ศุภชัย  ฮึ่มอย่าขวางพ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุข

ศุภชัย ฮึ่มอย่าขวางพ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุข

กรุงเทพฯ 9 ส.ค.- อย่าขวางกม.ปกป้องคนทำงาน “ศุภชัย” แจงปมดราม่า พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วย COVID-19 ย้ำ อย่าเรียก นิรโทษกรรม เพราะยังไม่ใครทำผิด

นายศุภชัย ใจสมุทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีดราม่า เรื่อง “พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วย COVID-19” ที่ฝ่ายการเมืองมองว่า เป็นการนิรโทษกรรมให้กับฝ่ายบริหารจัดการวัคซีน โดยระบุว่า “อย่าขวางกฎหมายปกป้องคนทำงาน อคติทางการเมืองบังตาจนน่ารังเกียจ กับกลุ่มที่ตั้งป้อมโจมตี ‘พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วย COVID-19’ โดยฝ่ายการเมืองตั้งชื่อให้ใหม่ว่าเป็นกฎหมายนิรโทษกรรมวัคซีน ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะคำว่า “นิรโทษกรรม” แปลว่า การยกเลิกโทษแก่ผู้กระทำความผิด แต่ ณ ปัจจุบัน ในการบริหารจัดการปัญหาโควิด 19 นั้น ยังไม่มีใครต้องโทษแม้แต่คนเดียว”

นายศุภชัย ระบุว่า “อันที่จริงกฎหมายที่กำลังเป็นที่ถกเถียงอยู่นี้ มีเจตนาที่ดีมากๆ คือปกป้องคนทำงาน ทั้งฝ่ายปฏิบัติ และฝ่ายบริหาร สาระสำคัญของของกฎหมายดังกล่าว เปิดเผยโดย นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ร่วมกับ พล.อ.ต.นพ.อิทธพร คณะเจริญ เลขาธิการแพทยสภา ระบุว่า เจตนารมณ์ที่ทำร่างพ.ร.ก.ฉบับนี้ เพื่อให้ประชาชนได้รับการดูแลอย่างเต็มที่ และเพื่อให้บุคลากรทุกภาคส่วนของสาธารณสุขสามารถทำงานได้อย่างมั่นใจ มีขวัญและกำลังใจที่จะดูแลประชาชนอย่างเต็มที่มากยิ่งขึ้น โดยบุคคลที่จะได้รับความคุ้มครอง คือบุคลากรทางการแพทย์ที่ทำงานในสถานบริการทั้งภาครัฐและเอกชน และคุ้มครองการทำงานในสถานพยาบาล โรงพยาบาลสนามหรือสถานที่จัดตั้งในสถานการณ์ฉุกเฉินเพื่อดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19

ทั้งนี้พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 เป็นกฎหมายที่มีจุดประสงค์ควบคุมการกระทำของบุคลากรสาธารณสุขให้เป็นไปด้วยความสุจริต และเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้บุคลากรปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19”

นายศุภชัย กล่าวว่า “เนื้อหาสาระของกฎหมาย เป็นไปเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนทำงานด้านสาธารณสุข ทุกหมู่เหล่า มิใช่ว่า ทำงานไป กลัวถูกเล่นงานไป ประเด็นคือ กฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่กฎหมายที่ออกมาปกป้องคนชั่ว ปกป้องคนเลว เพราะมีข้อยกเว้น ให้การกระทำต่อไปนี้ ต้องรับผิดทางกฎหมาย การกระทำโดยไม่สุจริต , การกระทำโดยประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง, การกระทำเกิดจากการเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม แน่นอนว่า กฎหมายนี้ ไม่ได้ปิดกั้นการฟ้องร้อง หากฝ่ายการเมืองคิดว่าที่ผ่านมา การจัดหาวัคซีนนั้น มีข้อไหนที่ขัดต่อกฎหมาย ก็ไปฟ้องเอาผิดได้เลย หาก ว่าผู้ถูกฟ้องร้องมีพฤติกรรมเข้าเงื่อนไขด้านบน คือ กระทำโดยทุจริต ประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรง เลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมก็ย่อมถูกลงโทษ การออกกฎหมายเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจให้กับคนทำงานนั้น ไม่ใช่เรืองที่ควรขัดขวางแต่ควรส่งเสริมให้เดินหน้าต่อด้วยซ้ำ ทุกวันนี้ท่ามกลางสถานการณ์การเมืองที่ร้อนแรงแบบสุด ๆ ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนทำงานด้วยความบริสุทธิ์ใจ ล้วนมีความหวาดระแวง ในการปฏิบัติหน้าที่

อย่าปฏิเสธ ว่าไม่มีการจับผิดคนทำงาน ทุกอย่างปรากฏให้เห็นแล้ว ทั้งเรื่อง การวิพากษ์ตำรวจด่านหน้ารับเข็ม 3 การวิพากษ์ แพทย์จังหวัดเลย ที่ได้รับไฟเซอร์ และอีกสารพัดกรณีตัวอย่าง ที่ทำให้คนทำงานรู้สึกกังวล เรื่อง ดราม่าเหล่านี้เกิดขึ้นทุกวัน เช่นเดียวกับการรักษาผู้ป่วยโควิด 19 ก็เกิดขึ้นทุกวัน ซึ่งหมอ และพยาบาลต่างก็ลุ้นว่า ในการรักษาผู้ป่วยวันละ 1.5 – 2 หมื่น เคส อาจจะมีผู้ป่วย “ฉลาดแกมโกง” งัดกฎหมายมาเอาผิดหมอ หมอทำงานทุกวันด้วยใจสั่นระรัว นี่ก็เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ กฎหมายนี้ ต้องออกมาเป็นพ.ร.ก. เพราะต้องลัดขั้นตอนสภา ให้ออกมาบังคับใช้ให้เร็วที่สุด เหล่านี้คือภาพสะท้อนความจำเป็น และตอบคำถามว่า ทำไม ‘พ.ร.ก.จำกัดความรับผิดสำหรับบุคลากรสาธารณสุขในการรักษาพยาบาลผู้ป่วย COVID-19’ จึงไม่ควรถูกขัดขวาง #ปกป้องคนทำงาน”

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก