อานิสงส์ “พ.ร.บ.สันติสุข”!!! ศาลอาญากรุงเทพใต้ สั่งยุติคดี “มายด์ ภัสราวลี” กับพวก 11 คน คดีอาญา ม.116 ชุมนุมสถานทูตเยอรมนี ยังเหลือฐานความผิด 112 หมิ่นเบื้องสูง!??

อานิสงส์ "พ.ร.บ.สันติสุข"!!! ศาลอาญากรุงเทพใต้ สั่งยุติคดี "มายด์ ภัสราวลี" กับพวก 11 คน คดีอาญา ม.116 ชุมนุมสถานทูตเยอรมนี ยังเหลือฐานความผิด 112 หมิ่นเบื้องสูง!??

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า เวลา 09.00 น. ศาลอาญากรุงเทพใต้มีนัดสืบพยานโจทก์ในคดีของนักกิจกรรมรวม 12 ราย ในข้อหาตามมาตรา 112, มาตรา 116 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ จากกรณีชุมนุม #26ตุลาไปสถานทูตเยอรมัน ศาลมีคำสั่งจำหน่ายคดีในข้อหาตามมาตรา 116 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ ซึ่งเข้าเกณฑ์ได้รับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ คงไว้เฉพาะข้อหาตามมาตรา 112 พร้อมสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณาและยกเลิกการส่งคำร้องให้คณะกรรมการฯ

คำสั่งจำหน่ายคดีดังกล่าว ระบุว่าเป็นไปตามหนังสือของศาลฎีกาที่มีถึงศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามมาตรา 7 และมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ ซึ่งได้กำหนดแนวทางให้ศาลยุติธรรมมีอำนาจดำเนินการสั่งยุติคดีได้ทันที หากมีข้อเท็จจริงเพียงพอและชัดเจน โดยไม่ต้องรอให้คณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขมีคำวินิจฉัยชี้ขาดก่อนแต่อย่างใด

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

จากนั้นมีจำเลยผู้ถูกฟ้องในคดีนี้ทั้งสิ้น 12 ราย ได้แก่ ภัสราวลี ธนกิจวิบูลย์ผล (จำเลยที่ 1), กรกช แสงเย็นพันธ์ (จำเลยที่ 2), ชนินทร์ วงษ์ศรี (จำเลยที่ 3), ชลธิศ โชติสวัสดิ์ (จำเลยที่ 4), วัชรากร ไชยแก้ว (จำเลยที่ 6), อรรถพล บัวพัฒน์ (จำเลยที่ 7), อัครพล ตีบไธสง (จำเลยที่ 8), “โจเซฟ” (นามสมมติ) (จำเลยที่ 9), “แอน” (นามสมมติ) (จำเลยที่ 12), ณวรรษ เลี้ยงวัฒนา (จำเลยที่ 13) และจำเลยอีก 2 ราย

ก่อนหน้านี้ในนัดสืบพยานเมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569 หลังทนายจำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลจำหน่ายคดีข้อหาตามมาตรา 116 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ เนื่องจากได้รับนิรโทษกรรมตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข ในวันเดียวกันศาลมีคำสั่งให้ส่งคำร้องไปยังคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขเพื่อวินิจฉัย เนื่องจากในคดีนี้ถูกฟ้องในข้อหามาตรา 112 รวมมาด้วย จากนั้นในนัดสืบพยานวันที่ 9 ก.ย. 2569 ทนายจำเลยยื่นคำร้องคัดค้านกระบวนพิจารณาและขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาในวันดังกล่าว ศาลมีคำสั่งในวันต่อมาว่าให้รับคำคัดค้าน ส่วนกรณีที่ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณานั้นไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม

 

ในนัดสืบพยานเมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2569 เวลา 10.06 น. ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 703 ศาลออกนั่งบัลลังก์ โดยก่อนเริ่มการสืบพยานทนายจำเลยแถลงต่อศาลว่า ฝ่ายจำเลยประสงค์อุทธรณ์คำสั่งไม่จำหน่ายคดี โดยขอศาลมีคำสั่งยุติการพิจารณาคดีนี้ไว้และส่งคำร้องไปยังศาลอุทธรณ์ จากนั้นศาลแจ้งว่าขอปรึกษาหารือกับฝ่ายบริหารก่อนว่าจะส่งคำร้องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาหรือไม่ ก่อนลงจากบัลลังก์ไป

ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงในเวลา 10.32 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์อีกครั้งและแจ้งว่าจะรับอุทธรณ์ของฝ่ายจำเลยไว้และส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณา โดยระบุว่า กรณีนี้มีแนวศาลฎีกาออกมาแล้วว่าศาลยุติธรรมมีอำนาจสั่งให้ยุติคดีได้เอง ฉะนั้นคดีนี้จึงน่าจะมีการจำหน่ายคดีในส่วนข้อหาที่ไม่ใช่มาตรา 112

จากนั้น “ปอ” กรกช หนึ่งในจำเลย ได้ลุกขึ้นสอบถามศาลในฐานะตัวแทนของจำเลยทั้งหมดว่า หากศาลฎีกามีแนวออกมาในลักษณะดังกล่าวแล้ว เหตุใดศาลจึงไม่สั่งจำหน่ายคดีในวันนัดสืบพยานวันนี้ ศาลชี้แจงว่า จำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนโดยต้องส่งคำร้องให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป

จากนั้นจึงเริ่มการสืบพยานโจทก์ต่อเนื่องเรื่อยมาจนช่วงหลังพักเที่ยง ในเวลา 14.13 น. ศาลออกนั่งบัลลังก์และแจ้งว่าได้ปรึกษาหารือกับฝ่ายบริหารมาใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดข้อยุ่งยากในภายหลัง จึงเห็นสมควรจำหน่ายคดีในข้อหาตามมาตรา 116 และตาม พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ และมีคำสั่งลงรายงานกระบวนพิจารณาคดี ระบุว่า

“พิเคราะห์แล้ว เห็นว่า เนื่องจากศาลฎีกามีหนังสือฉบับลงวันที่ 10 ก.ย. 2569 ถึงศาลนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องตาม พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข มาตรา 8 ที่บัญญัติให้กรณีผู้ที่ได้รับสิทธิตามมาตรา 7 หากถูกฟ้องคดีต่อศาลและคดีอยู่ระหว่างการพิจารณา ให้ศาลยุติการพิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารระบบความ ซึ่งศาลฎีกามีแนวทางการดำเนินการตามพระราชบัญญัติดังกล่าวว่า ศาลฎีกามีอำนาจดำเนินการตามมาตรา 8 ได้ทันทีหากมีข้อเท็จจริงเพียงพอและชัดเจน โดยไม่ต้องรอคณะกรรมการสร้างเสริมสังคมสันติสุขมีคำวินิจฉัยชี้ขาดตามมาตรา 6 ก่อน

ดังนั้น เมื่อ พ.ร.บ.ดังกล่าวกำหนดให้มีการนิรโทษกรรมแก่บุคคลที่ได้กระทำการอันเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมทางการเมืองหรือการแสดงออกทางการเมืองที่มีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมือง โดยคดีนี้การกระทำเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 23 ต.ค. 2563 ซึ่งอยู่ในกรอบระยะเวลาตาม พ.ร.บ.ดังกล่าว ประกอบกับได้ความจากทางนำสืบของโจทก์ที่ผ่านมาว่า การกระทำของฝ่ายจำเลยในคดีนี้มีมูลเหตุมาจากความขัดแย้งหรือแรงจูงใจทางการเมืองจากรัฐบาลก่อนจนนำมาสู่เหตุการณ์ในวันเกิดเหตุคดีนี้ ซึ่งเป็นข้อเท็จจริงที่เพียงพอและชัดเจนโดยไม่ต้องรอคณะกรรมการฯ มีคำวินิจฉัยชี้ขาดก่อน

ส่วนกรณีที่ศาลเคยมีคำสั่งเห็นควรส่งคำร้องพร้อมสำเนาคำฟ้องให้คณะกรรมการฯ วินิจฉัยชี้ขาด เมื่อวันที่ 8 ก.ย. 2569 และคำสั่งที่ว่าไม่มีเหตุเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิมยกคำร้อง เมื่อวันที่ 10 ก.ย. 2569 ให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาเกี่ยวกับคำสั่งดังกล่าว และให้ยุติการพิจารณาความผิดตามมาตรา 116 และ พ.ร.บ.เครื่องขยายเสียงฯ โดยให้จำหน่ายคดีเฉพาะสองข้อหาดังกล่าวออกจากสารระบบความ คงไว้เฉพาะความผิดตามมาตรา 112 พร้อมงดการออกหนังสือไปยังคณะกรรมการฯ ส่วนอุทธรณ์ของจำเลยดังกล่าวไม่ต้องส่งศาลอุทธรณ์พิจารณาอีก”

ทั้งนี้ ในวันดังกล่าวมีการนำพยานโจทก์เข้าเบิกความ 2 ปาก แต่ยังเบิกความไม่แล้วเสร็จ ศาลจึงให้เลื่อนไปสืบพยานไปนัดถัดไป โดยฝ่ายโจทก์และจำเลยได้กำหนดวันนัดใหม่รวมทั้งสิ้น 16 นัด ดังนี้ (หมายเหตุ เป็นนัดที่นัดหมายไว้ล่วงหน้า อาจมียกเลิกนัดหรือเลื่อนนัด ติดตามอัปเดตจากศูนย์ทนายฯ อีกครั้ง)

การมีคำสั่งยุติคดีของศาลอาญากรุงเทพใต้ดังกล่าว ส่งผลให้แนวทางการบังคับใช้ พ.ร.บ. สร้างเสริมสังคมสันติสุขฯ เป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกันมากขึ้น โดยก่อนหน้านี้มีคดีชุมนุม #19กันยาทวงอำนาจคืนราษฎร และคดีชุมนุม #25พฤศจิกาไปSCB ซึ่งมีจำเลยหลายรายถูกฟ้องในหลายข้อหาและอยู่ระหว่างการสืบพยานเช่นกัน โดยศาลอาญามีคำสั่งยุติการพิจารณาในข้อหาที่ได้รับนิรโทษกรรมแล้ว เหลือเพียงข้อหาตามมาตรา 112 ซึ่งเป็นข้อหาที่ถูกยกเว้นไว้

แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้มีกรณีของผู้ต้องขังทางการเมือง 5 ราย ได้แก่ “ขุนแผน” เชน, “มานี” เงินตา, “จินนี่” จิรัชยา, พิชัย, “พีรพงศ์” ที่ได้รับนิรโทษกรรมและได้ยื่นคำร้องต่อศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อขอให้ปล่อยตัวและแก้ไขการบังคับโทษ ศาลมีคำสั่งให้ส่งไปให้คณะกรรมการฯ วินิจฉัย ทั้งหมด

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดแม่ฮ่องสอน คัดเลือก "ปอยลูเมโบ่" ปะโอ ลูกแม่พญานาค “Unseen Thai Thai” เสน่ห์วัฒนธรรมทั่วไทย ประจำปี 2569
วงใน DSI รับ กก.ร่วมคณะ 26 ใกล้ชิดฝ่ายการเมืองยุคปี 66-68
กลุ่มเหล็กสหวิริยาหนุนเกษตรอินทรีย์บางสะพาน อบรม 30 เกษตรกร สร้างอาชีพ–เพิ่มรายได้อย่างยั่งยืน
ชลประทานน่าน จัดอบรม "ยุวชลกร" เสริมความรู้เรื่องน้ำให้เยาวชน รร.ตชด. พร้อมสนับสนุนเครื่องล้างถังกรองน้ำเพื่อสุขอนามัยที่ดี
ลำปางจัดแถลงข่าวสื่อมวลชน เตรียมพร้อมรับมืออุทกภัย–ภัยแล้ง บูรณาการน้ำและภาคเกษตรครบวงจร
“สรรเพชญ” ผนึกคมนาคม–เอกชน ยกระดับท่าเรือใต้ “ระนอง–สงขลา” เปิดประตูการค้าสองฝั่งทะเล เชื่อมตลาดเอเชีย

ดู LIVE รายการ