กลุ่มRe-solution รณรงค์แก้รธน.รื้อระบอบประยุทธ์

กลุ่มRe-solution รณรงค์แก้รธน.รื้อระบอบประยุทธ์

กรุงเทพฯ 15 มิ.ย.- ธนาธร - ปิยบุตร และ กลุ่มRe-solution แถลงรณรงค์ล่ารายชื่อประชาชน 5 หมื่นชื่อ เสนอแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรา สกัดกั้นการสืบทอดอำนาจ

ที่อาคารไทยซัมมิททาวเวอร์ กลุ่ม Re-Solution นำโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า นายพริษฐ์ วัชรสินธุ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล นายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช และ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ร่วมกันแถลงเข้าชื่อประชาชนแก้รัฐธรรมนูญ #ขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์  โดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ตัวแทนกลุ่ม Re-Solution กล่าวว่า กลุ่ม Re-Solution ต้องการรณรงค์กับประชาชนทั่วประเทศเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญ เพราะเล็งเห็นว่ารัฐธรรมนูญ 60 มีปัญหาตั้งแต่ที่มา กระบวนการและเนื้อหา รัฐธรรมนูญ 2560 กลายเป็นเครื่องมือสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประเทศจะไม่มีทางกลับมาสู่ระบบปกติที่ถูกต้อง หากรัฐธรรมนูญนี้ยังคงอยู่ จึงเห็นว่าจำเป็นต้องจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ แต่ปรากฎว่ากระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับถูกคว่ำลงไปจากการเล่นแร่แปรธาตุของสมาชิกรัฐสภาบางส่วน และมีทีท่าที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบรายมาตราแทน

นายปิยบุตร กล่าวว่า กลุ่ม Re-Solution จึงเปิดแคมเปญขอคนละชื่อรื้อระบอบประยุทธ์ เมื่อวันที่ 6 เมษายนที่ผ่านมาว่าหากจะแก้รัฐธรรมนูญรายมาตรานั้น จะต้องแก้ไข 4 ประเด็นหลัก ซึ่งเป็นจุดสำคัญในการค้ำจุนระบอบประยุทธ์ คือ การล้มวุฒิสภา โละศาลรัฐธรรมนูญและปฎิรูปองค์กรอิสระ เลิกยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฎิรูปประเทศและล้างมรดกรัฐประหาร หยุดวงจรอุบาทว์ขัดขวางประชาธิปไตย ทั้งหมดคือ 4 เสาหลักที่ต้องการรื้อระบอบประยุทธ์

“ช่วงสัปดาห์นี้หรือสัปดาห์หน้า ประเด็นการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตราจะถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้ง เพราะพรรคการเมืองหลายพรรคเริ่มพูดกันว่าจะเร่งเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา เข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา เร่งกันถึงขนาดว่าจะแทรกญัตติที่ค้างการพิจารณา แสดงให้เห็นว่าแผนการที่วางไว้กำลังเดินหน้า กระบวนการที่เราออกแบบไว้เดิมตั้งใจจะรณรงค์ต่อเนื่องและยาวนาน แต่เมื่อสมาชิกรัฐสภาและพรรคการเมืองหลายพรรคเตรียมที่จะแก้ไขแบบรายมาตรา ด้วยเหตุนี้ พวกเราจึงรณรงค์ต่อประชาชนและเร่งเข้าชื่อให้ครบ 5 หมื่นรายตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด” นายปิยบุตร กล่าว

นายปิยบุตร กล่าวว่า มีความโชคดีที่ขณะนี้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอกฎหมาย โดยกฎหมายฉบับนี้ระบุว่าต้องมีผู้เชิญชวนอย่างน้อย 20 คน เป็นผู้เชิญชวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วประเทศมาเข้าชื่อร่วมกัน ซึ่งขณะนี้เราได้รายชื่อครบแล้ว ประกอบด้วย ตน นายพริษฐ์ วัชรสินธุ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ น.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ นายฟูอาดี้ พิศสุวรรณ น.ส. เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ นายณัชปกร นามเมือง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ น.ส.เบญจา แสงจันทร์ นายประดิพัทธ์ สันติภาดา น.ส.สฤณี อาชวานันทกุล นายประจักษ์ ก้องกีรติ นายกษิต ภิรมย์ น.ส.ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล นางอรนุช ผลภิญโญ นายเอกพันธุ์ ปิณฑวณิช น.ส.ชญาธนุส ศรทัตต์ หรือ เฌอเอม น.ส. ชลธิชา แจ้งเร็ว น.ส.สิตานัน สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ และนายเอกรินทร์ ต่วนศิริ โดยรายชื่อทั้งหมดมาจากคนหลากหลายกลุ่ม ทั้งนักวิชาการ นักกิจกรรม อดีตนักการเมือง นักวิชาการอิสระ เป็นต้น

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ กล่าวว่า ช่วงวันที่ 23-24 กันยายน 2563 ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามีการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ ซึ่งเกิดจากความพยายามของประชาชนที่ร่วมกันกดดันอยู่ภายนอกรัฐสภาจึงทำให้ภายในรัฐสภาต้องนำเรื่องนี้เข้าไปพิจารณากัน ในเดือนพฤศจิกายน 2563 ที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภามีมติรับหลักการในวาระแรกให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ แต่เวลาล่วงเลยมาจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2564 มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ร่วมกันเพื่อสอบถามถึงอำนาจและหน้าที่ของรัฐสภาสามารถแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับได้หรือไม่ คำตอบที่ได้คือ ทำได้แต่ต้องมีประชามติก่อน

นายธนาธร กล่าวว่า หลังจากนั้นในเดือนเมษายน รัฐสภามีการพิจารณาร่างพ.ร.บ. ประชามติ ซึ่งพิจารณายังไม่เสร็จ ในการพิจารณาก็มีการปิดประชุมไม่ใช่ปิดประชุมวันต่อวัน แต่เป็นการปิดประชุมรัฐสภาเลย เรื่องนี้ล่วงเลยมาจนถึงวันนี้ร่างพ.ร.บ.ประชามติก็ยังค้างอยู่ในที่ประชุม วันนี้เดือนมิถุนายน มีการเสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา โดยข้ามการพิจารณาประชามติ ประเด็นที่สำคัญมากที่สุดของการพยายามครั้งนี้ คือ การเร่งแก้รายมาตราที่ว่าด้วยระบบการเลือกตั้ง

นายธนาธร กล่าวว่า นี่คือการสืบทอดอำนาจครั้งที่ 2 นี่คือความพยายามที่จะสืบทอดอำนาจต่ออำนาจของระบอบที่มาจากการยึดอำนาจของประชาชน ของระบอบที่มาจากการทำรัฐประหาร ตนอยากจะเรียนเชิญพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่รักความยุติธรรมและความเสมอภาค รักในเสรีภาพ ที่รักประชาธิปไตยทุกคนช่วยสนับสนุน Re-Solution ในการลงชื่อในครั้งนี้ ประวัติศาสตร์ในเรื่องสิทธิเสรีภาพความเสมอภาคไม่เคยได้มาจากความแตกต่างชนชั้นนําประวัติศาสตร์สังคมประชาธิปไตยไม่เคยได้มาจากการร้องของสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ได้มาจากการเรียกร้องจากการยืนหยัดต่อสู้ของประชาชน

นายพริษฐ์ กล่าวว่า ขอย้ำว่าทางกลุ่ม Re-solution มองว่าการแก้ไขต้องเดิน 2 เส้นทาง ด้วยกัน คือ เส้นที่ 1 การแก้ไขรัฐธรรมนูญแบบตั้งหลักใหม่ และ เส้นที่ 2 การแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ซึ่งเส้นทางที่ 2 จะมีความซับซ้อนมากกว่า ทางกลุ่ม Re-solutions มองว่าข้อเสนอใดที่แก้ในเรื่องของการสืบทอดอำนาจ ควรแก้ทันที ส่วนข้อเสนอใด ที่ส่งเสริมในเรื่องประชาธิปไตย แต่ไม่ได้แตะในเรื่องของการแก้ไขการสืบทอดอำนาจ ควรพูดคุย ใน ส.ส.ร. และ ข้อเสนออื่น ๆ ที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับประชาธิปไตยมากนัก ขอให้เก็บไว้พิจารณาโดย ส.ส.ร. ทั้งนี้ ตนขอเสนอเพิ่ม 3 แนวทาง ที่ควรวางไว้สำหรับการเดินหน้าต่อ สกัดกั้นการสืบทอดอำนาจ

นายพริษฐ์ กล่าวว่า แนวทางที่ 1 ทุกพรรคคว่ำข้อเสนอร่างรัฐธรรมนูญของพรรคประชารัฐ ในการแก้ไขระบบเลือกตั้ง เพราะมีการเอื้อผลประโยชน์แก่พรรคของตนเอง แนวทางที่ 2 ขอให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ไม่ร่วมสังฆกรรม ในการเร่งรัดแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญรายมาตรา เพราะ หากไม่ระมัดระวัง อาจเข้าสู่ ระบอบผลประโยชน์ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แนวทางที่ 3 เชิญชวนประชาชน มาลงชื่อ ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ของกลุ่ม Re-solutions ที่พยายามมุ่งเน้น เฉพาะ ประเด็นที่ตัดการสืบทอดอำนาจ อย่าปล่อยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นการแก้ไขเพื่อเอื้อประโยชน์ให้คนบางกลุ่ม

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก