



วันที่ 18 ก.ย. 2569 ปัญหาพื้นที่ทำการประมงในจังหวัดกระบี่ยังถูกจับตา หลังชาวประมงพื้นบ้านร้องเรียนเรือประมงจากต่างจังหวัดเข้ามาทำการประมงในพื้นที่ โดยเฉพาะหลังสิ้นสุดมาตรการปิดอ่าว ขณะที่นายกิตติชัย เอ่งฉ้วน หรือ “สส.ขุน” สส.กระบี่ เขต 3 พรรคภูมิใจไทย ตั้งกระทู้ถามนายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้เร่งรัดการขยายแนวเขตประกาศการทำประมงในจังหวัดกระบี่ ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณามานานกว่า 2 ปี โดยมีนายกิตติ กิตติธรกุล สส.กระบี่ เขต 1 นายบรม เอ่งฉ้วน สส.สกลนคร เขต 6 นายสุวิทย์ สุภาพ นายกสมาคมชาวประมงจังหวัดกระบี่ และตัวแทนชาวประมงร่วมสะท้อนปัญหา ทั้งนี้ จังหวัดกระบี่มีหนังสือถึงอธิบดีกรมประมงเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2567 พร้อมร่างประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และผลประชุมคณะกรรมการประมงประจำจังหวัด ซึ่งเห็นชอบให้ขยายแนวเขต โดยผ่านการรับฟังความคิดเห็นและจัดทำร่างประกาศตามขั้นตอนแล้ว แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการประกาศใช้









นายกิตติชัย กล่าวว่า หลังสิ้นสุดมาตรการปิดอ่าว ซึ่งมีเป้าหมายให้สัตว์น้ำวางไข่ อนุบาล และเจริญเติบโต กลับพบเรือประมงจากต่างจังหวัดเข้ามาทำการประมง โดยเฉพาะบริเวณอ่าวกระบี่ ทำให้ชาวประมงพื้นบ้านกังวลว่าการใช้เครื่องมือที่สามารถจับสัตว์น้ำได้จำนวนมาก รวมถึงสัตว์น้ำวัยอ่อน อาจกระทบต่อทรัพยากรและรายได้ในระยะยาว โดยจังหวัดกระบี่มีพื้นที่ชายฝั่งทำประมง 5 อำเภอ 18 ตำบล 116 หมู่บ้าน และมีเรือประมงพื้นบ้านจดทะเบียนประมาณ 3,000 ลำ สำหรับข้อเสนอขยายแนวเขตมีเป้าหมายเพิ่มพื้นที่คุ้มครองบริเวณอ่าวกระบี่ พร้อมจำกัดการใช้เครื่องมือบางประเภท ได้แก่ คราดหอยลาย ไฟปั่นปลากะตักกลางคืน อวนลาก และอวนรุน เพื่อคุ้มครองสัตว์น้ำวัยอ่อนและระบบนิเวศทางทะเล ขณะที่นายกิตติชัยสอบถามถึงความคืบหน้าร่างประกาศ เหตุผลที่ล่าช้า กรอบเวลาประกาศใช้ มาตรการระหว่างรอ และแนวทางบริหารจัดการร่วมกับจังหวัด องค์กรชาวประมง และภาคประชาชน






ด้านนายวัชรพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ชี้แจงว่า กรมประมงได้รับเรื่องแล้ว แต่มีสมาคมประมงจากจังหวัดตรังและภูเก็ตคัดค้าน จึงจำเป็นต้องรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายให้รอบด้าน โดยในเดือนตุลาคม 2569 จะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและตัวแทนทุกฝ่ายประชุมเพื่อเร่งหาข้อสรุป พร้อมเตรียมลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ด้วยตนเองเพื่อรับฟังปัญหาและตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่ชาวประมงกระบี่ยังคงติดตามความคืบหน้าและต้องการให้ภาครัฐสร้างความชัดเจนเรื่องแนวเขตและมาตรการควบคุมเครื่องมือประมง เพื่อป้องกันผลกระทบต่อทรัพยากรสัตว์น้ำ โดยคำนึงถึงสิทธิในการประกอบอาชีพของชาวประมงและการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลร่วมกันระหว่างจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งการหารือในเดือนตุลาคมจะเป็นอีกขั้นตอนสำคัญของการพิจารณาขยายแนวเขตคุ้มครองประมงกระบี่ที่อยู่ระหว่างดำเนินการมานานกว่า 2 ปี

ประดิษฐ์ รอดเกิด ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.กระบี่

