“พอเพียงคือทางออก”

สุดสัปดาห์กับ "ปกรณ์ นิลประพันธ์" ชวนให้ทุกท่านคิด "ถ้าเปลี่ยนโควิดเป็นโอกาส เราไม่ได้ปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตรงไหนบ้าง

ผู้เขียนเป็นคนหนึ่งที่เชื่อโดยสุจริตว่าโลกหลังโควิดจะเป็นโลกที่ไม่เหมือนเดิม และทุกภาคส่วนต้อง “ปรับตัว” ให้อยู่กับ “ความไม่เหมือนเดิม” นี้ให้ได้

ผู้เขียนจึงเชื่อว่าความพยายามที่จะทำให้สถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคม กลับไปเหมือนที่เคยเป็นอยู่ก่อนโควิดเป็นอะไรที่สวนกระแส เป็นไปไม่ได้ และเป็นการลงทุนที่อาจจะสูญเปล่า

ก่อนโควิด กำลังการบริโภคมีอัตราเร่งที่สูงมากจากลัทธิบริโภคนิยม กิจกรรมทางเศรษฐกิจขยายตัวไปอย่างรวดเร็ว สำหรับความรุ่งเรืองของระบบเศรษฐกิจของบ้านเราที่พันไปถึงความเป็นอยู่ของผู้คนในสังคมด้วยนั้น พึ่งพาการส่งออกกว่าร้อยละ 60 รวมกับจำนวนนักท่องเที่ยวที่น่าตื่นเต้นถึงกว่าปีละ 40 ล้านคน

แม้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 จะทรงพระราชทานคำสอนในการดำรงชีวิตอย่างยั่งยืนไว้ในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้พวกเราแล้วว่า การดำรงชีวิตนั้นต้อง (1) มีเหตุผล (2) พอประมาณ และ (3) มีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดี แต่ผลตอบแทนที่ได้รับ ณ เวลานั้นทำให้คนส่วนใหญ่ละเลยคำสอนอันล้ำค่า มีการขยายการลงทุนในกิจการที่ “ต้องพึ่งพาคนอื่นมาก ๆ” จนไม่มีการคิดถึง “ความเสี่ยง” ที่ว่าถ้าวันหนึ่งคนอื่นเขาไม่สั่งซื้อสินค้าหรือใช้บริการของเรา เราจะอยู่ได้อย่างไร

เมื่อเกิดโควิด ความเสี่ยงที่ว่านี้เกิดเป็นจริงขึ้นมาและส่งผลกระทบอย่างรุนแรง อย่างกิจการสายการบินที่เฟื่องฟูมากมายเดินทางมาถึงวันที่ต้องเสี่ยงกับการล้มละลายเพราะการกำกัดการเดินทาง ธุรกิจสร้างเครื่องบินโดยสารกลายเป็นธุรกิจที่แทบจะไม่มีอนาคต ธุรกิจโรงแรมที่เปิดกันทั่วทุกหัวระแหงต้องปิดตัวลง โรงงานผลิตเพื่อการส่งออกจำนวนมากต้องปิดตัวลงเพราะไม่มีคำสั่งซื้อจากต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อพนักงานในธุรกิจ รวมทั้งผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก แต่การช็อคทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงนี้เกิดขึ้นในทุกแห่งทั่วโลก มิได้จำกัดเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น

นี่ยังไม่รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการเมืองระหว่างประเทศที่เปลี่ยนแปลงไป ข้อพิพาทที่ใช้กำลัง (arm conflicts) ซึ่งจำกัดทั้งขอบเขตและคู่กรณีนั้นมีน้อยลง แต่มีการตอบโต้กันด้วยมาตรการที่ไม่ใช่อาวุธมากขึ้น โดยเฉพาะการแทรกแซงทางการเมืองโดยผ่านตัวแทน และการตอบโต้กันทางการค้าของของประเทศมหาอำนาจอันเป็นอุปสรรคต่อการขายสินค้าและบริการทั่วโลก สภาพบังคับโดยอ้อมทำให้ประเทศเล็กประเทศน้อยต้อง “จำใจเลือกข้าง” และเมื่อเลือกข้างใดข้างหนึ่ง ก็จะถูกแทรกแซงจากอีกข้างหนึ่งทั้งโดยทางตรงและทางอ้อม และการพิพาททางการค้าอย่างหนักนี้เองที่ทำให้ประเทศใหญ่น้อยต้องกลับมาเริ่มสั่งสมอาวุธทำลายล้างสูงไว้เพื่อเป็น “เครื่องมือต่อรอง” ในเวทีเจรจาต่าง ๆ กันอีกครั้ง

ในทัศนะของผู้เขียน เป็นไปแทบไม่ได้เลยที่จะทำให้ระบบเศรษฐกิจของประเทศกลับไปสู่สภาวะเดิมก่อนโควิด จำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องตระหนักถึงข้อเท็จจริงนี้และปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจให้สอดคล้องความเป็นจริง ลดการพึ่งพาการส่งออก และทิ้งตัวเลขจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศในอดีตไว้เป็นความทรงจำที่ดี เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่จะเห็นอีกในอนาคตแม้จะมีวัคซีนป้องกันโควิดเกิดขึ้นก็ตาม

เรื่องที่จะชวนคิดคือเราจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างทางเศรษฐกิจอย่างไร

ผู้เขียนไม่มีความลึกซึ้งในวิชาทางเศรษฐกิจนัก แต่สนใจเรื่องการสร้างความเข้มแข็งและยั่งยืนให้แก่ระบบเศรษฐกิจและสังคมไปพร้อม ๆ กันตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะเศรษฐกิจฐานราก เป้าหมายมิใช่การเน้นการสร้างความมั่งคั่ง (Wealth) แต่เน้นการสร้างความแข็งแรงและความสุข (well-being) ของคนในระดับครอบครัวและระดับชุมชน ผู้เขียนเชื่อว่าถ้าครอบครัวและชุมชนเข้มแข็ง จะส่งผลให้สังคมและประเทศชาติในภาพรวมเข้มแข็งได้ในที่สุด

วิธีหนึ่งที่น่าสนใจคือ Urban Revitalization หรือการทำให้ชุมชนต่าง ๆ กลับมา “มีชีวิตชีวา” อีกครั้งหนึ่ง ที่ผ่านมานั้น ความเจริญกระจุกตัวอยู่ในเมืองใหญ่ ทำให้คนทิ้งถิ่นฐานเข้ามาทำงานเป็นพนักงานหรือลูกจ้างในเมือง ชุมชนต่าง ๆ ในเมืองรองเมืองเล็กเหลือแต่ผู้สูงอายุและเด็ก ความมีชีวิตชีวาของชุมชนเลือนหายไปโดยปริยาย ดังนั้น จึงเป็นการยากที่จะกระตุ้นให้ระบบเศรษฐกิจและสังคมให้หมุนเวียนได้เพราะขาดพลัง

ถ้าเปลี่ยนโควิดให้เป็นโอกาส ผมเห็นว่าทุกคนควรถอดบทเรียนที่เกิดขึ้นกับตัวเองว่าเราไม่ได้ปฏิบัติตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตรงไหนบ้าง พอประมาณไหม สมเหตุสมผลไหม มีภูมิคุ้มกันพอไหม ซึ่งถ้าพูดแบบฝรั่งก็คือต้องมี risk appetite และต้องมี risk management และมี risk review เป็นประจำ และควรใช้เวลานี้ในการส่งเสริมให้เกิด urban revitalization ขึ้นเพื่อฟื้นฟูระบบเศรษฐกิจให้แข็งแกร่งจากฐานราก

มันคงยากที่จะทำ เพราะมันสวนกระแสบริโภคนิยม กระแสสุขสบายนิยม แต่ถ้าไม่ทำ เราก็ยังคงอยู่ในกับดักเดิม ๆ ที่ต้องวิ่งตามหาความมั่งคั่งด้วยจิตใจที่ร้อนรุ่ม แต่ไม่มีความสุขในชีวิต หรือมีสุขไปวัน ๆ ไม่ยั่งยืน

ชวนคิดนะครับ

ข่าวที่น่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"นายกฯ อนุทิน" รับเสียใจเหตุน้ำท่วม จะพยายามเร่งแก้ไขให้ดีสุด เผยสั่งการดีอี เปลี่ยนวิธีแจ้งข่าว "กรมอุตุฯ" ใช้ศัพท์เทคนิคเตือนสถานการณ์ฝน เข้าใจยากไป!!?
ชาวใต้ศรีราชาจัดใหญ่ “บุญสารทเดือนสิบ” 10 วัน 10 คืน สืบสานประเพณีใต้ พร้อมมอบ 49 ทุนการศึกษา
รองผู้ว่าฯ อิสรา ผนึกนายอำเภอเมืองชลบุรี ลุยแจกอาหาร 3,931 กล่อง ช่วยชาวบ้านสู้ภัยน้ำท่วม
จันทบุรียังอ่วม! น้ำป่าหลากท่วม “วังใหม่–วังโตนด” จมหนัก มวลน้ำไหลต่อท่าใหม่ ปภ.เปลี่ยนธงแดง เตือนน้ำแตะ 3 เมตร
"นายกฯอนุทิน" นำทีมตรวจ"คลองเปรมประชากร" ชี้ต้องยึดกม.เร่งแก้ปัญหารุกล้ำ เยี่ยมชาวบ้านหลักสี่ รับร้องทุกข์ข้าวกล่อง รถสุขาไม่เพียงพอ นัดประชุมครม.พิเศษ ถกพรุ่งนี้วันหยุดราชการ!!?
"ดร.ยุทธพร" ประเมินเหตุอุทกภัยล่าสุด อธิบายโครงสร้างบริหารจัดการน้ำท่วม "รัฐบาล" ยึดโมเดลน่าน แยก 3 ส่วนอำนาจ ใช้ดูแลปัญหาตามสถานการณ์

ดู LIVE รายการ