




วันที่ 26 ก.ย. 2569 ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ประชาชนชาวไทยพุทธทยอยออกมาจับจ่ายเลือกซื้อขนมเดือนสิบและอาหารสดกันอย่างคึกคัก เพื่อเตรียมทำบุญประเพณีบุญสารทเดือนสิบ ประจำปี 2569 หรือ “วันรับตายาย” ซึ่งตรงกับวันพรุ่งนี้ (27 ก.ย. 2569) โดยประชาชนจะนำขนมและอาหารไปประกอบพิธีทำบุญที่วัด เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่บรรพบุรุษและผู้มีพระคุณที่ล่วงลับไปแล้ว สะท้อนถึงวัฒนธรรมและความกตัญญูกตเวทิตาที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ










บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างคึกคัก ประชาชนเลือกซื้อขนมตามประเพณี 5 อย่าง ได้แก่ ขนมพอง หมายถึงแพสำหรับให้บรรพบุรุษข้ามห้วงมหรรณพหรือใช้ล่องข้ามภพภูมิ ขนมลา หมายถึงเครื่องนุ่งห่มหรือเสื้อผ้าแพรพรรณ ขนมดีซำหรือดีซา หมายถึงเงินตราหรือเบี้ยสำหรับใช้สอย ขนมบ้า หมายถึงลูกสะบ้าสำหรับการละเล่นในสมัยก่อนหรือใช้เป็นเครื่องประดับ และขนมกงหรือขนมไข่ปลา หมายถึงเครื่องประดับสร้อยข้อมือหรือกำไล รวมถึงอาหารสดสำหรับนำไปทำบุญที่วัด ขณะที่ราคาขนมเดือนสิบปีนี้ยังคงใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยมีทั้งแบบกิโลกรัม ครึ่งกิโลกรัม ถุงเล็ก และชุดขนมเดือนสิบ ชุดเล็ก 35 บาท และชุดใหญ่ 50 บาท ส่วนขนมลาแบบพับครึ่งกิโลกรัม ราคา 80 บาท ขนมเทียน ขนมต้ม ขนมเจาะหู ขนมพอง ขนมกง และขนมบ้า จำหน่ายชุดละ 20 บาท








สำหรับประเพณีวันสารทเดือนสิบ หรือวันสารทไทย ถือเป็นงานบุญสำคัญของชาวไทยพุทธ เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ โดยแบ่งการทำบุญออกเป็น 2 ช่วง ได้แก่ “บุญแรก (วันรับตา-ยาย)” ตรงกับวันแรม 1 ค่ำ เดือน 10 หรือวันที่ 27 กันยายน 2569 และ “บุญหลัง (วันส่งตา-ยาย)” ตรงกับวันแรม 15 ค่ำ เดือน 10 หรือวันที่ 11 ตุลาคม 2569 ตามความเชื่อโบราณว่าญาติพี่น้องที่ล่วงลับจะได้รับอนุญาตให้เดินทางมาเยี่ยมญาติในเมืองมนุษย์ในช่วงเวลานี้ โดยประชาชนส่วนใหญ่นิยมเดินทางมาร่วมทำบุญกันอย่างเนืองแน่นในวันส่งตา-ยาย ซึ่งเป็นวันสำคัญของประเพณีบุญสารทเดือนสิบ


เจษฎา สิริโยทัย ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ยะลา

