Exclusive Interview :  ธรรมนัสเปิดใจ “ท็อปนิวส์” ขอโอกาสคนไทยทำงานเพื่อบ้านเมือง  ยกองคุลิมาลยังกลับใจทำความดีจนได้เป็นอรหันต์

Exclusive Interview : ธรรมนัสเปิดใจ “ท็อปนิวส์” ขอโอกาสคนไทยทำงานเพื่อบ้านเมือง ยกองคุลิมาลยังกลับใจทำความดีจนได้เป็นอรหันต์

ยันไม่มีความขัดแย้งกับกลุ่มสามมิตร 4 ว. รักใครรู้จักกันดีทุกคน เชื่อเลือกตั้งครั้งหน้าถ้าบัตร 2 ใบ พรรคพลังประชารัฐจะได้ 200 ที่นั่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯสมัย 3 เล็งดึงคนเก่งตั้งทีมเศรษฐกิจพรรคทาบไว้แล้ว 10 คน อีก 3 วันเปิดตัว เร่งกู้ภาพลักษณ์พรรคยันไร้ก๊ก ชูอนาคตเป็นสถาบันการเมือง

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐคนใหม่ ให้สัมภาษณ์พิเศษ “ท็อปนิวส์” เปิดใจเรื่องเร่งด่วนที่จะทำคือ 1. การตั้งทีมงานด้านเศรษฐกิจของพรรคพลังประชารัฐซึ่งที่ผ่านมาไม่มี ภาพพรรคพลังประชารัฐที่ผ่านมาไม่มีทีมงานด้านเศรษฐกิจ จุดเด่นตรงนี้เราไม่มี ขณะนี้ได้มีการทาบทามคนรุ่นใหม่ที่จะมาเป็นทีมงานด้านเศรษฐกิจของพรรค ประมาณ 10 คน และจะกรองให้เหลือ 5 คน อีก 3-4 วันคิดว่าจะได้ข้อยุติ โดยเรื่องเร่งด่วนทางเศรษฐกิจที่ต้องไปดูคือเรื่องของความเดือดร้อนของประชาชน พอฐานรากเราไม่แน่น ฐานรากหลวมทำให้กระเทือนถึงทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ เพราะฉะนั้นเรื่องเร่งด่วนต้องไปทำฐานรากให้เข้มแข็งก่อน ณ เวลานี้เรื่องเศรษฐกิจเราต้องไปคิด ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ จะทำให้เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็งอย่างไร เราก็มีการเตรียมทีมของพรรคพลังประชารัฐเอาไว้ เรื่องต่อมาคือเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ของพรรค โดยเฉพาะการสร้างความรักความสามัคคีในพรรคถือเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่ามันมองเหมือนว่าพรรคเราตลอดเวลาเป็นก๊กเป็นก๊วนไม่มีความสามัคคี อันนี้เป็นหน้าที่สำคัญที่ตนและกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ โดยหัวหน้าต้องคิดว่าจะทำยังไงให้เกิดความรักสามัคคีขึ้นในพรรคเป็นทิศทางเดียวกันทั้งหมด

0E5A3581

-ต่อข้อถามเรื่องความความสัมพันธ์กับกลุ่ม 3 มิตร 4 ว. ( สุริยะ -สมศักดิ์- อนุชา- สุชาติ) มีปัญหากันขัดแย้งกันหรือไม่ ?
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ส่วนตัวผมกับท่านสุริยะไม่มีปัญหาอะไร กับนายสมศักดิ์ก็รู้จักกันมานานเพราะทำกีฬาด้วยกัน คบกันมาตั้งแต่ยังไม่เล่นการเมือง ส่วนพี่แฮ้งค์ (นายอนุชา) คราวก่อนตนก็เป็นคนเสนอชื่อให้เป็นเลขาธิการพรรค เรื่องนี้ไม่อยากให้มีปัญหากันเพราะไม่มีอะไร ตนกับนายอนุชาก็ไม่มีอะไร ก่อนเข้าประชุมพรรคที่ขอนแก่นก็นั่งกินข้าวด้วยกัน ไม่มีเรื่องคาใจกัน ส่วนนายสุชาติก็เป็นน้องที่ผ่านมาก็ช่วยเหลือสนับสนุนมาโดยตลอดตั้งแต่เข้ามาพรรค สมัยก่อนเรียกว่ากลุ่มเอทีมอยู่ด้วยกันมาตลอด จากนี้เรื่องก๊วนจะไม่มี สิ่งสำคัญที่สุดคือเราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน เราจะไม่คิดว่าอยู่ใกล้ชิดพล.อ.ประวิตรมากกว่า ไม่มีเรื่องแบบนั้น เราต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน เพราะหลายท่านก็ประสบความสำเร็จในชีวิตและการเมืองมาตลอด

-มองจุดเด่นจุดแข็งที่ทำให้ผู้ใหญ่ไว้วางใจให้มาเป็นเลขาฯ ?

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ที่ผ่านมาตนทำงานเพื่อพรรคมาโดยตลอด แม้จะโดนโจมตีสารพัดเรื่องแต่ก็ลุยงานมาตลอดไม่ถอย ต้องการให้พรรคเข้มแข็ง สังเกตได้เวลามีเรื่องอะไรเกี่ยวกับพรรคโดนโจมตีเรื่องอะไร ตนจะเข้าไปลุยก่อน เมื่ออาสาเข้ามาทำงานเพื่อบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน สิ่งสำคัญเราก็ต้องทำให้พรรคเป็นสถาบันการเมืองที่เข้มแข็ง

dXDr1kY2 0E5A3364

-คนมองว่าที่สุดก็ไม่พ้นเข้ามาทำงานตอบสนองพรรคการเมือง ทำงานรับใช้พล.อ.ประวิตรอย่างเดียว ส่วนเรื่องประชาชนคงมาทีหลัง ?
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ถ้ามองภาพที่ตนทำงานในตำแหน่งรมช.เกษตรฯ ได้ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชนฐานรากมานานเกือบ 2 ปีเต็มๆ ลงแก้ปัญหาเรื่องน้ำ เรื่องที่ทำกิน เรื่องราคาพืชผลสินค้าเกษตร แม้ไม่ใช้รมต.ว่าการที่ไม่สามารถทำอะไรได้ 100 % แต่ได้ใช้องคาพยพทุกอย่างในตำแหน่งที่มีอยู่แก้ไขปัญหาเต็มที่ โดยได้รับความเมตตาจากพล.อ.ประยุทธ์ และ พล.อ.ประวิตร วางเครือข่ายช่วยเหลือประชาชนมาโดยตลอด

– จะทำให้พรรคพลังประชารัฐดีขึ้นอย่างไรเมื่อมาเป็นเลขาฯ ?
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ที่ผ่านมา พรรคมักถูกมองว่าเป็นพรรคเฉพาะกิจ พรรคไม่มีจุดยืนในตัวเอง เป็นพรรคที่มีแต่ความแตกแยก เราต้องมาอุดรอยรั่วตรงนี้ ต้องมีแนวทางมีเป้าหมายจะทำเพื่อพี่น้องประชาชนและประเทศชาติอย่างไร ตรงนี้ต้องชัดเจน เพราะการสร้างความรักความสามัคคีขึ้นในชาติเป็นเรื่องที่สำคัญ บ้านเมืองใดไม่มีความรักความสามัคคีก็ไปไม่รอด ส.ส.ของเราต้องเป็นส.ส.ที่มีคุณภาพ สิ่งพวกนี้เป็นเรื่องที่คณะกรรมการบริหารต้องดำเนินการ

-การเลือกตั้ง 2560 พรรคพลังประชารัฐได้ส.ส. 121 คน เลือกตั้งคราวหน้าจะได้เท่าไหร่ ?
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ต้องดูว่าแก้รัฐธรรมนูญที่จะเกิดขึ้นจะใช้บัตรแบบไหน ใบเดียวหรือสองใบ คณะกรรมการบริหารหลายท่านคิดว่าถ้าได้บัตรสองใบเราก็มีโอกาสชนะสูง คราวที่แล้วขนาดเรารวมตัวแบบรวดเร็ว เรายังได้ส.ส.เขต 90 กว่า รวมทั้งหมดได้ 121 คน เพราะฉะนั้นมั่นใจถ้าเราใช้ระบบเลือกตั้ง 2 ใบ เราควรได้ส.ส.ระบบเขตไม่ต่ำกว่า 150 คน ส่วนปาร์ตี้ลิสต์ก็เป็นผลพลอยได้ว่าจะได้เท่าไหร่ ผมคาดการณ์ว่าน่าจะได้ราว 150 ถึง 200 และจะได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ผมมีความมั่นใจว่าอย่างนั้น

0E5A3414

-คนไทยคาใจเรื่องภาพพจน์ เป็นผู้ต้องหาค้ายาเสพติด ?
ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พวกเราหลายคนเข้าใจผิดเรื่องนี้มาก แม้จะชี้แจงเรื่องนี้หลายครั้งหลายคราว ข้อกล่าวหาของตนไม่ใช้การนำเข้า การค้า หรือการส่งออก เข้าใจผิดกัน แต่มันเป็นข้อหาฯ “Knowingly Concerned” นั้นคือรู้ว่ามีผู้กระทำผิด เพราะฉะนั้นถ้าไปแปลว่าเป็นผู้ค้ายาเสพติดมันก็ไม่ใช่ อันนั้นคือการเข้าใจผิดกันไปเอง ด้วยประสบการณ์เด็กบ้านนอกในตอนนั้น อายุ 21ปีเศษ กระเสือกกระสนไปเที่ยวต่างประเทศ มีคนชวนไปเที่ยว เราไปพลาด ก็ยอมรับชะตากรรม แต่ก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการทุกกระบวนการที่ผ่านมา นั้นเป็นเรื่องในอดีตตอนอายุ 20 กว่า ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ก็ทำตัวดีเพื่อสร้างประโยชน์ให้บ้านเมืองมาโดยตลอด ดังนั้นเราจะทำอดีตให้เป็นปัจจุบันมันทำไม่ได้ แต่เราสามารถทำวันนี้ ทำวันพรุ่งนี้ ทำวันต่อๆไป เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติบ้านเมืองตรงนี้ถือเป็นสาระสำคัญ ถ้าจะมาถามว่าแล้วเรื่องภาพลักษณ์ในอดีต ผมถามกลับว่าแม้แต่องคุลิมาลท่านก็ยังกลับตัวสำเร็จเป็นพระอรหันต์มีแต่คนกราบไหว้ ถ้าจะให้ผมคิดถึงแต่อดีตโดยไม่คิดทำอะไรเพื่อชาติบ้านเมืองแบบนั้นไม่ใช่ผม

0E5A3599

-จะขอโอกาสคนไทยอย่างไร บอกกับคนไทยยังไง ?
ร.อ.ธรรมนัสกล่าว่า พรรคพลังประชารัฐเราเริ่มต้นมาจากการรวมตัวของประชาชนกับพรรค เพราะฉะนั้นหลายนโยบายที่เรารับปากกับประชาชนเราทำไปแล้ว ยกตัวอย่างเรื่องที่ดูแล เรื่องส.ป.ก. ได้ทำทุกข้อที่หาเสียงมา ส่วนเรื่องไหนยังไม่ได้ทำก็จะทำ อาทิ เรื่องบัตรสวัสดิการ การยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชน ฯลฯ ยืนยันพรรคพลังประชารัฐมีอุดมการณ์และจิตใจแน่วแน่ว่าจะทำงานเพื่อชาติบ้านเมืองและพี่น้องประชาชน โดยยึดหลักว่าสถาบันพระมหากษัตริย์ต้องอยู่คู่ประเทศไทยตลอดไป ถือเป็นสาระสำคัญในเรื่องนี้

– มั่นใจหรือไม่ว่าจะนำพรรคพลังประชารัฐชนะในการเลือกตั้งคราวหน้า และสามารถนำพล.อ.ประยุทธ์กลับมาเป็นนายกฯอีกสมัย ?
ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ได้ทำงานกับนายกฯมา 2 ปีกว่า ในสถานการณ์บ้านเมืองตอนนี้ ถือว่าเป็นสถานการณ์ไม่ปกติ เปรียบเสมือนสงครามโลกครั้งที่ 3 ที่เราต้องสู้กับเชื้อไวรัส เชื่อว่าไม่มีผู้นำคนไหนจะเข้มแข็งมากเท่าพล.อ.ประยุทธ์ เชื่อมั่นว่าถ้าสถานการณ์คลี่คลายปกติ บ้านเมืองจะเดินหน้าไปได้ดี

///////////////////////

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก