ญัตติเถื่อน “สอดไส้-ลักไก่” อภิปรายไม่ไว้วางใจ

กดติดตาม TOP NEWS

หลังสุชาติออกมาแฉ  ถูกเพิ่มชื่อเปลี่ยนญัตติ ชนิดส.ส.ฝ่ายค้านไม่รู้เรื่องไม่ได้เซ็นรับรอง  เรืองไกรกระทืบซ้ำญัตติ “โมฆะ” ไล่ตะเพิดให้ไปเขียนมาส่งชวนใหม่  ยันไม่ได้รับงานรัฐบาล  ยกเคสศาลรัฐธรรมนูญเคยตัดสินกรณีแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ที่มาส.ว. เปลี่ยนเนื้อหาสาระสำคัญในร่างใหม่  ไม่ส่งให้ส.ส.และส.ว.เซ็นรับทราบ แต่ยัดไส้เอาเข้าพิจารณาในวาระ ๑ ขั้นรับหลักการสุดท้ายถูกศาลตีตก  ถึงยุคฝ่ายค้านมาตรฐานต่ำจริยธรรมเสื่อมทรุด สุทินใบ้รับประทานแก้เกี้ยวเป็นเทคนิคสับขาหลอก

กลายเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตก่อนจะถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตามรัฐธรรมนูญ ม. ๑๕๑  หลังพรรคร่วมฝ่ายค้านออกมาชูยุทธการ “เด็ดหัว สอยนั่งร้าน” ยื่นญัตติซักฟอก “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ พ่วง ๑๐ รัฐมนตรีรัฐบาลเรือแป๊ะ  ประกอบด้วย ๑ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ๒. พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย  ๓.“เสี่ยโอ๋” ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ๔.สันติ พร้อมพัฒน์ รมช.คลัง ๕. “เสี่ยเฮ้ง” สุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน  ๖.“อู๊ดด้า” จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์  ๗.“เสี่ยไก่” จุติ ไกรฤกษ์ รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ๘. นิพนธ์ บุญญามณี รมช.มหาดไทย  ๙. “เสี่ยหนู” อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯและรมว.สาธารณสุข และ ๑๐.“เสี่ยโอ๋” ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม

webp

มีการยื่นญัตติให้ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อนำไปตรวจสอบก่อนบรรจุวันซักฟอกตามขั้นตอนต่อไปตั้งแต่วันพุธที่ ๑๕ มิ.ย. ๒๕๖๕ ที่ผ่านมาช่วงบ่ายโมง ความจริงเรื่องนี้ไม่น่ามีอะไรหากทุกอย่างทำถูกต้องตามกระบวนการของกฎหมาย แต่ปรากฏว่าภายหลังยื่นญัตติไปแล้ว ทางสุชาติที่ถูกเสนอชื่อในญัตติเป็นคนสุดท้ายที่ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ออกมาทักท้วงกระบวนการยื่นญัตติว่าไม่ชอบไม่ถูกด้วยกฎหมาย เพราะญัตติที่เสนอให้ส.ส.ฝ่ายค้านเซ็นรับรองฉบับแรกไม่มีชื่อของตัวเองถูกอภิปรายแต่อย่างใด มีเพียงแค่นายกฯกับรัฐมนตรีรวม ๑๐ คนเท่านั้นที่ถูกยื่นอภิปราย  แต่จู่ๆก่อนการยื่นญัตติให้ประธานสภาผู้แทนราษฎร ปรากฏว่ามีการสอดแทรกชื่อตัวเองเข้ามาโดยที่ส.ส.ฝ่ายค้านไม่ทราบเรื่องและไม่ได้มีการเซ็นรับรองญัตติที่มีการเพิ่มชื่อรัฐมนตรีเข้ามาใหม่ให้ถูกต้อง  งานนี้เลยอาจจะเข้าข่ายการยื่นญัตติเถื่อนญัตติไม่ถูกกฎหมายในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ

webp

“ผมแค่สงสัย? ญัตติซักฟอกเถื่อน วันเดียวเพิ่มรัฐมนตรีถูกอภิปรายจาก ๑๐ เป็น ๑๑ คน อยากให้คุณหมอชลน่าน จุดธูปสาบานพูดความจริงเรื่องนี้ท่าน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ทราบดี และพูดความจริง ถามท่านก็ได้ว่าตอนเซ็นชื่อในญัตติมีรัฐมนตรีถูกอภิปรายกี่คน วันนี้ผมได้ทำหนังสือยื่นต่อนายชวน ให้ตรวจสอบญัตติขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจครม. โดยเชื่อว่าเป็นญัตติเถื่อน เพราะช่วงเช้าวันที่ ๑๕ มิ.ย.๒๕๖๕  ในญัตติยังไม่มีการแก้ไขรายชื่อผู้ถูกอภิปรายเพิ่มเติม ต่อมาช่วงเที่ยงนายสุทิน ประธาน วิปฝ่ายค้าน ยังแถลงว่ายื่นอภิปรายรัฐมนตรี ๑๐ คน แต่ช่วงบ่ายวันเดียวกันนพ.ชลน่าน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน นำตัวแทนพรรคร่วมฝ่ายค้านยื่นญัตติต่อประธานสภาฯ ปรากฏว่ามีจำนวนผู้ถูกอภิปรายเพิ่มขึ้นจาก ๑๐ คน เป็น ๑๑ คน ถามว่าส.ส.ฝ่ายค้านที่ลงชื่อในญัตติตามมาเซ็นญัตติทันหรือไม่ และรับรู้หรือไม่ว่าได้เพิ่มจำนวนผู้ถูกอภิปรายจาก ๑๐ คน เป็น ๑๑ คน….ผมเชื่อว่า นพ.ชลน่าน เป็นลูกผู้ชาย ท่านรู้ว่าท่านทำผิดรัฐธรรมนูญหรือผิดกฎหมายหรือไม่ในการสับร่างญัตติ โดยที่ส.ส. ๑๘๐  กว่าคนไม่ได้เซ็นญัตติใหม่ ผมไม่ได้ติดใจว่าจะยื่นกี่คนและจะยื่นผมหรือไม่ แต่สภาต้องทำให้ถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าท่านรู้แก่ใจให้เอาร่างกลับไปเซ็นใหม่ให้ถูกต้องตามกฎหมาย” สุชาติโพสต์เฟสบุ๊ค ๒ วันหลังมีการยื่นญัตติ พร้อมชี้มูลความไม่โปร่งใสไม่ชอบมาพากลในการดำเนินการเรื่องนี้

webp

ไปๆมาๆเรื่องที่ไม่น่าจะเป็นเรื่องเลยกลายเป็นเรื่องขึ้นมา เพราะความลกลักลนลานของพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือเพราะต้องการเอาใจใครบางคนก็แล้วแต่ โดยเฉพาะคนที่สุชาติออกมาสับว่ามี “ผู้มีบารมีนอกฝ่ายค้าน” มีเอี่ยวเสนอให้เพิ่มชื่อตัวเองในญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จนทำให้มีการแก้ชื่อจากเดิมที่มี ๑๐ คนเป็น ๑๑ คน  และถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นญัตติเถื่อน แถมล่าสุดเรื่องนี้ยังถูก “นักร้องมืออาชีพ” อย่าง เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ. ๒๕๖๖ ออกมาสบช่อง ยืนกรานว่าญัตติที่พรรคฝ่ายค้านยื่นให้ประธานชวนไปเป็นการลักไก่เสนอชื่อแบบที่ส.ส.ทั้ง ๑๘๒ คนในฝากฝั่งฝ่ายค้านยังไม่ได้เซ็นรับรองเอกสาร โดยมีการนำญัตติเก่าที่ลงนามในวันที่ ๑๔ มิ.ย.๒๕๖๕ ที่ตอนนั้นมีรายชื่อรัฐมนตรีที่ถูกยื่นอภิปรายรวม ๑๐ คน และมีเพียง ๔ หน้ากระดาษเท่านั้นมาแก้ไขใหม่   โดยมีการแก้ไขเนื้อหาในญัตติหลายจุดและที่สำคัญมีการเพิ่มชื่อสุชาติเข้าไปใหม่จนทำให้มีรายชื่อรัฐมนตรีเพิ่มเป็น ๑๑ คน และมีหน้ากระดาษเพิ่มขึ้นเป็น ๕ หน้า ในแบบที่ส.ส.ทั้ง ๑๘๒ คนยังไม่ทราบเรื่องยังไม่รับรู้และที่สำคัญคือยังไม่เซ็นรับรองญัตติที่แก้ไขใหม่นี้ให้ถูกต้องตามกฎหมายเลย  แต่มีการดำเนินการแบบโคตรชุ่ยใช้วิธีลูบหน้าปะจมูกเอาไปยื่นเสนอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรรับเรื่องเพื่อนำไปดำเนินการต่อ

webp

เพราะฉะนั้นกรณีนี้จึงอาจเข้าข่ายความผิดและทำให้ญัตตินี้เป็น “โมฆะ”ได้   โดยเฉพาะหากเทียบเคียงกับกรณีที่ก่อนหน้านี้ เคยมีเคสที่พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอมกับคณะ , วิรัตน์ กัลยาศิริ , สาย กังกเวคิน กับคณะ และ พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค กับคณะ เคยร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อปี  ๒๕๕๖  ถึงการทำหน้าที่ของประธานรัฐสภา รองประธานรัฐสภา ส.ส.และ ส.ว.จำนวนหนึ่ง กรณีแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญ เรื่องที่มาของส.ว. ซึ่งอุดมเดช รัตนเสถียร และคณะ ได้ยื่นต่อสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรมาใช้ในการพิจารณาขั้นที่ ๑ ในชั้นรับหลักการ แต่เป็นร่างที่จัดพิมพ์ขึ้นใหม่ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงเนื้อหาสาระที่สำคัญจากร่างเดิมหลายประการ  โดยเฉพาะการแก้ไขเพิ่มเติม ม.๑๑๖  ให้บุคคลผู้เคยดำรงตำแหน่งส.ว.ซึ่งสมาชิกภาพสิ้นสุดลง สามารถสมัครรับเลือกตั้งเป็นส.ว. ได้โดยไม่ต้องเว้นวรรค ๒ ปี และมีการดำเนินการในลักษณะที่มีเจตนาปกปิดข้อเท็จจริง ไม่แจ้งข้อความจริงว่าได้มีการจัดทำร่างขึ้นใหม่ ให้ส.ส.และส.ว.ทุกคนทราบ  รวมถึงไม่ปรากฏว่ามีสมาชิกรัฐสภาร่วมลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นใหม่แต่อย่างใด

webp

“ การดำเนินการเรื่องนี้น่าจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย   หากเทียบเคียงกับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๕-๑๘/ ๒๕๕๖ หน้า ๒๔  ที่ระบุว่า โดยไม่ปรากฏว่ามีสมาชิกรัฐสภาร่วมลงชื่อเสนอญัตติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นใหม่แต่อย่างใด มีผลเท่ากับว่าการดำเนินการในการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมที่รัฐสภารับหลักการตามคำร้องนี้ เป็นไปโดยมิชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙๑ วรรคหนึ่ง (๑)” เรืองไกรชี้ช่องผิดอธิบายกับสื่อมวลชน  และเตรียมนำเรื่องนี้ร้องกับประธานสภา ให้ตรวจสอบญัตติฝ่ายค้านที่ยื่นอภิปรายรัฐมนตรี ๑๑ คน ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ม.๑๕๑ หรือไม่ และการกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามรัฐธรรมนูญ ม. ๒๓๔ (๑) หรือไม่ และเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง ข้อ ๘   รวมทั้งจะยื่นเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบอีกทางหนึ่ง  ก่อนจะไล่ตะเพิดให้ฝ่ายค้านไปเขียนญัตติส่งมาให้ประธานชวนใหม่และเอาให้ส.ส.ฝ่ายตัวเองเซ็นชื่อรับรู้มาให้ครบ  ยันไม่ได้รับงานรัฐบาลประวิงเวลาซักฟอกรัฐบาลของฝ่ายค้าน แต่อยากทำให้ทุกอย่างถูกต้อง

webp

 

งานนี้ต้องบอกว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านพลาดจริงๆ หน้าแหกหมอไม่รับเย็บอีกครั้ง   โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของหมอชลน่าน ศรีแก้ว ในฐานะหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน  และรวมถึง สุทิน คลังแสง ในฐานะประธานวิปฝ่ายค้าน อยู่มาจากหัวดำจนหัวหอกทำญัตติมาไม่รู้กี่ครั้งยังมาตายน้ำตื้นด้วยเรื่องพรรค์อย่างนี้  แถมล่าสุดยังออกมาแก้เกี้ยวว่าเป็นเรื่องเทคนิคสับขาหลอก    “ เรื่องนี้ไม่กังวลและไม่มีผลว่าจะกระทบกับญัตติที่ยื่นไปแล้ว เพราะฝ่ายค้านดำเนินการถูกต้องทุกอย่าง เซ็นชื่อครบ ส.ส.ฝ่ายค้านไม่มีใครติดใจ ซึ่งก็เป็นกลยุทธ์ของผู้นำที่จะมีการสับขาหลอกบ้าง ขณะนี้ก็ยังไม่มี ส.ส.ร้องขึ้นมาว่า เซ็นไม่ตรงหรือมีการยัดไส้ แต่เป็นเรื่องที่นายสุชาติ เป็นคนพูดขึ้นมา” สุทินระบุ   งานนี้ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าเป็นเรื่องผิดพลาดทางเทคนิค  ระดับดาวสภาอย่างหมอชลน่าน ระดับคนคุมเกมส์ให้นายห้างอย่างสุทิน   อยู่ในสภาจนรากงอกรู้ทุกขั้นตอนชนิดจำขึ้นใจ  มีหรือจะพลาดไม่รู้ระเบียบวิธีการพื้นฐานขั้นประถมแบบนี้  ถูกยัดไส้โดนใบสั่งจากใครให้ใส่ชื่อสุชาติ  ก็ยอมรับกันมาตรงๆ นายใหญ่คนแดนไกลหรือผู้มีบารมีนอกพรรคกดปุ่มใบสั่งมาใครตามการเมืองเขาก็รู้  แต่ที่เขางงและคิดไม่ถึงก็คงเป็นประเด็นที่ว่าถึงขั้นต้องยอมเสียหลักการถึงขั้นต้องยอมเสียรังวัดถึงขั้นต้องโกหกลักไก่สอดไส้  ทำลายชื่อเสียงที่มีมานมนานเพราะเรื่องแค่นี้เองหรือ  มาตาฐานการทำงานต่ำลงทุกวัน จริยธรรมก็เสื่อมทรุด สงสัยต้องให้อยู่เป็นฝ่ายค้านนานๆ การทำงานจะได้เขี้ยวและคมกว่านี้  ยังไม่ถึงขึ้นเวทีซักฟอกก็ตกม้าตายในน้ำตื่นเท่าหลังเต่า ถึงเวลาอภิปรายไม่ไว้วางใจจริงๆ จะเอาปัญญาหาทีเด็ดที่ไหนไปล้มนายกฯประยุทธ์คว่ำรัฐบาลลุงป้อม  “เด็ดหัว สอยนั่งร้าน” ที่แท้ก็ราคาคุย  ไม่ทันรูดม่านเปิดฉากก็หกล้มหัวฟาดพื้นกันเสียแล้ว อนาจใจจริงๆ ฝ่ายค้านยุคนี้

/////////////////////////

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก