอนนี้มันแย่มาก ไม่มีการกักตัวหรือช่วยประสานงาน ตอนนี้เขาปล่อยผ่านจริงๆ เราเดินทางเอง หลักความเป็นจริงถ้าเราเดินทางเองไม่ได้อยู่แล้ว เขาต้องกักตัวอยู่แล้วแต่นี่ไม่ ไปสาม สี่ ห้าโรงพยาบาล ไม่มีที่ไหนบอกว่าอย่าไปนะ คุณเป็นโควิดคุณต้องอยู่ที่นี่ เดี๋ยวเราประสานเอง เดี๋ยวเราส่งต่อเอง ไม่มี ประเด็นโรงพยาบาลที่สองที่โจมตีอยู่ ถ้าคุณเงียบไปตั้งแต่แรกเราก็จะคุยกัน”

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก