AP และ CBS รายงานความคืบหน้าสถานการณ์พายุนอร์อีสที่พัดถล่มพื้นที่ตลอดแนวชายฝั่งตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐตั้งแต่ช่วงเช้าวานนี้ตามเวลาท้องถิ่น (เสาร์ที่ 26 กย.) ซึ่งสำนักพยากรณ์อากาศสหรัฐเตือนว่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชนหลายสิบล้านคนที่อยู่ในเส้นทางพายุ โดยเฉพาะพื้นที่ตามแนวชายฝั่งคาดการณ์ว่าจะทำให้เกิดพายุพัดแรง ฝนตกหนักและน้ำท่วมสูงในระดับอันตราย รวมทั้งที่นครนิวยอร์กและบอสตัน
ล่าสุดแคธี่ โฮชุล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก และไมกี้ เชอร์ริล ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซี ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในหลายพื้นที่ รวมทั้งพื้นที่ที่อยู่ริมชายฝั่งเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น หลังคาดการณ์ว่าจะมีฝนตกหนักไปจนถึงวันอาทิตย์ และในย่านบรู๊คลินของนครนิวยอร์กมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 คนจากการถูกต้นไม้ล้มทับ
รายงานเผยว่าอิทธิพลจากพายุนอร์อีสเตอร์ได้ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง กระทบบ้านเรือนกว่า 1 แสนหลังแล้ว ขณะที่สำนักงานบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) แนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบิน โดยข้อมูลจากไฟล์ทอะแวร์ ( FlightAware) ระบุว่ามีเที่ยวบินล่าช้ากว่า 2,400 เที่ยว และถูกยกเลิกอีก 1,199 เที่ยว
สำนักพยากรณ์อากาศเตือนว่าปรากฎการณ์พระจันทร์เต็มดวงในคืนวันเสาร์จะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์น้ำท่วม โดยทำให้ระดับน้ำตามแนวชายฝั่งเพิ่มสูงขึ้นอีก โดยเฉพาะที่เมืองเซิร์ฟ ซิตี้และแมนาสควอน ของรัฐนิวเจอร์ซี
ไมกี้ เชอร์ริล ผู้ว่าการรัฐนิวเจอร์ซีได้เรียกร้องผู้อยู่อาศัยที่นิวเจอร์ซีทุกคนตระหนักถึงความรุนแรงของพายุลูกนี้ รวมทั้งให้เตรียมพร้อมรับมือ และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
ส่วนโซห์ราน มัมดานี่ นายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก เตือนภัยลมกระโชกแรงที่อาจมีความเร็วถึง 86 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ตลอดช่วงสุดสัปดาห์ ซึ่งอาจทำให้ต้นไม้และสายไฟโค่นล้มลงมาได้ โดยเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางหากไม่จำเป็น รวมทั้งห้ามขับรถหรือเดินลุยน้ำ
“อย่าเดินทางหากไม่มีความจำเป็น” Zohran Mamdani กล่าวกับประชาชนผ่านข้อความวิดีโอ “ห้ามขับรถหรือเดินลุยน้ำท่วม”

