“ชัยวุฒิ” ขอ 2 เดือนรื้อกฎหมายคุมสื่อออนไลน์

รมว.ดีอีเอส  ขอเวลา 2 เดือน ทำประกาศกระทรวงคุมเข้มใช้สื่อออนไลน์ทำผิดกฎหมายไทย

วันที่ 21 พ.ค. –นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์​ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอีเอส กล่าวถึงการยกร่างประกาศกระทรวงดีอีเอส ในการกำกับดูแลการใช้โซเชียลมีเดีย ว่า หลักการก็คือให้ผู้บริการแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ทั้งเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ช่วยกำกับดูแลและควบคุมเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายไทย และกฎหมายอื่นๆ เช่น กฎหมายความมั่นคง, การทำธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์, การค้าออนไลน์

 

นายชัยวุฒิกล่าวว่า ที่ผ่านมาพบการกระทำผิดกฎหมายไทยผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ได้ประสานไปยังเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ให้กำกับดูแล แต่พบว่าให้ความร่วมมือบางส่วน ดังนั้นการติดตามผู้โพสต์ข้อมูลที่ผิดกฎหมายไทย ต้องทำได้ โดยยอมรับว่าการโพสต์ข้อความเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่เมื่อกระทำผิดกฎหมายต้องติดตามมาดำเนินคดีได้ แม้จะอยู่ต่างประเทศก็ตาม

 

นายชัยวุฒิกล่าวอีกว่า ปัญหาสำคัญ เช่น มีข่าวบิดเบือน เป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติทำไมปิดกั้นไม่ได้ แต่อำนาจกระทรวง สั่งปิด ขอคำสั่งศาลเพื่อปิดกั้นเว็ปไซต์ หรือ ยูอาร์แอล แต่พบว่าทางเพจเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ไม่ได้ปิดให้ ทั้งนี้พบกรณีที่ขอให้ปิดประมาณ 1.2 หมื่นกรณี แต่พบการปิดเพียง 5,000 กรณี ซึ่งทางกระทรวงได้ดำเนินการฟ้องร้องให้ปฏิบัติตามคำสั่งศาลกว่า 400 คดี ดังนั้นต้องแก้ไขกฎหมายไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถควบคุมการใช้โซเชียลมีเดียในประเทศได้ หากปล่อยไปจะเป็นภัยต่อความมั่นคงและประชาชนได้

 

นายชัยวุฒิ กล่าวต่อว่า การปรับปรุงประกาศของกระทรวงนั้น พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี กำชับให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2 เดือน ซึ่งหลังจากยกร่างแล้ว ต้องสอบถามประชาชนด้วยว่าจะกระทบต่อสิทธิ เสรีภาพของประชาชนหรือไม่ ทั้งนี้ต้องทำกฎหมายให้เข้มแข็งและคนเคารพ รวมถึงบังคับใช้ให้ได้ โดยตนยอมรับว่าการใช้โซเชียลที่ผิดกฎหมาย เช่น พบการค้าประเวณี, บ่อนการพนัน มีผลกระทบกับประชาชนหลายมิติ ถึงเวลาที่ต้องพูดคุย เพื่อไม่ให้ทำลายสังคมไทยต่อไป

ข่าวที่น่าสนใจ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"สุชาติ" ห่วงใยประชาชนพื้นที่เสี่ยง สั่งกรมทรัพยากรธรณีเฝ้าระวังแผ่นดินถล่ม-น้ำป่าไหลหลาก 25 จังหวัดเสี่ยงภัย
ดีอีบุกหาดใหญ่ เปิด “Digital Shield” สร้างเกราะดิจิทัล ชวนประชาชนรู้ทันกลโกงออนไลน์–ใช้ AI อย่างปลอดภัย
คืนนี้ไม่มีฝนเติมกรุงฯ!! "ดร.เสรี" ย้ำเตือนภาคตะวันตกเสี่ยงฝนหนัก ยันเหตุไม่เหมือน "มหาอุทกภัยปี 54" เพราะตัวเลขน้ำผ่านนครสวรรค์ต่ำกว่าถึง 3 เท่า
โรงเรียนปากพนังประชุมผู้ปกครอง เปิดแนวทางดูแลนักเรียน พร้อมมอบเกียรติบัตร “คนดีศรีปากพนัง”
ชาวไทยพุทธเบตงคึกคัก แห่ซื้อขนมเดือนสิบเตรียมทำบุญ “รับตายาย” พรุ่งนี้
“สุชาติ-ผู้ว่าฯ นริศ” ลุยน้ำท่วมหมู่บ้านมณีแก้ว แจกถุงยังชีพ 200 ชุด เร่งซ่อมผนังกั้นน้ำหลังน้ำลด

ดู LIVE รายการ