ความเคลื่อนไหวในสภาผู้แทนราษฎรระอุขึ้นทันที ภายหลัง “ไอติม” พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคการเมืองฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) ออกมาประกาศปรับโครงสร้างพรรคร่วมฝ่ายค้าน ด้วยการขับพรรคกล้าธรรมพ้นจากการเป็นวิปฝ่ายค้านอย่างเป็นทางการ
จุดแตกหักดังกล่าวเกิดขึ้นหลังพรรคกล้าธรรมมีมติให้ สส. ของพรรคลงมติ “เห็นชอบ” ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ของรัฐบาล ซึ่งสวนทางกับมติและทิศทางของพรรคร่วมฝ่ายค้านอย่างสิ้นเชิง ประกอบกับท่าทีของพรรคกล้าธรรมที่ไม่มีความชัดเจนในการร่วมมือตรวจสอบหรือยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ทำให้ฝ่ายค้านภายใต้การนำของวิปชุดใหม่ต้องรีบจัดทัพกระชับแถวให้เหลือ 5 พรรค เพื่อเตรียมเดินหน้าซักฟอกรัฐบาลต่อไป
การถูกดีดพ้นวิปฝ่ายค้านครั้งนี้ ยิ่งโหมกระแสข่าวลือหนาหูว่า พรรคกล้าธรรมเตรียมแปลงโฉมกระโดดข้ามฟากไปร่วมสังฆกรรมกับซีกรัฐบาลที่มีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนนำ ท่ามกลางกระแสข่าวว่า สส. ในสังกัดที่มีอยู่ 56 ชีวิต อาจเป็นกำลังเสริมชิ้นโตที่เข้ามาเติมเสียงในสภาให้ฝั่งรัฐบาลหนาแน่นขึ้น
อย่างไรก็ตาม แม้จะพ้นจากวงโคจรของวิปฝ่ายค้าน แต่ในแง่ของข้อบังคับและสิทธิตามรัฐธรรมนูญ สส. ของพรรคกล้าธรรมยังคงมีสถานะ สส. เต็มตัว และสามารถทำหน้าที่ในสภาได้ตามปกติทั้งสิทธิในการขึ้นอภิปราย, กดปุ่มลงมติในวาระต่าง ๆ, เสนอร่างกฎหมาย รวมถึงการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะคณะกรรมาธิการ เพียงแต่พวกเขาจะไม่ต้องผูกพันกับมติของวิปฝ่ายค้านอีกต่อไป กลายเป็น สส. อิสระที่มีอิสระในการกำหนดท่าที (Swing Votes) ของตนเองในแต่ละวาระ จนกว่าจะมีความชัดเจนเรื่องการย้ายขั้วอย่างเป็นทางการ


