กทม. ร่วม 3 หน่วยงาน เตรียมจัดระเบียบสายไฟลงใต้ดิน ลดเหตุเพลิงไหม้

กดติดตาม TOP NEWS

“ชัชชาติ” ถอดบทเรียนไฟไหม้ หารือร่วม 3 หน่วยงาน กทม. เร่งตัดสายตาย-นำสายลงดิน นัดถก กสทช. 4 ก.ค.นี้ ชี้เป็นอีกปัจจัยทำไฟลุกลาม ด้าน กฟน. จะเพิ่มความถี่ตรวจสุขภาพหม้อแปลง 6 เดือนครั้ง ยันเยียวยาผู้ประสบเหตุไฟไหม้สำเพ็งเต็มที่

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังหารือระหว่างการประปานครหลวง , การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ กองบัญชาการตำรวจนครบาล ถึงกรณีการถอดบทเรียนไฟไหม้บ่อนไก่และไฟไหม้สำเพ็ง ว่า กทม. พร้อมร่วมมือกับทาง กฟน. อย่างเต็มที่ อีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญคือเรื่องสายสื่อสาร เนื่องจากว่าที่ผ่านมาสายสื่อสารมีฉนวนที่สามารถติดไฟได้ เมื่อมีเหตุไฟไหม้ ก็อีกเป็นปัจจัยทำให้ไฟลุกลามได้ ดังนั้น สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือการตัดสายตายและนำสายสื่อสารลงดิน ต้องผสานความร่วมมือกับทาง กฟน. และในวันที่ 4 ก.ค.นี้ มีการนัดหมายพูดคุยกับทาง กสทช. แล้วขณะเดียวกันต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัยจากหม้อแปลงอีกด้วย ว่าหม้อแปลงอยู่ในมาตรฐาน

webp

 

ส่วนประเด็นเรื่องการใช้งบประมาณ 2 หมื่นล้านในการนำสายสื่อสารลงดิน นายชัชชาติ ระบุว่า เป็นตัวเลขที่กรุงเทพธนาคม (KT) เคยทำไว้ ซึ่งจำนวนนี้ตนมองว่าเป็นตัวเลขที่สูงมาก บางครั้งเรื่องเร่งด่วนอาจไม่ใช่การนำสายไฟลงดิน แต่คือการตัดสายตาย เพราะสายส่วนมากเป็นสายที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งการตัดสายตายก็จะช่วยลดภาระ และอาจไม่ได้ใช้เงินมากด้วย โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงาน แต่ตามหลักที่ผ่านมาเราตัดเองไม่ได้เพราะถ้าตัดแล้วเกิดความเสียหายอาจจะโดนฟ้อง เบื้องต้นต้องนำสายลงดินทำให้สายเหลือน้อยก่อน

 

webp

 

ด้าน นายเดชา วิริยะเจริญกิจ ผู้ช่วยผู้ว่าการไฟฟ้านครหลวง กล่าวว่า จากที่มีการบำรุงรักษาปีละ 1 ครั้ง จะปรับความถี่ขึ้นเป็น 6 เดือนต่อครั้ง และหากประชาชนพบเจอปัญหาที่ต้องการให้แก้ไขและเป็นหการป้องกันภัยสามารถแจ้งได้ท่ศูนย์บริการข้อมูลผู้ใช้ไฟฟ้าการไฟฟ้านครหลวง (MEA call center) โทร. 1130 รับแจ้งเหตุขัดข้องและเรื่องร้องเรียน

ด้านตำรวจนครบาลเน้นเรื่องรับเรื่องฉุกเฉิน เป็นลักษณะการรับแจ้งเหตุ และบริการประชาชน

ส่วนการเยียวยาจากกรณีไฟไหม้สำเพ็ง ทาง กฟน. ยืนยันว่ามีการเยียวยาเบื้องต้น ส่วนการชดเชยต้องรอผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์สาเหตุโดยละเอียดก่อน พร้อมย้ำชัดว่าพร้อมเยียวยาอย่างเต็มที่

 

 

ขณะเดียวกันนายชัชชาติ ได้กล่าวเสริมว่า การเยียวยานั้นเป็นไปตามข้อกฎหมาย ถ้าเป็นความผิดของหน่วยงาน ตนเชื่อว่าหน่วยงานจะรับผิดชอบอย่างเต็มที่ ซึ่ง กทม. ต้องฝ่ายโยธาไปตรวจสอบทรัพย์สินของทาง กทม. ด้วย ถ้าหากพบว่าเสียหายก็จะมีการเรียกร้องไปยัง กฟน. ด้วยเช่นกัน

ส่วนที่ก่อนหน้าที่มีนโยบายให้แต่เขตพื้นที่ตัดสายตายทิ้ง 20 กิโลเมตร นายชัชชาติ ระบุว่า จะเริ่มนำร่วงเส้นสำเพ็งต่อเนื่องเยาวราช เป็นเส้นแรก

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก