โค้งสุดท้ายกฎหมายลูก ระเบิดเวลาการเมือง

กดติดตาม TOP NEWS

หน้าฉากเอา 500 แต่หลังม่านอยากได้ 100 ใจจะขาด  ภาวะหนีเสือปะจระเข้   ยืนหาร 500 เบรกแลนด์สไลด์หยุดฝ่ายทักษิณ  แต่อาจต้องแลกกับพรรคแตกหมดลุ้นส.ส.บัญชีรายชื่อ   หรือเลือกกลับลำกลืนน้ำลายอีกครั้งไปหาร 100 ได้ประโยชน์ทุกพรรคสมใจทุกฝ่ายแต่เสี่ยงไม่ได้เป็นรัฐบาล  จับตากฎหมายลูกจะไปจบตรงไหน ฝ่ายไหนจะเข้าวินหาร500หรือหาร 100  

แม้จะผ่านระยะเวลามาพอสมควรในการทำกฎหมายลูกจนเหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะครบ 180 วันตามที่กฎหมายกำหนด ภายในวันที่ 15 ส.ค.2565 นี้  หากกฎหมายลูกไม่ผ่านการพิจารณาของสภาวาระ 3 ก็จะต้องตกไปโดยปริยาย เมื่อถึงตอนนั้นก็ต้องไปหยิบร่างกฎหมายที่เสนอโดยครม. ซึ่งตราโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ส.ส.เขต 400  ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน จากคำนวณโดยใช้สูตรหาร 100  เพียงแต่ไม่มีการแก้ไขรายละเอียดปลีกย่อยต่างๆให้สมบูรณ์ครบถ้วน เพราะเป็นความเห็นของหน่วยงานเดียวคือกกต.  ไม่เหมือนร่างของกมธ.วิสามัธฯ เสียงข้างมากที่ผ่านความเห็นหลากหลายจากทั้ง ส.ส. ส.ว. และตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ  อย่างไรก็ตามสถานการณ์ในขณะนี้ เรื่องของสูตรหาร 500 หรือ หาร 100 เอาจริงก็ยังลูกผีลูกคน  แม้ช่วงบ่ายของวันนี้คือ 3 ส.ค.2565 จะมีความพยายามเสนอให้รัฐสภาพิจารณาเรื่องนี้ในมาตราที่เหลือ คือ มาตรา 24 ถึง มาตรา 32 ให้จบรวมถึง 2 มาตราใหม่ที่มีการเพิ่มเข้ามาคือ มาตรา 24/1 และ มาตรา 26/1 เพื่อให้การคิดสูตรหาร 500 ล้อไปตามกันโดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ  หลังหลายมีความเป็นห่วงว่าการพิจารณากฎหมายลูกอาจไม่ทันวาระ 3 ในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ซึ่งจะเป็นเดดไลน์สุดท้าย หากไม่ทันกฎหมายลูกที่แก้มากว่า 180 วันก็จะตกไป เสียของ เสียเงิน เสียเวลา เสียดายภาษีของประชาชน

webp

มีความเป็นห่วงจากหลายฝ่ายว่าอาจมีการเล่นเกมส์ยื้อการพิจารณากฎหมายลูกที่เหลืออีก 8 มาตราบวกกับของใหม่อีก 2 มาตราออกไปจนเลยเส้นตาย 15 ส.ค.นี้    หลังเหลือเวลาประชุมร่วมส.ส.และส.ว.แค่ 4 วันเท่านั้นคือ 2-3 ส.ค. และ 9-10 ส.ค.   และมีความพยายามจากฝ่ายค้านเสนอร่างพ.ร.บ.กฎหมายปรับเป็นพินัยมาคาไว้ในการพิจารณา  อย่างไรก็ตามล่าสุดวานนี้ (2 ส.ค.) สภาก็ตาลีตาเหลือกพิจารณาร่างกฎหมายดังกล่าวที่ว่าไปจนผ่านวาระ 3 และเตรียมจ่อนำร่างกฎหมายลูก พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.มาพิจารณาต่อแล้ว  เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะปล่อยให้กฎหมายตกไปตามเงื่อนไขเวลา 180 วันคงไม่เกิดขึ้นแล้ว   ตอนนี้ก็เหลือลุ้นว่าหากพิจารณาครบทั้ง 32 มาตราจนจบแล้วเสร็จ  การโหวตวาระ 3 ผลจะออกมาอย่างไร  เพราะงานนี้บอกได้เลยว่ามีรายการ “ลับ ลวง พราง” ธงในใจของแต่ละพรรคแต่ละฝ่ายกันแบบไม่รู้อันไหนจริงอันไหนเท็จแล้ว แม้กระทั่งตอนนี้หลายคนอาจเห็นว่าสูตรหาร 500 จะเข้าวินผ่านการพิจารณาแน่ๆ  หลังที่ประชุมใหญ่ 2 สภามีมติกลับลำจากสูตรหาร 100 ที่กมธ.วิสามัธฯ เสียงข้างมากเสนอมาเป็นสูตรหาร 500 แทน  แต่ช่วง 1-2 อาทิตย์ที่ผ่านมาต้องบอกว่ากระแสย้อนศรกลับไปใช้สูตร 100 หาร มาแรงมากๆ  บางกระแสแรงถึงขั้นข้ามกลับไปใช้บัตรเลือกตั้งใบเดียวแบบเดิมถึงขั้นมีข่าวว่ากรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐเคาะให้กลับไปใช้ใบเดียวเหมือนการเลือกตั้งปี 2562  อย่างไรก็ตามล่าสุดไพบูลย์ นิติตะวัน รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ออกมาคอนเฟริมแล้วว่ามติพรรคให้ยืนที่บัตร 2 ใบ  ส่วนจะหาร 500 หรือ หาร 100 ก็ค่อยไปว่ากัน

webp

ล่าสุดแม้สูตรหาร 500 จะมาแรงในหมู่พรรคเล็กที่มีนพ.ระวี มาศฉมาดล หัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่เป็นตัวตั้งตัวตี  ขณะที่เอนก เหล่าธรรมทัศน์  หัวหน้าพรรครวมพลังก็ออกมาสนับสนุนว่าหาร 500 พรรคเล็กพรรคน้อยมีโอกาสลุ้นมากกว่า  แต่ก็อย่างที่บอกว่าเรื่องสูตรหาร 500 หรือหาร100 ในแต่ละพรรคร่วมรัฐบาลความเห็นก็ไม่ตรงกัน ต่างแบ่งแยกออกเป็นสองฝ่าย แม้ในพรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย หรือ พรรคประชาธิปัตย์ ก็มีความเห็นแตกออกเป็นสองสาย ฝากหนึ่งหนุนหาร 500  เป็นสูตรหารยุทธศาสตร์ เพราะได้สกัดพรรคเพื่อไทยหยุดแลนด์สไลด์ อย่างน้อยแนวทางนี้โอกาสได้เป็นรัฐบาลมีสูง เพราะบัญชีรายชื่อ 100 คน จะถูกกระจายไปให้พรรคเล็กพรรคน้อยที่ล้วนเป็นแนวร่วมรัฐบาลจำนวนมาก  ขณะที่ฝ่ายหนุนสูตรหาร 100 มองว่า การใช้สูตรนี้จะทำให้โอกาสที่พรรคการเมืองขนาดกลางและขนาดใหญ่จะได้ส.ส.บัญชีรายชื่อน่าจะมีโอกาสมากขึ้น เพราะดูทรงแล้วหากใช้หาร 500 มีหวังพรรคขนาดกลางที่มีแนวโน้มโตขึ้นได้ส.ส.เขตมากขึ้นอย่างพรรคภูมิใจไทยหรือพรรคประชาธิปัตย์อาจไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อเลยหรือได้ก็น้อยมากจริงๆ  เพราะฉะนั้นหากกลับใช้สูตรหาร 100 ตรงนี้น่าจะมีลุ้นทั้ง 2 ทางมากกว่า ทั้งส.ส.ระบบเขต และ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ  ไม่แปลกที่กระแสกลับมาใช้สูตรหาร 100 จะดังเพิ่มขึ้น ภายหลัง “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล  หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ออกมาบอกว่าหากใช้สูตรหาร 500 พรรคภูมิใจไทยแทบไม่ได้ปาร์ตี้ลิสต์   เรื่องนี้อนุทินคงพูดแบบน้ำท่วมปากเพราะแม้ไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อเลยแต่ถ้าสามารถบล็อคพรรคเพื่อไทยขวางฝ่ายทักษิณได้  ก็น่าจะเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและควรแก่การเสี่ยง

webp

แต่จนถึงตอนนี้ก็ไม่มีใครยืนยันได้ว่าถ้าใช้สูตรหาร 500 แล้วจะเบรกทักษิณหยุดพรรคเพื่อไทยได้  ด้วยเหตุนี้หลายคนจึงเห็นตรงกันว่าถ้างั้นเอาชัวร์ได้ลุ้นส.ส.ทั้ง 2 ระบบ ทั้งเขตทั้งปาร์ตี้ลิสต์แบบไม่ต้องลุ้นมาก ไม่เสี่ยงผิดกฎหมาย ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ  สู้กลับไปหาร 100 ไม่ดีกว่าหรือ กลุ่มนี้ที่ออกมาแสดงตัวชัดเจนหนึ่งคือไพบูลย์ ที่เป็นกมธ.วิสามัธฯเสียงข้างมากที่ยืนกอดสูตรหาร 100 มาตลอด อีกคนก็คือแกนนำกลุ่มสามมิตรอย่าง สมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ที่มีกระแสข่าวจะย้ายพรรคอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะการกลับไปรังเก่าพรรคเพื่อไทย  เพราะออกมาให้สัมภาษณ์แปร่งๆ หลายครั้งในหลายเรื่อง   ดูทรงคล้ายคลึงกับสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาฯ ที่ออกมาไขว้กับนายกฯบ่อยครั้งก่อนหน้านี้    ล่าสุดสมศักดิ์ออกมาขย่มสูตรหาร 500  “ส่วนตัวยังยืนยันว่าสูตรหาร 500 นั้นมีข้อเท็จจริงตามที่ยืนยันแล้วว่ามันย้อนแย้งกัน และถ้าตามสูตรคณิตศาสตร์ตัวเลขที่ออกมาก็เห็นได้ชัดไม่ต้องมาถกเถียงกัน เพราะจะเห็นว่าตัวเลขที่ออกมานั้นจะมีผลกระทบมากมาย ” เสี่ยส. สามมิตร ระบุ ถามว่าอะไรคือสิ่งที่สมศักดิ์กลัวเรื่องหาร 500  ความกลัวของสมศักดิ์ก็คงคล้ายๆกับความในใจของอนุทิน  คือ พรรคพลังประชารัฐไม่ได้ส.ส.บัญชีรายชื่อหรือได้น้อยลงกว่าคราวที่แล้ว  ตรงนี้ก็อาจทำให้สถานการณ์ในบัญชีรายชื่อไม่แน่นอน อาจหลุดอาจไม่ได้เป็นส.ส. ตรงนี้แหละที่ทำให้พรรคขนาดกลางขนาดใหญ่หวาดกลัวสูตรหาร 500  สมศักดิ์ก็คงหวั่นไหวเรื่องนี้ไม่น้อย  ไม่งั้นคงไม่ออกมาตีรวนแซะเรื่องสูตรหาร 500 ตลอด  เสมือนขู่ว่าหากพรรคยังยึดสูตรหาร 500  ตัวเองกับก๊วนสามมิตรอาจจะตีจากไป เพราะเห็นกันคนละอย่างยืนกันคนละข้างกัน webp

เพราะฉะนั้นเรื่องสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ แม้หน้าฉากทุกพรรคร่วมรัฐบาลอาจเห็นด้วยกับหาร 500 เพราะผ่านที่ประชุมใหญ่ส.ส.กับส.ว.มาแล้ว  จู่ๆจะมาล้มมาคว่ำกลับไปหาร 100 ไม่แคล้วถูกชาวบ้านด่าจมธรณีที่กลับไปกลับมาเป็นของเด็กเล่น   งานนี้สุดท้ายปลายทางหากพิจารณากฎหมายลูกไปจนสุดทาง  ความเป็นไปได้หากไม่ยืมมือกกต.ให้วีโต้เห็นต่างจากสูตรหาร 500 ที่รัฐสภาส่งไปแล้วคืนกลับมาให้รัฐสภาแก้  ไม้สุดท้ายมีทางเดียวที่พอพึ่งหวังได้คือการยืมมือศาลรัฐธรรมนูญส่งเรื่องให้ศาลตีความ  ถ้าศาลตีตกหาร 500 ก็ค่อยเอามาแก้กันใหม่  แต่ทั้งหลายทั้งมวลกระบวนการต้องทำให้เสร็จก่อน 16 ก.ย.2565 เพราะสภาจะปิด ไม่งั้นต้องรอไปอีก 2 เดือนถึงจะมาแก้กฎหมายใหม่ได้ เรียกว่ายุ่งอีรุงตุงนังไปหมด  เพราะความเอาแน่เอานอนไม่ได้ว่าจะเอาสูตรไหนกันแน่  ทำไปทำมากฎหมายลูก โดยเฉพาะประเด็นสูตรคำนวณส.ส.บัญชีรายชื่อ หาร500 หรือหาร 100 ก็ระเบิดเวลาการเมืองดีๆนี้เอง  ยืนหาร 500 อาจสกัดฝ่ายทักษิณได้หยุดพรรคเพื่อไทยจริงแต่พรรคพลังประชารัฐก็อาจแหลกกลายเป็นพรรคผึ้งแตกรัง  แกนนำเบอร์ใหญ่ๆหนีกันหมดเพราะเสี่ยงสอบตกไร้ที่นั่งในสภา   แต่ถ้าข้ามกลับไปที่หาร 100 สบายใจทุกพรรคได้ลุ้นทั้ง 2 ระบบ ทั้งเขตทั้งปาร์ตี้ลิสต์แต่ปลายทางอาจไม่ได้เป็นรัฐบาลหากพรรคเพื่อไทยแลนด์สไลด์หนักหน้ากว่าอีก    หนีเสือปะจระเข้แท้ๆ

//////////////////

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดู LIVE รายการ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก