นายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียกล่าวกับผู้สื่อข่าว ในงานแถลงข่าวระหว่างการเยือนแอลจีเรีย ต่อกรณีที่ นายโจเซป บอร์เรล หัวหน้านโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรปให้แนวคิดในการยึดทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของรัสเซีย มาฟื้นฟูยูเครน หลังสงครามสิ้นสุดลงว่า ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยุติธรรมที่จะบอกว่า นี่เป็นการโจรกรรมที่เหล่าชาติตะวันตกไม่ได้พยายามปกปิดเลย การกระทำดังกล่าวกลายเป็นนิสัยของชาติตะวันตกไปแล้ว
ลาฟรอฟได้ชี้ให้เห็นข้อเท็จจริงว่า สหรัฐได้แช่แข็งกองทุนที่เป็นของอัฟกานิสถานหรือธนาคารกลางอัฟกัน แม้บอร์เรลจะบอกว่า ประธานาธิบดีโจ ไบเดนแห่งสหรัฐ วางแผนที่จะจัดสรรทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านเหรียญนี้ เพื่อประโยชน์ของชาวอัฟกัน แต่จริงๆแล้ว สหรัฐไม่เคยมีแผนที่ใช้เงินเหล่านี้ไปกับความต้องการของชาวอัฟกัน ที่ได้รับผลกระทบจากการที่สหรัฐเข้าไปตั้งฐานทัพมานาน 20 ปีเลย
ลาฟรอฟยังกล่าวถึงบทบาทของบอร์เรลด้วยว่า ในไม่ช้าเราอาจเห็นว่าตำแหน่งของนักการทูตระดับสูงของสหภาพยุโรปหายไป เนื่องจากสหภาพยุโรปไม่มีนโยบายต่างประเทศของตนเองอีกต่อไป แต่จะเป็นเพียงแค่การปฏิบัติตามแนวทางใดก็ตาม ที่สหรัฐกำหนดขึ้นมา
นอกจากนี้ ยังมีในเรื่องที่บอร์เรล เคยแถลงไว้ว่า วิกฤตในยูเครน ควรได้รับการแก้ไขด้วยวิธีการทางทหาร และสงครามครั้งนี้จะชนะกันได้ในสนามรบ ซึ่งลาฟรอฟก็ได้บอกกลับว่า บอร์เรลน่าจะจำให้ได้ว่า เขาเป็นหัวหน้านักการทูตไม่ใช่ผู้นำทางทหารของสหภาพยุโรปแต่อย่างใด
นับตั้งแต่เริ่มปฏิบัติการทางทหารในยูเครนเมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทุนสำรองระหว่างประเทศครึ่งหนึ่งของรัสเซียประมาณ 3 แสนล้านดอลลาร์ ถูกแช่แข็ง เนื่องจากเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ สหภาพยุโรป และพันธมิตร รวมถึงเหล่าบรรดาเศรษฐีรัสเซียก็ถูกคว่ำบาตรเช่นกัน ทรัพย์สินและเงินของพวกเขาถูกยึดหรือระงับโดยรัฐบาลทั่วยุโรป

