ธปท.ชี้ SVB ล้มกระทบเสถียรภาพระบบการเงินไทย “จำกัด”

ธปท.เผยผลกระทบจากเหตุการณ์ล้มละลายของ Silicon Valley Bank (SVB) ต่อเสถียรภาพระบบการเงินไทยมีจำกัด เหตุไม่มี ธนาคารพาณิชย์ไทยที่มีธุรกรรมโดยตรงกับ SVB ปริมาณธุรกรรมโดยรวมของกลุ่มแบงก์ไทยใน Fintech และ Startup ทั่วโลก มีน้อยกว่า 1 % ของเงินกองทุนของกลุ่มแบงก์ และไม่มีการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่กลุ่มธุรกิจของธนาคารพาณิชย์ไทย ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับต่ำที่ราว 200 ล้านบาท

วันนี้ (13 มี.ค.66) นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้แจงว่ากรณีธนาคาร Silicon Valley Bank (SVB) ที่ประสบปัญหา ซึ่ง Federal Deposit Insurance Corporation (FDIC) มีคำสั่งให้ปิดกิจการเมื่อวันศุกร์ที่ 10 มี.ค. 2566 นั้น

 

 

ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการรับฝากเงินและการปล่อยกู้ที่กระจุกตัวอยู่ที่ลูกค้ากลุ่มกองทุน venture capital บริษัท fintech และบริษัท start-up ซึ่งอัตราดอกเบี้ยสหรัฐฯ ที่ปรับเพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ลูกค้าของ SVB ระดมทุนได้ยากหรือมีต้นทุนสูงขึ้น จึงต้องถอนเงินฝากที่ SVB เพื่อใช้ในธุรกิจ และบางกลุ่มถอนเงินฝากเพื่อลงทุนในสินทรัพย์ที่ผลตอบแทนสูงกว่า ส่งผลให้ SVB ต้องขายพันธบัตรในราคาต่ำลงมากเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง เกิดผลขาดทุน กระทบฐานะของธนาคารและความเชื่อมั่น จนต้องถูกควบคุมโดย FDIC ตามที่เป็นข่าว

 

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

จากข้อมูลในตลาดการเงินโลก ราคาหุ้นกลุ่มธนาคารโดยรวมปรับลดลงและราคาในการประกันความเสี่ยงปรับเพิ่มขึ้นจากความกังวลต่อการลุกลามไปยังธนาคารอื่น โดยเฉพาะกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจเทคโนโลยีและคริปโทเคอร์เรนซี อย่างไรก็ดี การที่ทางการสหรัฐฯ ประกาศจะจ่ายคืนผู้ฝากทุกรายเต็มจำนวน และจัดตั้ง Bank Term Funding Program เพื่อปล่อยสภาพคล่องให้แก่ระบบธนาคาร น่าจะช่วยลดโอกาสที่สถานการณ์จะลุกลามจนส่งผลอย่างมีนัยต่อเสถียรภาพระบบสถาบันการเงินของสหรัฐฯ ทั้งนี้ ธปท. จะติดตามสถานการณ์และผลกระทบต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

 

 

 

 

สำหรับสถานการณ์ในไทย ผลกระทบจากกรณี SVB ต่อเสถียรภาพระบบการเงินไทยมีจำกัด เนื่องจากไม่มี ธพ. ไทยที่มีธุรกรรมโดยตรงกับ SVB และปริมาณธุรกรรมโดยรวมของกลุ่ม ธพ. ไทยใน Fintech และ Startup ทั่วโลกมีน้อยกว่า 1 % ของเงินกองทุนของกลุ่ม ธพ. ที่สำคัญพบว่า ธพ. ไทยไม่มีการถือครองสินทรัพย์ดิจิทัล ขณะที่กลุ่มธุรกิจของ ธพ. ถือครองสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับต่ำที่ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่ง ธปท. ขอย้ำว่ามีการกำกับดูแลธุรกรรมเกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลและ venture capital ที่เข้มงวด เช่น การให้หักเงินลงทุนในเหรียญออกจากเงินกองทุนชั้นที่ 1 (CET1) ในทุกกรณี รวมทั้งกำหนดเพดานการลงทุนและการกำกับความเสี่ยงในด้านต่าง ๆ เพื่อป้องกันผลกระทบจากความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่ม ธพ. ต่อเงินฝากของประชาชน

ด้านค่าเงินบาท ล่าสุดปรับแข็งค่าขึ้นสอดคล้องกับสกุลเงินภูมิภาค ภายหลังนักลงทุนคาดการณ์ว่าเหตุการณ์ข้างต้นจะส่งผลให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ทำให้เงินดอลลาร์ สรอ. ปรับอ่อนค่าลงเร็ว ซึ่งความไม่แน่นอนของนโยบายการเงินสหรัฐฯ จะยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อตลาดการเงินโลกและความผันผวนของค่าเงินบาทในระยะถัดไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"ศาลฎีกาฯ" สั่งจำคุก 8 เดือน ไม่รอลงอาญา "ศรัณย์วุฒิ" อดีต สส.หนวดงาม คดีเสียบบัตรแทนกัน ชี้พฤติการณ์ร้ายแรง
สุดอบอุ่น! คนไทยในอเมริกา แห่ต้อนรับ "เนเน่ รอยัล" แน่นสนามบิน เตรียมลุยรอบไฟนอล AGT 2026
"ศาลอาญา" ไม่รับฟ้อง "บิ๊กโจ๊ก" ้เอาผิด "บิ๊กเต่า" คดีหมิ่นกล่าวหาตบลูกน้องจนป่วยซึมเศร้า!??
เปิดพิรุธคณะที่ 26 สอบ สว. 3 สำนวนฝั่งผู้สมัครสีส้มสุดอืด
"ป.ป.ช.ยโสธร" ลุยสอบ "โครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำบึงผือฮี" ทิ้งร้าง ไม่ได้ใช้งาน เกือบ 3 ปี พบปัญหาการขโมยสายไฟ แถมถ่ายโอนไม่ได้ "สทน.11" โร่ชี้แจง ไม่มีงบประมาณซ่อมบำรุงเพียงพอ
เนื้อหาเราโคตรแข็ง!! "ปฐม อินทโรดม" ให้คะแนน 9 เต็ม 10 "สีหศักดิ์" ใช้เวที UNCLOS อย่างสร้างสรรค์ กำราบ "กัมพูชา" ดิ้นขอแบ่งผลประโยชน์ทางทะเล

ดู LIVE รายการ