ตำรวจนครบาล เตรียมเอาผิด ม็อบตามพยานหลักฐาน

ตำรวจนครบาล เตรียมเอาผิด ม็อบตามพยานหลักฐาน

ตำรวจนครบาล ย้ำการขับรถเป็นขบวน พร้อมบีบแตร เป็นอันตรายแก่ผู้อื่น จะถูกดำเนินคดีทันที หลังม็อบ 3 กลุ่มประกาศ รวมตัววันนี้ เพื่อเคลื่อนมารวมกันยังทำเนียบรัฐบาล ขณะเดียวกันยังไม่มีการปิดจราจรใดๆทั้งสิ้น แต่ขอให้พี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงเส้นทางการจราจร ช่วงเวลาบ่าย2

วันที่3 ก.ค. 2564  พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พลตำรวจตรีจิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ดูแลเรื่องงานจราจร และพันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. แถลงข่าวเตรียมความพร้อมสถานการณ์การชุมนุมและ แผนเส้นทางการจราจร

 

พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยว่า วันนี้จะมีการชุมนุม 3 กลุ่มด้วยกัน คือ

 

1.เครือข่ายไทยไม่ทน นำโดย นาย จตุพร พรหมพันธุ์ และ นายอดุลย์ เขียวบริบูรณ์ วันเสาร์ที่ 3 ก.ค. 64 เวลา 16.00 น. บริเวณแยกผ่านฟ้าลีลาศ

 

2.เครือข่ายประชาชนคนไทย นำโดย นายนิติธร ล้ำเหลือ วันเสาร์ที่ 3 ก.ค. 64 เวลา 15.00 น. บริเวณแยกอุรุพงษ์

 

3.เครือข่าย นายสมบัติ บุญงามอนงค์ วันเสาร์ที่ 3 ก.ค. 64 เวลา 17.00 น. นัดรวมกลุ่มทำกิจกรรม Car Mob (คา-ม็อบ) บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย

 

ทุกกลุ่มจะมีการนัดหมายก่อนเคลื่อนขบวนไปยังทำเนียบรัฐบาล ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้จะมีบางกลุ่มที่ใข้รถยนต์มาก่อเหตุกระทำความผิดด้วย ซึ่งการขับรถเป็นขบวนบีบแตรส่งเสียงดังรำคาญ , กีดขวางการจราจร และไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ถือเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก ตำรวจสามารถดำเนินคดี และยึดรถได้ตามกฎหมาย

 

เนื่องด้วยกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังมีจำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การรวมกลุ่มหรือทำกิจกรรมมากกว่า 20 คน จะต้องถูกดำเนินคดีทั้งแกนนำและผู้ร่วมชุมนุม และหากมีการกระทำความผิดในส่วนอื่นเพิ่มเติมจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายทุกรายแม้ว่าการชุมนุมทางการเมืองจะเป็นสิทธิตามรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่การรวมตัวชุมนุมทำให้สุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดได้

 

จึงฝากเตือนผู้ชุมนุมให้มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยการหลีกเลี่ยง หรืองดเว้นการเข้าร่วมการชุมนุม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแพร่ระบาดเพิ่มเติม

 

สำหรับการใช้กำลังตำรวจควบคุมฝูงชนในวันนี้ จะใช้กำลังเจ้าหน้าที่ 6 กองร้อย คอยดูแลความปลอดภัยในพื้นที่การชุมนุม โดยเน้นทำเนียบรัฐบาลเป็นหลัก และยังมีการเตรียมกำลังตำรวจอีก 3 กองร้อย ให้อยู่ในที่ตั้งพร้อมปฎิบัติหน้าที่ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

 

ส่วนการชุมนุมเมื่อวาน ของคณะราษฎร และ แนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ที่จัดกิจกรรมชุมนุมในหัวข้อ “เครือข่ายเปิดท้ายวันศุกร์รุกไล่เผด็จการนะจ๊ะ #ม็อบ2กรกฎา” ในวันที่ 2 ก.ค. 64 เวลา 16.00 น. ที่แยกอุรุพงษ์ พบว่าเข้าข่ายความผิด พรก.ฉุกเฉินฯ , พ.ร.บ.โรคติดต่อ , พ.ร.บ.ความสะอาด และความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง , พ.ร.บ.จราจรทางบก และ พ.ร.บ.ใช้เครื่องขยายเสียง ซึ่งอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน เพื่อดำเนินคดีแกนนำ และผู้ชุมนุมต่อไป

 

ด้านตำรวจตรีจิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า จะไม่มีการปิดการจราจรก่อนล่วงหน้า จึงฝากประชาชนให้วางแผนการเดินทาง โดยให้หลีกเลี่ยงเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบจากการชุมนุมดังนี้ คือ ถนนราชดำเนินกลาง , ถนนราชดำเนินนอก , ถนนลูกหลวง , ถนนประชาธิปไตย , ถนนนครราชสีมา , ถนนหลานหลวง , ถนนนครสวรรค์ , ถนนพิษณุโลก , ถนนนครปฐมถนนศรีอยุธยา , ถนนพระราม 5 , สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า , ถนนสมเด็จพระปิ่นเกล้า ตั้งแต่แยกอรุณอัมรินทร์ ถึง แยกผ่านพิภพลีลา ควรหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางดังกล่าว ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป

 

ด้านพันตำรวจเอกกฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกตร. กล่าวว่า ที่ผ่านมาการแถลงข่าวของตำรวจทุกครั้ง ก่อนจะมีการชุมนุม มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นการแจ้งให้ประชาชนทราบว่าการกระทำใดเป็นการทำผิดกฎหมาย สิ่งใดควรทำ สิ่งใดไม่ควรทำ จึงขอให้อย่าทำผิดกฎหมาย เพราะตำรวจจำเป็นต้องดำเนินคดี

 

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก