ภท.ชี้รุมอภิปรายถล่มงบฯ หวังรัฐบาลปรับปรุง

“ภูมิใจไทย” ชี้รุมอภิปรายถล่มงบฯ ให้รัฐบาลปรับปรุง - ซัดดีกว่าพวกอ้างทำเพื่อชาติกล่าวหาคนอื่นเล่นละคร ด้าน“ภราดร” แจง "ศุภมาส" ลาป่วย จึงไม่ได้ร่วมโหวตงบ 65

เมื่อวันที่ 3 มิ.ย.- นายภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส.อ่างทอง ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย กล่าวชี้แจงถึงกรณีที่พรรคภูมิใจไทย ลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณพ.ศ. 2565 ในวาระแรก หลังส.ส.ของพรรคฯ อภิปรายวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า การวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้ฝ่ายปฏิบัติ หรือรัฐบาล รู้ข้อบกพร่อง และนำไปแก้ไข ไม่ใช่เป็นการวิจารณ์เพื่อทำลายใคร ตนเองเป็น ส.ส.มา 3 สมัยอยู่ฝ่ายรัฐบาลตลอด แต่ทุกครั้งที่อภิปรายไม่เคยมีครั้งใดที่ชื่นชมรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด เพราะได้แสดงเหตุผล ข้อดี ข้อเสีย และเสนอแนะแนวทางปรับปรุงแก้ไข

 

ส่วนสาเหตุที่ลงมติรับหลักการนั้น นายภราดร กล่าวว่า หากไม่ลงมติรับหลักการ และร่างงบประมาณตกไปนั้น รัฐบาล และหน่วยงานต่างๆ จะต้องให้สำนักงบประมาณพิจารณากันใหม่ และกว่าจะเสนอวาระแรกต่อสภาผู้แทนราษฎรอีกครั้ง ก็ต้องใช้เวลาอีกไม่ต่ำกว่า 6 เดือนแน่นอน ดังนั้น กว่าจะได้ใช้งบประมาณ 2565 ก็ไม่น่าเร็วกว่าเดือนมีนาคม 2565 ซึ่งเข้าสู่ไตรมาสที่ 2 แล้ว และหากใช้งบประมาณปี 2564 ไปพลางก่อน ก็ไม่มีงบลงทุนจากรัฐบาล ซึ่งไม่เป็นผลดี และยังไม่มีงบประมาณสำหรับบริหารสถานการณ์โควิด-19 ดังนั้น การอภิปรายท้วงติง เพื่อต้องการชี้ให้เห็นชัด ๆ ว่า การจัดสรรงบประมาณแบบนี้ บนสถานการณ์ไม่ปกติแบบนี้ เป็นการจัดสรรที่ผิดพลาด และน่าผิดหวัง เพราะควรทำได้ดีกว่านี้ และการทำหน้าที่ผู้แทนก็มีหน้าที่วิพากษ์ เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่วิพากษ์ เพื่อนำไปสู่ความพินาศ

 

นายภราดร กล่าวถึงกรณีที่ปรากฏชื่อน.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ไม่ได้กดโหวตรับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 ว่า เนื่องจากเจ้าตัว ป่วย และได้ลากับทางพรรคแล้ว

 

ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงสาเหตุที่ไม่คว่ำร่างงบประมาณฉบับนี้ว่า ไม่ได้พิจารณาเพียงมิติการเมือง แต่จะต้องพิจารณาถึงการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ และการร่างร่างงบประมาณ เพื่อยุบสภาเลือกตั้งใหม่ งบประมาณก็จะไม่ทันประกาศใช้ภายในเดือนตุลาคม พร้อมยกตัวอย่างการพิจารณาพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ และพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ที่ฝ่ายค้าน อภิปรายทั้งเสนอแนะ ตำหนิ และชื่นชม แต่สุดท้ายก็ลงมติให้การอนุมัติ ทั้งที่หาก 2 พระราชกำหนดตกไป รัฐบาลก็อาจจะต้องยุบสภาเช่นกัน ดังนั้นจึงเชื่อว่า ส.ส. ไม่ว่าจะฝั่งใด ก็ต้องทำหน้าที่ในการเสนอความเห็น ชมบ้าง ติติงบ้างแล้วแต่ประสบการณ์ และความคิดเห็น และยืนยันว่า การแสดงความเห็นในสภา เป็นสิ่งที่ ส.ส. พึงกระทำ เพื่อให้ ผู้ยื่นกฏหมาย และรัฐบาลได้รู้ข้อบกพร่อง และนำไปปรับปรุง

 

“27 พ.ค.ที่ผ่านมา มี พ.ร.ก. ที่เสนอโดยรัฐบาล ทั้งฝ่ายค้าน และรัฐบาล ให้ข้อเสนอแนะ ตำหนิ หลากหลาย แต่สุดท้าย ก็อนุมัติให้ความเห็นชอบด้วยกัน คำถามคือ แบบนี้เรียก ละครโรงใหญ่เหมือนกันไหม เพราะหาก พ.ร.ก.ตกไปตามมติสภา ก็มีผลเหมือนร่างงบประมาณฯ ตกไปเช่นกัน และแปลกใจที่พอตัวเองทำบอกเพื่อชาติ พอคนอื่นทำบอกเล่นละคร ผมยืนยันว่า การแสดงความเห็นในสภา เป็นสิ่งที่ ส.ส. พึงกระทำ เพื่อให้ผู้ยื่นกฏหมายได้รู้ข้อบกพร่อง และนำไปปรับปรุง ดีกว่าไม่แม้แต่แสดงความคิดเห็นข้อ เสนอแนะ ในขณะที่มีโอกาส แล้วคอยมาหาเศษหาเลย มาสร้างวาทะกรรมสวยๆ” นายสิริพงศ์ กล่าว

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

สนับสนุน TOPNEWS ด้วยการซื้อสินค้าคุณภาพจาก Sbuyzone 

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก