“ศูนย์ JICC” แถลงภาพรวมน้ำฝนลดลง เร่งระบายน้ำขังกรุงฯ คาดใช้เวลา 2-3 วัน ย้ำเขื่อนภาคเหนือยังรองรับน้ำได้อีกมาก ติดตามสถานการณ์เขื่อนเจ้าพระยาใกล้ชิด!!

ศูนย์ JICC แถลงรัฐบาลประเมินน้ำท่วม กทม. คลี่คลาย คาด 2-3 วันระบายน้ำพื้นที่ฝั่งตะวันออก เตือนเฝ้าระวังแม่น้ำแม่กลอง-ปราจีนบุรี-ระยอง ให้ประชาชนเก็บของขึ้นที่สูง ยันพรุ่งนี้ กทม.ปริมณฑล เปิดทำการปกติ เส้นทางคมนาเต็มระบบ นายกฯส่ง สธ.ตั้งรพ.เคลื่อนที่ให้ประชาชนเคหะร่มเกล้า -คลองจั่น รับบริการส่วนเงินเยียวยา 9,000 บาท รอการพิจารณา กทม. ครม.เคาะ

“ศูนย์ JICC” แถลงภาพรวมน้ำฝนลดลง เร่งระบายน้ำขังกรุงฯ คาดใช้เวลา 2-3 วัน ย้ำเขื่อนภาคเหนือยังรองรับน้ำได้อีกมาก ติดตามสถานการณ์เขื่อนเจ้าพระยาใกล้ชิด!! – Top News รายงาน

ศูนย์ JICC

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวข้อมูลข่าวสารร่วมในสถานการณ์อุทกภัย หรือ JICC ที่ทำเนียบรัฐบาลว่า จากการพยากรณ์อากาศพบว่า กลุ่มฝนได้เคลื่อนออกจากกรุงเทพมหานครไปทางฝั่งตะวันตกแล้ว และอ่อนกำลังลง ขณะที่พื้นที่ฝั่งตะวันออกมีปริมาณฝนลดลงเช่นกัน ส่วนฝนที่ตกในพื้นที่ภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร เชียงใหม่ และตาก มีปริมาณเล็กน้อย และไม่ส่งผลกระทบต่อสถานการณ์น้ำในพื้นที่อื่น เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เหนือเขื่อน ซึ่งยังสามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก

สำหรับสถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา หลังจากมีการระบายน้ำในอัตรา 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะมีมวลน้ำจากแม่น้ำปิง และแม่น้ำสะแกกรัง ไหลมาเติม โดยคณะกรรมการพิจารณาเรื่องน้ำอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะปรับเพิ่มปริมาณการระบายน้ำ จากเขื่อนเจ้าพระยาหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มปริมาณการระบายน้ำดังกล่าวจะไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานคร เนื่องจากมีแนวคันกั้นน้ำที่มีความสูง และมีความจุที่รองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก

ส่วนการระบายน้ำในจังหวัดสมุทรปราการ กรมชลประทานได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม และเดินเครื่องสูบน้ำที่มีอยู่เดิมอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อเร่งระบายน้ำลงสู่อ่าวไทยให้มากขึ้น

ขณะที่ข้อมูลเรดาร์ตรวจอากาศในกรุงเทพมหานครไม่พบกลุ่มฝน จึงคาดว่าวันนี้ตลอดทั้งวันจะไม่มีฝนตกเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยให้การระบายน้ำทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สำหรับพื้นที่ถนนที่ยังมีน้ำท่วมขังสูงประมาณ 30 เซนติเมตร เหลือเพียง 6 จุดในพื้นที่ฝั่งตะวันออก เช่น ถนนรามคำแหง 24 ถนนศรีนครินทร์ ถนนนวมินทร์ ช่วงลาดพร้าว 101 ถึงแยกบางกะปิ ถนนพัฒนาการ 53 โดยกรุงเทพมหานครจะเร่งระบายน้ำอย่างเต็มที่ ปัจจุบันมีอัตราการระบายน้ำประมาณ 51 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน คาดว่าพื้นที่น้ำท่วมฝั่งตะวันออกจะใช้เวลาอีก 2-3 วันจึงจะคลี่คลาย หากไม่มีฝนตกเพิ่มเติมตามที่คาดการณ์ไว้

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่คลองจั่นและเคหะร่มเกล้า พบว่ายังมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุข กระทรวงสาธารณสุขจึงจะจัดตั้งสถานพยาบาลในพื้นที่ เพื่อให้ประชาชนเข้ารับบริการเมื่อเจ็บป่วย รวมถึงประสานงานป้องกันโรคต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นในช่วงน้ำท่วม

นายเอกภพ แถลงอีกว่าสำหรับพื้นที่ฝั่งตะวันตก มีการแจ้งเตือนระดับน้ำในแม่น้ำแม่กลองเพิ่มสูงขึ้น ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม โดยวันนี้อาจมีฝนตกเล็กน้อย ประกอบกับเขื่อนศรีนครินทร์และเขื่อนวชิราลงกรณ์ หยุดระบายน้ำมา 2 วัน ทำให้มีปริมาณน้ำสะสมเพิ่มขึ้น จึงเตรียมระบายน้ำจากเขื่อนทั้งสองแห่งเขื่อนแม่กลองโดยมวลน้ำจะใช้เวลาประมาณ 3 วันในการเดินทางลงสู่เขื่อนแม่กลอง และใช้เวลาประมาณ 17 ชั่วโมงในการไหลผ่านพื้นที่ อ.อัมพวา จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำแม่กลองในจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และสมุทรสงครามติดตามประกาศแจ้งเตือนของจังหวัดอย่างใกล้ชิด

ทั้งนี้ การระบายน้ำในแม่น้ำแม่กลองจะอยู่ในอัตรา 100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จะทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นประมาณ 20 เซนติเมตร โดยคาดว่าระดับน้ำริมแม่น้ำในพื้นที่จังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี และสมุทรสงคราม อาจเพิ่มขึ้นประมาณ 1 เมตร จึงขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมและเคลื่อนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง

 

ส่วนกรณีที่จังหวัดกาญจนบุรีมีความกังวลเรื่องน้ำทะลักจากพื้นที่เหมืองเก่า เคมโก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ อุตสาหกรรมจังหวัด กรมควบคุมมลพิษ และผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ตรวจสอบแล้ว พบว่าบริเวณที่เกิดการกัดเซาะและแตกไม่ใช่จุดที่ทำเหมือง แต่เป็นจุดดักตะกอนและกักเก็บน้ำ ซึ่งอยู่ห่างจากเหมืองเดิมประมาณ 4 กิโลเมตร อย่างไรก็ตามกรมควบคุมมลพิษ จะนำตัวอย่างน้ำไปตรวจสอบคุณภาพเพิ่มเติม เพื่อความปลอดภัย

สำหรับจังหวัดเพชรบุรี ให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

นายเอกภพ แถลงข่าวถึง สถานการณ์ฝั่งตะวันออก อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ปัจจุบันมวลน้ำ ได้ไหลเข้าจังหวัด อ.เมือง ซึ่งอาจทำให้ล้นคันกั้นน้ำ โดยจังหวัดได้แจ้งเตือนประชาชนแล้ว พร้อมขอให้เตรียมรับมือ เนื่องจากระดับน้ำอาจเพิ่มสูงกว่ารอบที่ผ่านมา และควรยกสิ่งของขึ้นที่สูง

ส่วนจังหวัดระยอง คาดว่าจะมีฝนตกหนักในอำเภอแกลง ขณะที่น้ำจากแม่น้ำประแสร์ ล้นสปิลเวย์ ไหลลงสู่พื้นที่เมืองระยอง จึงขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่า เขื่อนคลองระโอกแตก ยืนยันว่าเขื่อนไม่ได้แตก โดยกรมชลประทานได้ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว พบว่ามีการซ่อมแซมบริเวณด้านข้าง เพื่อป้องกันความเสียหาย ไม่ได้เกิดการพังหรือแตกแต่อย่างใด จึงขอให้ประชาชนในจังหวัดระยองไม่ตื่นตระหนก และตรวจสอบข้อมูลจากช่องทางทางการของศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย หรือ JICC

ส่วนจังหวัดสระแก้ว สถานการณ์ในอำเภอเมืองยังทรงตัว โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งความช่วยเหลือเข้าไปแล้ว รัฐบาลจึงเน้นย้ำให้เฝ้าระวังเป็นพิเศษในจังหวัดปราจีนบุรี ระยอง และสระแก้ว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำและริมแม่น้ำ ควรเคลื่อนย้ายออกจากพื้นที่เสี่ยงเพื่อความปลอดภัย และให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดน้ำเอ่อล้น

นายแพทย์เอกภพกล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังประสานทุกหน่วยงานให้ทำงานร่วมกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขณะที่การประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้จะมีการหารือถึงแผนระยะยาวในการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่หลังน้ำลด และการใช้งบกลางเพื่อดำเนินการช่วยเหลือ รัฐบาลหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัย และหวังมีการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากและภัยแล้งอย่างเป็นระบบในอนาคต

 

 

นายเอกภพ ยังกล่าวว่า สำหรับการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันนี้ มีการตั้งคำของบประมาณกลางปี 2569 วงเงิน 2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย โดยรายละเอียดการจ่ายเงินเยียวยายังอยู่ระหว่างการหารือระหว่างกรุงเทพมหานครและสำนักงบประมาณ เพื่อกำหนดหลักเกณฑ์ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันกับประชาชนทั่วประเทศ ส่วนจะได้ครัวเรือนละ 9,000 บาทเหมือนน้ำท่วมหาดใหญ่ หรือไม่นั้น ให้
รอ กทม. พิจารณา รวมถึงแต่ละจังหวัดและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะสำรวจความเสียหายและจัดทำคำขอรับงบประมาณผ่านหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะที่กรุงเทพมหานครจะพิจารณาเงินงบประมาณของตนเองควบคู่กันไป เพื่อกำหนดแนวทางจัดสรรและช่วยเหลือประชาชนให้รวดเร็วที่สุด

นายเอกภพ ยังเปิดเผยว่า ในวันพรุ่งนี้ ส่วนราชการจะเปิดทำการปกติ เนื่องจากพื้นที่น้ำท่วมเหลือไม่มากนัก และกรุงเทพมหานครจะเร่งระบายน้ำต่อเนื่อง ดังนั้นในวันพรุ่งนี้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้การเดินทางสัญจรสะดวกขึ้น และไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนหรือการทำงานตามปกติในภาพรวม อย่างไรก็ตาม โรงเรียนที่ยังได้รับผลกระทบสามารถพิจารณาประกาศปิดเรียนเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม โดยให้แต่ละโรงเรียนเป็นผู้ประเมินสถานการณ์ของตนเอง ส่วนรัฐบาลไม่มีมติประกาศวันหยุดเพิ่มเติมแล้ว

ส่วนการจราจรและเส้นทางคมนาคม จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาดูแล แก้ไขปัญหาการจราจร และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน เพื่อให้การเดินทางกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด ขณะที่การยกเว้นค่าผ่านทางด่วนที่ประกาศไว้จะสิ้นสุดในเวลาเที่ยงคืนของวันนี้(29 ก.ย.) โดยการจราจรจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ

 

ด้านนางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครว่า ปัจจุบันมีพื้นที่ที่น้ำท่วมขังสูง 3 จุด ได้แก่ เคหะรามอินทรา มีระดับน้ำประมาณ 25-30 เซนติเมตร/ เคหะคลองจั่น และเคหะร่มเกล้า มีระดับน้ำสูงประมาณ 1-1.5 เมตร

ส่วนการแก้ไขปัญหา จัดการสัมภาระ ของการบินไทย ที่เกิดความล่าช้า เนื่องจากบริษัทที่จัดการสัมภาระของการบินไทย อาศัยอยู่ในพื้นที่น้ำท่วม ทำให้กำลังคนไม่เพียงพอ ประกอบกับสัมภาระที่ตกค้างต้องผ่านกระบวนการทางศุลกากร จึงส่งผลให้การดำเนินการล่าช้า ขณะนี้มีทหารเข้ามาช่วยเหลือจำนวน 69 นาย โดยคาดว่าปัญหาดังกล่าวจะได้รับการแก้ไขแล้วเสร็จภายใน 1 สัปดาห์

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

เมืองกาญจน์อ่วม! "นอภ.สังขละบุรี" นำกำลังระดมช่วย "ผู้ประสบภัย" ตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว-แจกจ่ายอาหาร พร้อมเร่งเปิดเส้นทาง-ฟื้นฟูไฟฟ้า
"มูลนิธิยังมีเรา-ท็อปนิวส์" ร่วมใจโครงการ "น้ำท่วม แพ้น้ำใจ" ห่อข้าวไก่ทอด 800 ชุด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
"กทม." ประกาศสิ้นสุดภัยพิบัติ 21 เขต! เหลืออีก 29 เขตยังเป็นพื้นที่ประสบภัย ต้องเฝ้าระวังต่อ
"ครม.อนุทิน" ไฟเขียว "โครงการคลองระบายน้ำชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย" คาดแล้วเสร็จในปี 2577 ชี้จะลดผลกระทบ พื้นที่น้ำท่วม 3.48 ล้านไร่ ลดค่าเสียหาย 16,930 ล้านบาทต่อปี
ครม.ไฟเขียว เพิ่มงบ 1.5 พันล้านบาท เยียวยาชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ ขยายเวลาถึง 31 ธ.ค. 69
“พล.ต.ต.สุรินทร์” เปิดหอผู้ป่วยอายุรกรรมชาย-หญิง รพ.จะนะ อาคารใหม่ชั้น 4 พร้อมให้กำลังใจผู้ป่วย

ดู LIVE รายการ