ท็อปนิวส์ ช่วยสาวใหญ่บ้านติดโควิด 4 ราย ไม่มีเงินซื้ออาหาร แถมไร้หน่วยงานดูแล

ท็อปนิวส์ ช่วยสาวใหญ่บ้านติดโควิด 4 ราย ไม่มีเงินซื้ออาหาร แถมไร้หน่วยงานดูแล

ทีมข่าว TopNews ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นางสาวหทัยกาญจน์ อธิรัตน์ อายุ 42 ปี ขอความช่วยเหลือในเรื่องการหาเตียงรักษา หลังทราบว่า ตนและคนในบ้านติดเชื้อโควิด-19 4 ราย จากทั้งหมด 8 คน ติดจากพี่สาวที่เสียชีวิตด้วยสาเหตุเชื้อโควิดลงปอด เมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา และตอนนี้คนในบ้านยังไม่ได้เตียงเพื่อเข้ารับการรักษา จึงได้ประสานขอความช่วยเหลือ ผ่านโครงการ “ยังมีเรา” ของสำนักข่าว Top News

 

ทีมข่าว Top News ได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านผู้ร้องเรียน ที่ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 474/4 ซอยเจริญกรุง 85 แยก 10 แขวงวัดพระยาไกร เขตบางคอแหลม กทม. พบ นางสาวหทัยกาญจน์ อธิรัตน์ ผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ได้ให้สัมภาษณ์ผ่านวิดีโอคอลแอพพลิเคชั่นไลน์ เล่าให้ทีมข่าวฟังว่า พี่สาวของตน ชื่อ อรุณวดี อธิรัตน์ ไปฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนิกร้า เข็มแรก เมื่อวันที่ 25 มิ.ย. 2564 ผ่านไป 7 วัน เริ่มมีอาการผื่นขึ้น อ่อนเพลีย เป็นไข้ และไม่อยากอาหาร คิดว่าเป็นอาการของคนแพ้วัคซีน จึงไปหาหมอที่ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ และได้ยามากิน จนกระทั่ง วันที่ 8 ก.ค. 2564 อาการไม่ดีขึ้นจึงกลับไปตรวจที่ โรงพยาบาลเซนต์หลุยส์ อีกครั้ง ทีมแพทย์ได้ทำการเช็ค x-ray ทราบว่าปอดติดเชื้อโควิด ที่นี้ไม่รับเคสโควิด จึงย้ายมารักษาต่อที่ โรงพยาบาลเจริญกรุงประชารักษ์ แต่ไม่มีเตียง ให้นอนที่เต้นท์หน้าโรงพยาบาลรอตรวจโควิดอีกรอบ ต่อมา วันที่ 9 ก.ค. 2564 ได้เข้ารับการรักษาที่ห้องฉุกเฉิน ก่อนจะมาเสียชีวิตใน วันที่ 10 ก.ค. 2564 ตอนเช้า

 

นางสาวหทัยกาญจน์ กล่าวอีกว่า หลังจากที่พี่สาวของตนเสียชีวิต คนในครอบครัวก็เริ่มมีอาการเหมือนคนติดเชื้อโควิด จึงพากันไปตรวจพร้อมกันทั้ง 7 คน ที่จุดตรวจเชิงรุก วัดราษฎร์บูรณะ ในวันที่ 12 ก.ค. 2564 ผลออกมาทราบว่า ติดเชื้อกัน 4 ราย มี นายอี๊ส ศรีทาน้อย พี่เขย, นายปวรัตน์ ศรีทาน้อย ลูกพี่เขย, นายดอกรัก อธิรัตน์ พี่ชาย และ นางสาวหทัยกาญจน์ อธิรัตน์ (ตัวเอง) จึงทำการแยกกักตัว พี่เขยกะหลานอยู่ห้องเดียวกัน คนอื่นแยกกันอยู่คนละห้อง ทั้งหมด 3 ห้อง คนในครอบครัวที่ไม่ติดเชื้ออยู่ในห้องเดียวกันทั้ง 3 คน และต้องคอยเป็นคนออกไปหาอาหารมาให้กิน ซึ่งตอนนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนเงินกำลังจะหมด เนื่องจากรายได้ครอบครัวเหลือเพียงแค่ตนคนเดียว ที่ยังได้รับเงินเดือนจากทางบริษัทที่ทำงานอยู่ ส่วนคนในบ้านทั้งหมด อยู่ในช่วงตกงานค่าใช้จ่ายจึงไม่พอ แม้กระทั่งออกไปหาซื้อข้าวปลาอาหาร ยังต้องประหยัดใช้โครงการคนละครึ่งของทางรัฐบาลในการใช้จ่าย และทางผู้ใหญ่บ้านเองพอทราบเรื่องก็ยังพอนำเข้ากล่องมาให้รับประทานเป็นบ้างมื้อเพื่อประทังชีวิต ตั้งแต่ที่บ้านติดเชื้อโควิดมาก็ไม่มีหน่วยงานราชการใดที่เข้ามาดูแลเลย มีแค่เพียงถุงยังชีพ 2 ถุง ที่ให้มาตอนงานศพพี่สาว หลังจากนั้นก็เงียบหายไป

 

นางสาวหทัยกาญจน์ เล่าให้ทีมข่าวฟังด้วยน้ำตาคลอต่อว่า ตนได้พยายามติดต่อไปยังเบอร์สายด่วน 1668 เพื่อขอเตียงเข้ารับการรักษา คนที่บ้านจะได้ไม่ต้องติดเชื้อโควิด-19 กันเพิ่ม แต่ก็ยังหาเตียงไม่ได้ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้แจ้งมาว่าในขณะนี้ ได้รับการจองเตียงเป็นที่เรียบร้อยแล้วพร้อมแจ้งหมายเลขเคสมาให้ทราบ และขอให้รอเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับไป ตนทำได้เพียงแค่รอ แต่คิดว่ารอไม่ได้เพราะมีเคสตัวอย่าง และเป็นพี่สาวของตนที่ต้องมาเสียชีวิตด้วยสาเหตุเชื้อโควิดลงปอด และที่บ้านเริ่มมีอาการแล้ว เกรงว่าจะเป็นเหมือนพี่สาวของตน และเงินที่เก็บไว้ซื้ออาหารก็หมด อีกทั้งยังไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือ มีแต่ทางสำนักข่าว TopNews ที่ติดต่อประสานงานมา จึงอยากจะขอให้ทีมข่าวช่วยเหลือในเรื่องถุงยังชีพและติดต่อประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งเข้ามาช่วยเหลือดูแลครอบครัวของตน

 

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก