กางเกณฑ์ใหม่ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ชาวบ้านล็อตใหม่กว่า 2.3 ล้านราย เข้าถึงบัตรคนจน ครั้งแรก พูดเสียงเดียวกัน ดีใจได้สิทธิ์ลดภาระค่าครองชีพ

เปิดใจ 2.3 ล้านคน หลังได้สิทธิ "บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ" ขอบคุณรัฐบาล ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในชีวิต

กางเกณฑ์ใหม่ “บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ” ชาวบ้านล็อตใหม่กว่า 2.3 ล้านราย เข้าถึงบัตรคนจน ครั้งแรก พูดเสียงเดียวกัน ดีใจได้สิทธิ์ลดภาระค่าครองชีพ – Top News รายงาน

 

ความคืบหน้าโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบปรับปรุงเกณฑ์การตรวจสอบสิทธิ์ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนที่ไม่ผ่านเกณฑ์เนื่องจากติดเงื่อนไขเรื่องเอกสาร ยานพาหนะ หรือการถูกแอบอ้างชื่อ สามารถยื่นเรื่องอุทธรณ์ได้ พร้อมขยายเวลาการยื่นเรื่องถึงวันที่ 31 สิงหาคม และส่งเอกสารเพิ่มเติมได้ถึงวันที่ 20 กันยายน ขณะที่กำหนดการเริ่มใช้สิทธิ์ของทั้งผู้ถือบัตรเดิมและผู้ได้รับสิทธิ์ใหม่จะเริ่มพร้อมกันในวันที่ 1 ตุลาคม 2569

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ล่าสุด “สันติสุข มะโรงศรี” ผู้ประกาศข่าว ท็อป นิวส์ ได้นำเสนอประเด็นนี้อีกครั้ง ในรายการข่าวเป็นข่าว โดยเริ่มต้นว่า “พี่น้องประชาชนที่ไม่ผ่านการคัดกรองโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คุณภราดร ปริศนานันทกุล โพสต์สรุปให้ว่า ครม. เห็นชอบปรับเกณฑ์ตรวจสอบสิทธิ์แล้ว ผู้ถือบัตรเดิมยังใช้สิทธิ์ได้ถึง 30 กันยายน ผู้ได้รับสิทธิ์ใหม่จะเริ่มใช้ 1 ตุลาคมพร้อมกันทั้งคนเก่าคนใหม่ และขยายเวลาอุทธรณ์ถึง 20 กันยายน รถคันเก่าไม่เอามานับตามเกณฑ์ใหม่แล้ว รถพ่วง จักรยานการเกษตร รถยนต์มีอายุเกิน 20 ปี มอเตอร์ไซค์ 15 ปี ไปยื่นเรื่องได้ที่ One Stop Service ระดับอำเภอและจังหวัด”

“สันติสุข” อธิบายเพิ่มเติม โดยการแจกแจงตัวเลขผู้ลงทะเบียน และอธิบายปัญหาผู้ไม่ผ่านเกณฑ์ที่แท้จริงแล้วเป็นคนยากจนแต่ติดปัญหาทางเอกสารหรือถูกแอบอ้างสิทธิ์ ว่า “ที่ค้างท่านผู้ชมไว้คือ 18 ล้านคนที่มายื่นขอสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบนี้ มีทั้งคนเก่าคนใหม่ รวม 18 ล้านคน ตรวจคัดกรองเบื้องต้นผ่านไป 9 ล้านกว่าคน ในจำนวนที่ไม่ผ่านมีคนจนจริงๆ อยู่ด้วย แต่เขาติดเรื่องซากรถที่ยังไม่ได้แจ้งยกเลิก ขายไปแล้วยังไม่ได้แจ้งเปลี่ยนทะเบียน ไม่มีใครรู้ ก็ต้องอุทธรณ์ได้ รวมไปถึงถูกเอาชื่อไปใช้เป็นกรรมการบริษัท ถูกเอาชื่อไปขอครอบครองทรัพย์สิน ถ้ายืนยันว่าไม่ใช่ตนเองก็แจ้งอุทธรณ์ได้ แล้วหลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะไปตามสอบเอาผิดไอ้คนที่มันเอาชื่อไปใช้ด้วย บางรายนี่เป็นตัวแทนสลากเลยนะ ยังไม่ไปสะสางเลยปล่อยไปได้ยังไง”

อย่างไรอีกด้านหนึ่ง ตัวเลขผู้ได้รับสิทธิ์ใหม่ ที่ไม่เคยได้รับมาก่อนตลอดระยะเวลา 9 ปีของโครงการ ” 9,500,000 คน ตอนนี้คือเบื้องต้นที่ผ่าน แล้วในจำนวนนี้มีคนใหม่ ที่ไม่เคยได้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเลย แต่มาได้เพราะลงทะเบียนใหม่เที่ยวนี้ 2,300,000 กว่าคนเป็นอย่างน้อย อันนี้คือครั้งแรกเลย

บางท่านบอกเลยว่าดีใจมาก จะเอาไปใช้ซื้อของใช้ที่จำเป็น บางท่านบอกที่ผ่านมาทำไมไม่ผ่านเพราะมีชื่อไปติดเรื่องอะไร แต่หลังจากนั้นไม่มีแล้วก็เลยลองยื่นใหม่ บางท่านบอกฝ่ายปกครองในพื้นที่ลงไปแล้วเอาชื่อเข้ามา… นี่คือคนที่ได้รับสิทธิ์ครั้งแรกในชีวิต เพิ่งเคยได้ โครงการนี้มีมา 9 ปี เพิ่งได้ครั้งนี้จากการเปิดลงทะเบียนใหม่และคัดกรอง”

เช่น คุณสุภาวดี ทองคำ “เอาบัตรประชาชนไปยื่นค่ะแล้วก็สำเนาทะเบียนบ้าน ผ่านแล้วค่ะ เหลือยืนยันตัวตน ดีใจค่ะ ไว้ซื้อเครื่องปรุง ซื้อข้าว ขอบคุณที่เปิดให้ลงทะเบียนรายใหม่ค่ะ ให้เราได้ใช้สิทธิ์ลดค่าครองชีพ อยากขอบคุณรัฐบาลที่ให้โอกาสเราได้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้ลดค่าครองชีพหลายๆ อย่างค่ะ อยากขอบคุณค่ะ”

หรือ คุณกล เจริญชัย “ตอนนี้ผมก็ได้ไปลงทะเบียนรอบใหม่ของรัฐบาล ได้ยื่นเอกสารเรียบร้อยแล้วคือตอนนี้ก็ผ่านแล้วครับ รอยืนยันตัวตนจากทางรัฐบาล มีบัตรประชาชน มีสำเนาทะเบียนบ้าน รู้สึกดีใจครับที่รัฐบาลให้การสนับสนุนเรื่องนี้ เพราะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายและช่วยประชาชนได้เยอะที่รัฐบาลให้ลงทะเบียนรอบใหม่ ยินดีและภูมิใจครับ ตอนนี้รอยืนยันตัวอย่างเดียว จะเอาไปซื้อของใช้ในบ้าน ประหยัดได้เยอะอยู่ครับ”

 

 

แม้กระทั่ง ประชาชนแม่ค้าผู้ได้รับสิทธิ์ใหม่ รายหนึ่งระบุว่า “เคยไปทำงานที่ปทุม แล้วกลับมาอยู่บ้าน 2 ปี ช่วงนั้นเขาทำบัตรสวัสดิการแล้วเหมือนเรามีเงินโอนเข้าบัญชีเกี่ยวกับทำงาน เขาก็เลยตัดสิทธิ์เราไม่ให้ ทีนี้มารอบนี้ที่เขาให้ทำใหม่ มีรายชื่อมาเลย บอกว่านายอำเภอให้รายชื่อมาว่ารอบที่แล้วคนที่ตกหล่นมีใครบ้าง พี่ก็มีชื่อในนั้น เลยลองไปทำใหม่ดูอีกที เพื่อนเช็คให้ขึ้นว่าผ่านอยู่ แต่คนที่มีรายชื่อมาพร้อมกันก็ไม่ได้ผ่านทุกคน มีคนผิดหวังบ้าง… สิทธิ์ที่ได้ก็จะเอาไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพราะทุกวันนี้ของมันแพง ขนาดเป็นแม่ค้าไปซื้อของ ของยังขึ้นราคาทุกวัน รอบนี้น่าจะได้แล้ว เมื่อเช้าไปธนาคารเขาก็บอกยืนยันตัวตนให้แล้ว”

รวมถึงประชาชนรายอื่น ๆ “ดีใจครับที่ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่เคยได้มาก่อน รอบนี้พยายามติดต่อ ไม่ยุ่งยากเท่าไหร่ เอามาช่วยเหลือจุนเจือครอบครัว ก็ไม่ได้หวังว่าจะเอาไปทำอะไร มันก็ดีขึ้นหน่อย เพราะบางครั้งเราขาดก็ได้เติมส่วนนี้หน่อยก็ค่อนข้างเยอะเหมือนกัน อยากฝากขอบคุณรัฐบาลด้วยครับ”

“รัฐบาลบอกให้ป้าไปตรวจสอบสิทธิ์ว่าผ่านไม่ผ่าน ป้าก็เลยตรวจเข้าไปในแอปเป๋าตัง เปิดมาดูปรากฏว่าป้าผ่าน ป้าดีใจมากเลย ขอบคุณรัฐบาลชุดนี้มากนะคะที่ช่วยเหลือประชาชน และขอบคุณที่มีให้ป้าทุกๆ เดือน ป้าจะได้เอาไว้ซื้อข้าว แล้วก็ค่าน้ำค่าไฟ ขอบคุณมากค่ะรัฐบาลชุดนี้”

 

นอกจากนี้ สันติสุข ยังได้สะท้อนถึงสถิติการเสียภาษีเทียบกับผู้ขอรับสวัสดิการในประเทศไทย เพื่ออธิบายเหตุผลว่าทำไมระบบคัดกรองจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง “น่าสนใจตรงที่ว่า ประเทศไทยเรามีผู้ยื่นแบบเสียภาษี 11 ล้านคน จ่ายจริงๆ ถึงหลักเกณฑ์และจ่ายจริงๆ ประมาณ 4 ล้านคน แต่มีคนยื่นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนี่ 18 ล้าน ผ่านการคัดกรองเบื้องต้นแล้ว 9.5 ล้าน แล้วรอบอุทธรณ์เนี่ยผมเชื่อว่าจะไม่ต่ำกว่าสัก 3-4 ล้านคน เพราะรอบแรกที่มีปัญหาส่วนใหญ่ก็ไปติดเรื่องรถยนต์เป็นรถเก่า… เกณฑ์เหล่านี้ที่ออกมาเป็นสิ่งที่คัดกรองเพื่อให้โครงการนี้ช่วยคนที่ยากจนจริงๆ นะ ไม่ใช่ให้คนที่ไม่ใช่ว่าไม่เดือดร้อน ไม่ใช่ว่ารวยนะ แต่ไม่ถึงขนาดยากจนไร้ที่พึ่ง ให้แบบยากจนไร้ที่พึ่งเพื่อที่จะได้ช่วยเหลือเขา”

ประการสำคัญ สันติสุข เน้นย้ำถึงการทำนโยบายเพื่อประโยชน์ของประเทศ โดยไม่นำงบประมาณหลวงไปใช้ทำประชานิยมเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง: “โครงการนี้เราจึงพยายามย้ำว่า อย่าให้มันกลายไปเป็นเครื่องมือทางการเมือง มันต้องคัดกรองและต้องสนับสนุนให้รัฐบาลคัดกรอง ไม่ใช่ไปบอกว่ารัฐบาลต้องช่วยคนจนทั้งหมด ถ้าอย่างนั้นรัฐบาลลูบปากเลย ชอบเลย ประชานิยมมันไม่ใช่เงินเขา เงินหลวง เราจึงบอกว่าควรจะคัดกรอง ส่วนคนที่ไม่ผ่านก็ต้องไปช่วยเหลือโปรแกรมอื่นๆ อีกกว่า 71 โปรแกรม… สมัยลุงตู่อยู่ ลุงตู่ยังเคยบอกเลยว่าคนพอมีให้ออกไปเหอะ เสียสละนะ และสนับสนุนให้มีการคัดกรอง จนมาถึงปัจจุบันเนี่ยต้องชมและสนับสนุนว่า รู้ว่ามันจะเสียคะแนนนิยมบางส่วนนะแต่ยังทำ ตรงนี้ต่างหากที่ท้าทาย ถ้าเป็นแบบนั้นแล้วจะคัดกรองไปทำไม”

พร้อมแสดงความเห็นแนวทางแก้ปัญหาความยากจนในระยะยาว โดยเน้นการฝึกอาชีพให้กลุ่มคนวัยทำงานที่ผ่านเกณฑ์คัดกรอง ว่า “เฉพาะคนที่ผ่านเกณฑ์เบื้องต้น 9,500,000 กว่าคนเนี่ย ช่วงอายุที่อยู่ในช่วงทำงานตั้งแต่ 18 จนถึง 60 ปี มีกว่า 5 ล้านคน นั่นจึงเป็นที่มาที่รองนายกฯ เอกนิติ บอกว่าจะมียกระดับทักษะวิชาชีพให้กับคนช่วงอายุนี้ เพราะไม่อยากจะให้เห็นจนไปจนตาย ต้องมีบางอย่างเข้าไปสนับสนุนการฝึกอาชีพเพื่อหารายได้มีความมั่นคง แล้วที่สุดวันหนึ่งถ้ามีการคัดกรองอีก เขาก็ต้องออกไปได้ เผื่อมีคนใหม่เข้ามา”

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

พลัง “บวร” สุโขทัยคึกคัก! หลวงพี่นาค นำทีมจัดครัวเคลื่อนที่ ตักบาตรโรงทานเลี้ยงพระ-บุคลากร โครงการวัดประชารัฐสร้างสุข
"วินธัย" แจง 5 ข้อ โต้กลับ "สส.ส้ม" วิจารณ์ "ทหารวิ่งแกร็บ" โครงการสร้างรายได้เสริม ทภ.2 โยงแซะกองทัพ ยันทบ.คงมุ่งมั่นพัฒนาสวัสดิการกำลังพล ชี้เป็นไปโดยสมัครใจทำอาชีพสุจริตเพิ่ม
น่าน–แพร่ เดินหน้าบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรม PM2.5 สู่การใช้ประโยชน์ในระดับพื้นที่
ชาวบ้านทิยาเพอ อ.สบเมย ยืนยันไม่เอาเหมืองแร่ ร้องอำเภอเร่งตรวจสอบ หลังจากที่ชาวบ้านเคยค้านมาแล้ว 2 ครั้ง รวมถึงปัญหาสารปนเปื้อน
กำแพงเพชร-รพ.เอกชนเมืองกำแพง เปิดอาคารกุมารเวชกรรม 24 ชั่วโมง ดูแลผู้ป่วยเด็ก
น่านชวนสัมผัส “เส้นทางภูษาล้านนา” พาเที่ยวผ่านขุนเขา ชุมชน และผืนผ้า เปิดมุมมองเมืองน่านผ่านวิถีชีวิตพื้นบ้านและภูมิปัญญาผ้าทอ

ดู LIVE รายการ