กลัวมีอันเป็นไป!! “อานนท์” เขียนจม.จากเรือนจำ อ้างเหตุเพลงสรรเสริญฯ ปลุก 3 นิ้วเร่งช่วย นักโทษคดี 112 “ล้มเจ้า” ตกอยู่ในภาวะอันตราย “ปิยบุตร” เสนอรัฐทูลฯขอพระบรมราชวินิจฉัย

กลัวมีอันเป็นไป!! "อานนท์" เขียนจม.จากเรือนจำ อ้างเหตุเพลงสรรเสริญฯ ปลุก 3 นิ้วเร่งช่วย นักโทษคดี 112 "ล้มเจ้า" ตกอยู่ในภาวะอันตราย "ปิยบุตร" เสนอรัฐทูลฯขอพระบรมราชวินิจฉัย

วันที่ 5 ส.ค. 69 เพจเฟซบุ๊กนายอานนท์ นำภา แกนนำม็อบ 3 นิ้ว และนักโทษคดีหมิ่น ม.112 เผยแพร่ข้อความจากนายอานนท์ มีเนื้อหาว่า ถึง เพื่อนที่รักและคิดถึงทุกคน

จดหมายฉบับนี้ผมเขียนขึ้นด้วยความลำบากใจอย่างยิ่ง ที่ว่าลำบากใจก็เพราะชะตากรรมที่พวกเรานักโทษการเมือง ม.112 ตอนนี้กำลังตกอยู่ในความยากลำบาก ต้องการความช่วยเหลือ แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ว่าต้องการให้เพื่อนๆช่วยเหลืออย่างไร เรื่องนี้มันเกินกว่ากำลังของพวกเราและอาจเกินกว่ากำลังของเพื่อนๆ ดังนั้นจดหมายฉบับนี้จึงอาจเป็นเพียงการบอกเล่าความความกังวลในอันตรายที่กำลังจะเกิดกับพวกเรานักโทษการเมือง ม.112ในเรือนจำขณะนี้

เมื่อปลายเดือนที่แล้ว เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะย้ายนักโทษการเมือง ม.112 กระจายไปในแต่ละแดน ไม่ให้อยู่ด้วยกัน เรื่องนี้พวกเราเป็นกังวลเป็นอย่างมาก เพราะก่อนหน้านี้พวกเราเคยถูกเจ้าหน้าที่เรือนจำที่ปกปิดชื่อบุกเข้ามาพยายามอุ้มพวกเรากลางดึกเมื่อปี 2564 และถูกกดดันให้ขออภัยโทษเฉพาะรายตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2568 เป็นต้นมา โดยอ้าง “ผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง” แต่ถูกพวกเราปฏิเสธ กระทั่งเปลี่ยนมาเป็นรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทยได้มีการเปลี่ยนชุดผู้บริหารเรือนจำ ได้พยายามแยกขังพวกเราออกจากกัน

 

ข่าวที่น่าสนใจ

นายอานนท์ อ้างอีกว่า ผมขอเล่าบรรยากาศในเรือนจำให้ฟังสักนิดเพื่อที่เพื่อนๆจะได้เห็นภาพว่าในเรือนจำมันน่ากลัวเพียงใดถ้าพวกเราถูกแยกขัง แยกแดน ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ จะมีการเปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี 2 รอบใน 1 วัน คือเวลา 18.15 น. และเวลา 02.45 น. ใช่ ! เพื่อนๆฟังไม่ผิด เขาเปิดอย่างนั้นจริงๆ บรรยากาศเช่นนี้มันช่างเย็นยะเยือกยิ่งสำหรับพวกเรานักโทษการเมือง ม.112 ซึ่งถูกกล่าวหาว่า “ล้มเจ้า” ซึ่งเคยมีเพื่อนเราที่ขังแยกแดนถูกนักโทษคดีทั่วไปทำร้ายร่างกาย เพราะไม่ยืนเคารพเพลงสรรเสริญพระบารมีตามเวลาที่เรือนจำกำหนดมาแล้ว ตอนนี้เพื่อนคนนั้นถูกย้ายไปขังที่เรือนจำโทษประหาร(บางขวาง)

ความเปราะบางนี้น้อยคนที่จะเข้าใจ หากไม่ได้เผชิญในสภาวะจริงเช่นพวกเรา การขังรวมกันไม่ได้รับประกันว่าพวกเราจะไม่ถูกทำร้ายหรือถูกฆ่า แต่จะเป็นหลักประกันว่า หากมีการส่งคนเข้ามาทำร้ายหรือเข้ามาฆ่าพวกเรา ก็ต้องฆ่าทั้งหมด เพราะถ้าฆ่าไม่หมดคนที่เหลืออยู่จะออกมาบอกเล่าว่าพวกเราถูกกระทำย่ำยีอย่างไร ชะตากรรมของนักโทษการเมือง ม.112 ในระบอบสีน้ำเงินภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย นกที่ถูกขังในกรง ธุลีดินโปรยลงน้ำ มันจะไปเหลืออะไร ผมจึงลำบากใจที่จะเขียนจดหมายฉบับนี้ เพราะจะบอกว่าอยากขอให้เพื่อนๆช่วย ผมก็ยังไม่รู้ว่าจะให้ช่วยอย่างไร มรสุมนี้มันใหญ่เสียเหลือเกิน

 

 

 

ขณะที่ นายปิยบุตร แสงกนกกุล แกนนำคณะก้าวหน้า ได้แชร์โพสต์ของนายอานนท์ พร้อมระบุว่า ถ้าผู้แทนราษฎรจำนวนมากยังคงไม่กล้าตรากฎหมายนิรโทษกรรมคดี 112 แต่กล้าตรากฎหมายนิรโทษกรรมในคดีการชุมนุมและการแสดงออกอื่นๆได้

ยังมีวิธีการทางบริหารอีกมากมายที่จะช่วยผ่อนผัน ผ่อนหนักเป็นเบาให้กับนักโทษ จำเลย ผู้ถูกกล่าวหาในคดี 112 ดังที่ผมเคยโพสเสนอวิธีการต่อนายกรัฐมนตรีไปแล้ว แต่จนถึงวันนี้ ทั้งรัฐบาลก่อนๆมาจนถึงรัฐบาลนี้ ยังไม่มีวี่แววว่าจะดำเนินการตามหลักมนุษยธรรม เมตตาธรรม ตรงกันข้ามวันนี้หนักกว่าเดิม ตามที่อานนท์ นำภา ได้เล่าไว้ ปล่อยให้สถานการณ์ดำเนินต่อไปแบบนี้ ไม่มีประโยชน์แต่อย่างใดครับ มีแต่เลวร้ายลงไปเรื่อยๆ การเป็นนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง บางครั้งก็ควรกล้าหาญทำอะไรบางอย่างบ้าง

สำหรับข้อเสนอของนายปิยบุตรถึงนายกรัฐมนตรี กรณีปัญหาผู้ต้องหา จำเลย และนักโทษในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 มีทั้งหมด 5 ประการ ประกอบไปด้วย

ประการที่หนึ่ง นายกรัฐมนตรีควรแต่งตั้งคณะกรรมการกลั่นกรองการดำเนินคดีในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ประการที่สอง นายกรัฐมนตรีในฐานะดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ควรวางนโยบายให้แนวทางแก่สำนักงานตำรวจแห่งชาติออกแนวปฏิบัติให้แก่พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี 112 ว่า หากกรณีใด มีข้อเท็จจริงปรากฏอย่างชัดเจนว่าการกระทำไม่เข้าองค์ประกอบความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ให้พนักงานสอบสวนกล้าหาญใช้ดุลพินิจสั่งยุติเรื่อง ไม่ดำเนินคดีต่อไป

ประการที่สาม นายกรัฐมนตรีประสานความร่วมมือไปยังสำนักงานอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาหาความเป็นไปได้ในกรณีที่ศาลชั้นต้นก็ดี หรือศาลอุทธรณ์ก็ดี พิพากษายกฟ้องจำเลยในคดี 112 ไปแล้ว ขอให้พนักงานอัยการไม่ต้องอุทธรณ์หรือฎีกาต่อไป และให้คดีถึงที่สุดไป

ประการที่สี่ นายกรัฐมนตรีสั่งการและประสานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ให้นำระเบียบกรมราชทัณฑ์ว่าด้วยการดำเนินการสำหรับการคุมขังในสถานที่คุมขัง พ.ศ.2566 มาบังคับใช้กับกรณีจำเลยหรือนักโทษในคดี 112

ประการที่ห้า นายกรัฐมนตรีขอนำความกราบบังคมทูลพระกรุณา ขอเข้าเฝ้าเพื่อถวายรายงาน และขอรับพระราชทานพระราชกระแสรับสั่งหรือพระบรมราชวินิจฉัยต่อกรณีการนิรโทษกรรมความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

สุโขทัย - ฝ่ายปกครองศรีสัชนาลัย ลุยตรวจยึดไม้สัก 99 ท่อน มูลค่ากว่า 1.4 ล้าน
เชียงใหม่-IQS แม่โจ้จับมือ TACCO ปั้นผู้ประกอบการโกโก้รุ่นใหม่ ยกระดับสู่ตลาดสากล
น่าน - กมธ.ท่องเที่ยวฯ ลุยน่าน เร่งฟื้น "วัดภูมินทร์-ปู่ม่านย่าม่าน" หลังน้ำท่วม
น่าน - จากศรัทธาสู่การให้! วัดพวงพยอม มอบเครื่องยนต์เรือช่วยน้ำท่วมภาคกลาง
คึกคัก! วิ่งเลาะเวียง 4 เมืองล้านนาตะวันออก สนามแรกแพร่ กระตุ้นท่องเที่ยว
ทหารพราน 36 - อส.แม่สะเรียง - ชาวบ้านห้วยปางผาง - อบต.แม่เหาะ ร่วมใจสร้างสะพานชั่วคราว บรรเทาความเดือดร้อน หลังน้ำป่าซัดขาด

ดู LIVE รายการ