




วันที่ 7 ส.ค. 2569 ที่ห้องประชุมเจ้าฟ้า ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดภูเก็ต นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) เป็นประธานมอบใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรมแก่ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง จำนวน 29 แห่ง ก่อนรับฟังการรายงานผลการดำเนินงานปราบปรามผู้ประกอบธุรกิจผิดกฎหมายทั้งธุรกิจโรงแรมและสถานบริการ รวมทั้งการขอปรับปรุงเขตพื้นที่เพื่อการอนุญาตให้ตั้งสถานบริการในท้องที่จังหวัดภูเก็ต (Zoning) ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญในการสนับสนุนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและการประกอบธุรกิจให้สามารถดำเนินการได้อย่างเหมาะสม โดยมี นายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วย รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการและสื่อมวลชน เข้าร่วม จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชน และผู้ประกอบการธุรกิจโรงแรมและสถานบริการ ซึ่งเป็นข้อมูลเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวและการพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดภูเก็ตให้เติบโตภายใต้กรอบของกฎหมายที่ถูกต้องอย่างยั่งยืน ก่อนมอบนโยบายการดำเนินงานของกระทรวงมหาดไทยแก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดภูเก็ตให้เป็นเมืองท่องเที่ยวคุณภาพ พร้อมสร้างสมดุลระหว่างการส่งเสริมเศรษฐกิจ การดูแลความสงบเรียบร้อย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพ










นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.4) กล่าวว่า การลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตครั้งนี้เป็นการติดตามผลการดำเนินงานตามนโยบายที่ได้มอบไว้ก่อนหน้านี้ โดยเน้น 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ การแก้ไขปัญหาโรงแรมที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต การปราบปรามธุรกิจนอมินี และการดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ สำหรับการแก้ไขปัญหาโรงแรมที่ค้างการพิจารณาอนุญาตตั้งแต่ปี 2561 กว่า 400 คำขอ ขณะนี้จังหวัดภูเก็ตสามารถเร่งรัดการพิจารณาและอนุญาตไปแล้วเกือบ 75% เหลือเพียงประมาณ 100 กว่าคำขอที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบ คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน 2569 ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าที่ชัดเจน จากเดิมที่สามารถออกใบอนุญาตได้เพียง 30-40 ฉบับต่อปี แต่ในช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา สามารถดำเนินการได้แล้วกว่า 300 ฉบับ มท.4 กล่าวว่า รัฐบาลมีเป้าหมายสำคัญในการผลักดันให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยขณะนี้ได้รวบรวมข้อมูลอุปสรรคด้านกฎหมายที่เป็นข้อจำกัดของผู้ประกอบการบางส่วน เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับสภาพพื้นที่และบริบทปัจจุบันมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ การปรับปรุงกฎหมายจะต้องไม่กระทบต่อมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความมั่นคง และประโยชน์สาธารณะ “ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมายไม่ต้องกังวล เพราะภาครัฐต้องการสนับสนุนให้ทุกคนประกอบธุรกิจได้อย่างถูกต้องและเป็นธรรม ขณะเดียวกัน ผู้ที่ยังฝ่าฝืนหรือหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบกฎหมาย ก็ต้องถูกดำเนินการอย่างเคร่งครัด เพราะเป็นการเอาเปรียบผู้ประกอบการที่ปฏิบัติถูกต้อง” มท.4 กล่าว








ในส่วนของการปราบปรามธุรกิจนอมินี รัฐบาลยังคงเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง โดยหลายกรณีได้เข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว และยังมีอีกหลายคดีที่อยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขยายผลเพิ่มเติม สำหรับกรณีที่มีข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการถือครองสัญชาติหรือสิทธิของบุคคลบางกลุ่ม เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบว่าการได้มาซึ่งสิทธิหรือสัญชาติดำเนินการอย่างถูกต้องก็จะได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย แต่หากพบการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายก็จะดำเนินการตามขั้นตอนอย่างเด็ดขาด มท.4 ยังกล่าวถึงกรณีมีรายงานว่าคนไทยบางส่วนถูกข่มขู่ คุกคาม หรือได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมของชาวต่างชาติบางกลุ่มว่า ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และจะลงพื้นที่ติดตามด้วยตนเอง เนื่องจากรัฐบาลไม่ยอมให้ประชาชนคนไทยถูกคุกคามหรือได้รับผลกระทบจากผู้ที่เข้ามาพำนักหรือประกอบกิจการในประเทศไทยโดยไม่เคารพกฎหมาย “สิ่งที่กระทรวงมหาดไทยกำลังขับเคลื่อนอย่างชัดเจนในขณะนี้ คือ การจัดระเบียบธุรกิจโรงแรมให้เข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง และการปราบปรามธุรกิจนอมินีอย่างจริงจัง เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการ สร้างมาตรฐานด้านความปลอดภัย และเสริมสร้างความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในระยะยาว” มท.4 กล่าว


จิระชัย เกษมพิมลพร ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ภูเก็ต

