ผอ.เขตราษฎร์บูรณะ ยื่นข้อแนะนำโรงงานทอผ้า หลังพบคลัสเตอร์ หากฝ่าผืน มีความผิดร้ายแรง!

ผอ.เขตราษฎร์บูรณะ ยื่นข้อแนะนำโรงงานทอผ้า หลังพบคลัสเตอร์ หากฝ่าผืน มีความผิดร้ายแรง!

ผอ.เขตราษฎร์บูรณะ เผย หลัง ศบค.ประกาศพบคลัสเตอร์ ทางเขตได้ลงพื้นที่ พร้อมทั้งสั่งให้ปฏิบัติตามข้อแนะนำอย่างเคร่งครัด และเร่งติดตาม เพื่อไม่ให้เกิดการแพร่กระจายได้อีก ขณะชาวบ้าน เผย อยากให้โรงงานปิดชั่วคราว และสั่งกักตัวพนักงาน เพื่อดูอาการ วอนผู้ใหญ่ แจ้งจุดเสี่ยง และจำนวนผู้ป่วยให้ชัด ปชช.จะได้ป้องกันถูก

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งได้มีการส่งข้อความมาร้องเรียนกับ Top News ว่า หลังจาก ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ประกาศให้ปิดโรงงานแห่งหนึ่งย่านราษฎร์บูรณะ เนื่องจากพบว่ามีคลัสเตอร์ใหม่ แต่โรงงานดังกล่าวยังไม่มีการปิด ซ้ำยังสั่งให้พนักงานแต่งชุดไปรเวทมาทำงาน ห้ามใส่ชุดยูนิฟอร์มเด็ดขาด รวมทั้งย่านนั้นเป็นแหล่งชุมชน ตลาด และโรงเรียนหลายจุด

วันที่ 14 มิ.ย. น.ส.อธิศรี วุฒิภาคภักดี ผู้อำนวยการเขตราษฎร์บูรณะ เปิดเผยว่า หลังศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค. ระบุ ถึงบริษัท ฮงเส็งการทอ จำกัด ซอยสุขสวัสดิ์ 30 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพฯ เป็นคลัสเตอร์เฝ้าระวังใหม่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทางสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ และศูนย์บริการสาธารณสุข58 ล้อม-พิมเสน ฟักอุดม จึงได้ดำเนินการเข้าควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อ โดยแนะนำให้ทำตาม 3 ขั้นตอนดังนี้

1.ให้สถานประกอบการปิดแผนกที่พบผู้ติดเชื้อเป็นเวลา 3 วัน เพื่อทำความสะอาดฆ่าเชื้อโรคตามมาตรการ / จัดการสุขลักษณะอาคารสถานที่ให้กำหนดทางเข้าออกของสถานประกอบการอย่างชัดเจน / คัดกรองผู้ปฏิบัติงานทุกครั้งที่เข้าออกสถานประกอบการ / เพิ่มมาตรการติดตามข้อมูลของผู้ปฏิบัติงาน โดยให้ควบคุมการเข้าออกสถานที่ด้วยการบันทึกข้อมูล / การจัดให้มีจุดล้างมือ พร้อมสบู่เหลว และเจลแอลกอฮอล์ / เน้นทำความสะอาดพื้นที่บริเวณพื้นผิวห้องน้ำและอุปกรณ์ต่างๆ ที่มีการสัมผัสร่วมกัน ด้วยน้ำยาทำความสะอาด และฆ่าเชื้อโรค

2.ให้บริษัทควบคุมพนักงานทุกคน เน้นให้สวมหน้ากากผ้า หรือหน้ากากอนามัยตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน / จัดสถานที่ปฏิบัติงานไม่ให้แออัด โดยให้ผู้ปฏิบัติงานมีการเว้นระยะห่างอย่างน้อย 1 เมตร / งดการรับประทานอาหารเป็นกลุ่ม และยกเลิกการให้บริการตู้กดน้ำดื่มภายในบริเวณโรงงาน รวมทั้งปรับเปลี่ยนเป็นการแจกขวดน้ำให้กับพนักงานแทน

3.ทางศูนย์บริการสาธารณสุข58 ล้อม-พิมเสน ฟักอุดมและสำนักงานเขตราษฎร์บูรณะ ได้ดำเนินการสอบสวนโรค เพื่อค้นหาและคัดแยกผู้ติดเชื้อ ผู้เสี่ยงสูงและพูดเสียงต่ำ แล้วโดยให้ผู้ติดเชื้อเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล ส่วนผู้ที่สัมผัส หรือมีความเสี่ยงสูงได้นำเข้าคัดกรองหาเชื้อ รวมทั้งได้นำผู้เสี่ยงสูงทั้งหมดเข้ากักตัวภายในสถานที่ที่ทางบริษัทกำหนดไว้แล้ว เพื่อความสะดวกในการควบคุม ไม่ให้ผู้เสี่ยงสูงออกมาภายนอกสถานที่กักตัว โดยบริษัทจะเป็นผู้จัดหาอาหารให้กับผู้กับตัวทุกคน สำหรับผู้เสี่ยงต่ำมี จำนวน 300 ราย ได้ดำเนินการตรวจคัดกรอง โดยวิธีตรวจน้ำลายทุกคนแล้ว

โดยหลังจากนี้ตนจะประชุมติดตามโรงงานดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เพราะประชาชนในพื้นที่ค่อนข้างกังวลใจกับสถานการณ์ในขณะนี้ และวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ของโรงงานดังกล่าวด้วย

ส่วนกรณีที่ประชาชนสอบถามเข้ามาว่าในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะ มีคลัสเตอร์จุดไหนบ้าง หรือมีผู้ติดเชื้อกี่ราย หรือมีผู้เสี่ยงสูงกี่รายนั้น อยากจะให้ติดต่อสอบถามไปที่ศูนย์บริหารสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ ศบค.โดยตรง เพราะจะได้ข้อมูลที่ชัดเจนกว่า

 

2021 06 14 18 04 07

 

ขณะเดียวกันได้พบกับ นายลอย(นามสมมติ) ชาวบ้านที่พักอาศัยข้างโรงงาน เล่าว่า สืบเนื่องจากเมื่อประมาณปลายเดือนพ.ค.64 ที่ผ่านมา มีการพูดกันปากต่อปากว่าภายในโรงงานทอผ้ามีคนงานพม่าติดพลาสเตอร์กว่า 200 คน ทางโรงงานจึงนำตัวผู้ป่วยทั้งหมดไปรักษา แต่ตนไม่ทราบรายละเอียดว่ารักษาที่ไหน หรืออย่างไร  หลังจากนั้นทางโรงงานก็มีคำสั่งให้พนักงานทุกคนใส่ชุดไปรเวทมาทำงาน โดยห้ามใส่ยูนิฟอร์มโดยเด็ดขาด และหากใครถามก็ให้บอกว่าโรงงานหยุด ซึ่งแท้จริงแล้วพนักงานยังมาทำงานตามปกติ รวมทั้งหากใครที่จะลางานก็มีสิทธิ์จะถูกไล่ออกสูง

ในฐานะที่อยู่บริเวณนี้มีความกังวลว่าจะติดเชื้อหรือไม่นั้น ส่วนตัวก็รู้สึกกังวล แต่ในขณะเดียวกันก็พบว่าประชาชนที่อยู่ในย่านนี้ ติดเชื้อค่อนข้างเยอะ แต่ไม่มีการออกมา ประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบเลย ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พึ่งจะได้มีการตรวจหาเชื้อให้กับประชาชนในบริเวณนี้ ซึ่งพบว่ามีผู้ติดเชื้อบางส่วน แต่ตนก็ไม่รู้ว่ามีการดำเนินการอย่างไรต่อ  รวมทั้งไม่มีการแจ้งว่ายอดผู้ติดเชื้อเท่าไหร่ และไม่ติดเชื้อเท่าไหร่ จึงไม่มีใครทราบข้อมูลในส่วนนี้เลย

ส่วนตัวมองว่าอยากให้โรงงานทอผ้าปิดลง และมีคำสั่งให้พนักงานทุกคนกักตัว เพื่อรอดูอาการจะดีกว่า หากสั่งปิดโรงงาน โดยไม่มีการควบคุม พนักงานหลายๆคนก็จะไปหาสมัครงานในพื้นที่อื่นๆ ซึ่งจะทำให้เชื้อกระจายออกไปอีก จึงขอให้โรงงานดังกล่าวประกาศปิดชั่วคราว เพื่อป้องกันการกระจายคลัสเตอร์ต่อไปอีก และอยากให้แจ้งให้ชัดเจนว่ามีผู้ติดเชื้อเท่าไหร่ หรือกักตัวเท่าไหร่

ส่วนกรณีชาวบ้านไปร้องเรียนกรุงเทพมหานครว่า คูน้ำมีสีแดงนั้น ที่ผ่านมาชาวบ้านได้มีการโทรศัพท์ไปร้องเรียนที่กรุงเทพมหานครว่า คูน้ำดังกล่าวมีสีแดง ซึ่งได้รับคำตอบว่า สาเหตุที่น้ำสีแดงก็มาจากชาวบ้าน ที่อยู่บริเวณดังกล่าว ซึ่งตนมองว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ ชาวบ้านไม่น่าจะทำได้ขนาดนี้ อีกอย่างการที่น้ำมีสีแดง ไม่ได้เกิดเป็นครั้งคราว แต่เกิดขึ้นมาเป็นเดือนเป็นปีแล้ว จึงมองว่าที่น้ำมีสีแดง อาจจะมีจากน้ำฉีดผ้า

นอกจากนี้ตนยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน เนื่องจากยังไม่มั่นใจในวัคซีน เพราะการฉีดวัคซีนแต่ละครั่ง ก็เป็นเพียงการวัดความดัน และซักประวัติ แต่ไม่ได้มีการตรวจร่างกายโดยละเอียด จึงกลัวว่าหากฉีดวัคซีนไปอาจจะเกิดผลข้างเคียง หรืออาการใดๆได้ หรือถ้าจะต้องฉีดจริงๆ อยากให้มีการตรวจร่างกายโดยละเอียดก่อน

ส่วนกรณีที่วัคซีนไม่พอนั้น ตนมองว่าอยากให้แต่ละหน่วยงานออกมาแจ้งเลยว่า วัคซีนมีเท่าไหร่ แจกไปจุดไหนเท่าไหร่ ไม่ใช่ประชาสัมพันธิ์ว่าวัคซีนมี แต่จริงๆแล้วไม่มี มันก็ไม่ใช่

 

2021 06 14 18 13 20

 

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก