ขอเถียงแทน “สฤณี” โบ้ยอีเวนต์ “ไอลอว์+คณะก้าวหน้า” จัดใหญ่ แค่ผู้สมัครสว.คอเดียวกัน มารวมตัวช่วยเลือกซึ่งกันและกัน..ไม่ใช่การฮั้ว!!

ขอเถียงแทน "สฤณี" โบ้ยอีเวนต์ "ไอลอว์+คณะก้าวหน้า" จัดใหญ่ แค่ผู้สมัครสว.คอเดียวกัน มารวมตัวช่วยเลือกซึ่งกันและกัน..ไม่ใช่การฮั้ว!!

ขอเถียงแทน “สฤณี” โบ้ยอีเวนต์ “ไอลอว์+คณะก้าวหน้า” จัดใหญ่ แค่ผู้สมัครสว.คอเดียวกัน มารวมตัวช่วยเลือกซึ่งกันและกัน..ไม่ใช่การฮั้ว!!

ข่าวที่น่าสนใจ

สืบเนื่องจากที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์กรณีเตรียมฟ้องความหมิ่นประมาทกับ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผอ.โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) ที่กล่าวหาบุคคลพรรคภูมิใจไทย 9 คน มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว. โดยมีชื่อนายอนุทินรวมอยู่ด้วย ว่า ตามกฎหมายการจะพูดกล่าวหาใครต้องมีหลักฐานชัดเจน เรื่องนี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมและยังไม่มีการส่งฟ้อง แล้วเขาเป็นใครเที่ยวมาพิพากษาแล้วมาเอ่ยชื่อแบบนั้น ทำให้คนได้รับความเสียหาย เมื่อดูจากรายงานก็อ้างถึงพยานคนโน้นพูดอย่างนี้ และพยานที่อ้างคือใคร เราก็เคารพกันทุกคน มีสิทธิที่จะพูดแต่พูดอะไรต้องรับผิดชอบ

 

เมื่อถามว่า นายยิ่งชีพ มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองอะไรหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่รู้จะพูดอย่างไร วัตถุประสงค์คงไม่อยากให้พวกผมได้ดี อาจมีความผิดหวังอะไรอย่างนี้

มองว่ามีการเมืองอยู่เบื้องหลังหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ไม่คิดไม่เสียเวลาคิด เราก็มีกฎหมาย ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ถ้าใครมีเจตนาไม่ดีก่อให้เกิดความเสียหาย ทำให้เกิดความแตกแยกของสังคม ความชิงชังซึ่งกันและกันเป็นสิ่งไม่พึงประสงค์ในประเทศนี้ ทุกคนต้องรับผิดชอบคำพูดของตัวเอง

เมื่อถามว่า นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กตั้งคำถามถึงเงินบริจาคให้ iLaw ว่ามาจากต่างชาติ และใช้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นายศุภชัย ได้รับมอบหมายจากพรรคให้ไปดำเนินคดี ท่านก็มีแนวทางวิธีการดำเนินการไป สมัยก่อนมีแบบนี้เยอะถึงเวลาฟ้องไปแล้วก็มาขอประนีประนอม ขอศาลให้เมตตา แต่ครั้งนี้คงไม่เพราะหลายครั้งแล้ว

 

ล่าสุดวันนี้ (26 ก.ค.) นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระและนักเขียนชื่อดัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า “เหลือเชื่อว่า มีคนแกล้งทำเป็นไม่เข้าใจความแตกต่างระหว่าง “ผู้สมัครมารวมตัวกันเพื่อหาคนคอเดียวกัน จะได้ช่วยเลือกซึ่งกันและกัน” กับ “การรับเงินจากใครสักคนหรือสักพรรคเป็นค่าจ้างในการเลือกผู้สมัครตามโพยของผู้ว่าจ้าง” มีแต่แบบหลังนะที่เรียกว่า “โกง” #สั่งฟ้องสว” พร้อมกับแชร์โพสต์ของ นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย หรือ บัส สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ระบุว่า

ด้วยคุณศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานด้านกฎหมาย สส.พรรคภูมิใจไทย แชร์โพสต์เพจ “จักรวาลด้อมส้ม” ซึ่งเป็นการตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงของ iLaw รวมทั้งกลุ่มธนาธร หรือคณะก้าวหน้า กับการพยายาม ฮั้ว สว. เหมือนกันหรือไม่ [ดูภาพ 1] แล้วมีภาพผมปรากฏในโพสต์ดังกล่าว จึงขออนุญาตชี้แจงและทำความเข้าใจดังนี้

 

1. กิจกรรมดังกล่าวที่มีการนับพบกันเพื่อแนะนำตัวของผู้สมัคร สว. ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ที่มีจุดร่วมกันคือต้องการเปิดประตูสู่การจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่นั้น เกิดขึ้นจริง ไม่ได้มีอะไรปิดบัง นอกจากนี้ยังเชิญ กกต.มาร่วมสักเกตการณ์ มีการให้สัมภาษณ์กับสื่อด้วย ซึ่งเป็นคนที่ตกรอบไปแล้ว เพราะ กกต.มีข้อห้ามเรื่องการให้สัมภาษณ์ของผู้ที่ยังสมัครอยู่

 

2. ถามว่ากลุ่มคนเหล่านี้ที่มารวมกันมาจากไหน มาจากคนที่มีความมุ่งหมายให้เกิดการแก้ไขและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ (อันนี้ไม่ใช่เรื่องปกปิดเพราะผมก็พูดมาตลอดในทางสาธารณะ) เราต่างรู้กันดีว่า ไม่ต้องนับรัฐธรรมนูญ 50 ก็ได้ เฉพาะรัฐธรรมนูญ 60 นี้ มีความพยายามแก้ไขมาตลอด 20 กว่าครั้ง แก้ได้เพียงครั้งเดียวคือเรื่องบัตรเลือกตั้ง ที่เหลือแก้ไม่ได้ และส่วนใหญ่ไปติดที่ต้องผ่านเงื่อนไข สว. 1 ใน 3 ที่บัญญัติไว้ใน ม.256 ของรัฐธรรมนูญ

ดังนั้นสำหรับผู้ที่รณรงค์ให้เกิดการแก้ไขและจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็เห็นโอกาสตอนที่จะมีการเลือก สว.ปี 67 จึงรณรงค์ให้คนมาสมัครทั้งเพื่อไปเป็น สว. และเป็นโหวตเตอร์ จนนำมาสู่ช่องการเปิดช่องทางอย่าง senate67.com เพราะ กกต.เองก็ไม่ได้มีช่องทางให้แนะนำตัวหรือการสื่อสาร แถมระเบียบว่าด้วยการแนะนำตัวที่ออกมาตอนหลักก็ไม่สร้างการมีส่วนร่วมอีก (เดียวจะพูดภายหลังเพิ่ม) ดังนั้นช่องทางอย่าง senate67 จึงทำให้เราเห็นผู้สมัครและจุดยืนร่วมทั้งช่องทางติดต่อ จนนำซึ่งการตั้งกลุ่มเพื่อแนะนำตัวเพิ่มเติม และนัดหมายเจอกันที่เมืองทองดังกล่าว โดยที่คนที่ตกรอบก็ยังมาช่วยเหลือสนับสนุนกัน เพราะเรามีเป้าหมายเพื่อให้ได้อย่างน้อย สว. 1 ใน 3 คือ 67 คน อันจะเป็นการเปิดประตูสู่การแก้ไขและจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่

3. อย่างไรก็ตาม อย่างที่บอกไว้แต่ต้นว่า ตัวระเบียบว่าด้วยการแนะนำตัวของ กกต. นั้น ทั้งฉบับแรก และฉบับที่ 2 ที่มีการแก้ไข มีปัญหาอย่างยิ่ง เพราะให้แนะนำกับผู้สมัครด้วยกันเองเท่านั้น แถมข้อจำกัดคือไม่เกิน 2 หน้า A4 และจำกัดเฉพาะเรื่องคุณสมบัติกับประสบการณ์ในอดีต แต่ไม่สามารถพูดถึงว่าหากได้เป็น สว. แล้วจะใช้อำนาจสำคัญอย่างไร มีจุดยืนอย่างไร นั้นร่วมถึงจุดยืนว่าด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญด้วย เหตนี้ผมจึงไปร้องศาลปกครองเพื่อขอให้เพิกถอนระเบียบดังกล่าว อีกคณะที่ร้องเหมือนกันคือคณะอ.พนัส ซึ่งต่อมาศาลปกครองมีคำสั่งเพิกถอระเบียบ[ดูภาพ 2 ] ประกอบด้วย

ข้อ 3 นิยาม “การแนะนำตัว” ซึ่งศาลชี้ว่า ไม่สอดคล้องกับการมีส่วนร่วมของประชาชน [ดูภาพ 6 ]

ข้อ 7 ข้อ 8 ข้อ 11 (2) กระทบต่อเสรีภาพของผู้สมัครในการแนะนำตัว เป็นการสร้างข้อกำหนดที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของผู้สมัครเกินความจำเป็น แม้กกต.จะอ้างเรื่องเพื่อสร้างความเสมอภาค แต่มันก็ขัดกับไม่อาจบรรลุเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญที่ให้ สว. เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยและให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมืองและมีส่วนร่วมในการเลือก สว. รวมทั้งการจำกัดรูปแบบการแนะนำตัวเพียงเท่านี้ตามระเบียบยังทำให้ทั้ง ผู้สมัครและปรนะชาชนทั่วไปไม่อาจแสดงความเห็นเกี่ยวกับคุณสมบัติ แนวความคิดของผู้สมัคร รวมทั้งไม่อาจสนับสนุนรือคัดคารผู้สมัครคนใดได้นอกเหนือจากข้อความที่ปรากฏอยู่ใน 2 หน้า A4 นั้น [ดูภาพ 3]

หลักฐานสำคัญที่ผมใช้ในการยันระเบียบ กกต. คือเอกสารความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบของรัฐธรรมนูญฯ ที่ออกโดยคณะร่างรัฐูธรรมนูญเอง อธิบายประกอบ ม.107 ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ซึ่งย้ำถึงหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน แม้แต่ประชาชนที่ไม่ได้สมัคร [ดูภาพ 4] รวมทั้งงานศึกษาของ กมธ.องค์กรอิสระของ สว.ชุดก่อน ที่เห็นปัญหาของการเลือกชุดที่ผ่านมาว่าขาดการมีส่วนร่วม ข้อเสนอของ กมธ.นั้นมีถึงการให้ กกต.จัดเวทีแนะนำตัวเองด้วยซ้ำ [ดูภาพ 5] เหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ผมใช้เป็นข้อมูลและหลักฐานประกอบการร้องให้เพิกถอนระเบียบ กกต.ดังกล่าว

เมื่อศาลเพิกถอนระเบียบไปแล้ว ภายหลัง กกต.เองก็ไม่อุทธรณ์ รวมทั้งก็ไม่ได้ออกระเบียบใหม่มาแทน ทำให้การแนะนำตัวในโค้งสุดท้ายผ่อนปรนขึ้น และเมื่อดูจากคำวินิจฉัยศาลปกครอง(เดียวผมให้ลิงก์ไว้เพื่ออ่านฉบับเต็มในคอมเมนท์) จะเห็นถึงการตีความของศาลว่าตามรัฐธรรมนูญคือต้องการให้ประชาชนมีส่วนร่วมมากกว่าที่ กกต.วางระเบียบ เมื่อ กกต.เองไม่ได้ออกระเบียบมาใหม่ ทำให้ฐานความผิดที่เหลือก็จะเหลือ 2 ฐานหลักคือ การเลือกโดยทุจริตตาม พ.ร.ป.ว่าด้านการได้มาซึ่ง สว. ม.77 ไม่ว่าจะเป็นการให้อามิสสินจ้าง การจัดมหรสพ การจัดเลี้ยง การหลอกลวง ข่มขู่คุกคาม ใส่ร้ายจนถึงการจูงใจให้ผู้อื่นเข้าใจผิด กับ ม.76 คือเป็น กบห.พรรคการเมืองหรือเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะ สส. หรือ อปท. ช่วยเหลือผู้สมัคร

ต้องย้ำครับว่า เรื่องปัญหาการจัดการเลือกของ กกต. ผมพูดมาโดยตลอด แม้แต่ฟ้องคดีต่อ กกต หรือ เมื่อ กกต. มารายงานต่อสภาผมก็อภิปราย รวมทั้งเรียกร้องให้มีการทบทวนปรับปรุ่งเนื่องจากระเบียบที่ออกมามันไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญตามที่ศาลปกครองมีคำสั่งดังกล่าว

หวังว่าทางคุณศุภชัยรวมทั้งเพจจักรวาลด้อมส้มจะเข้าใจเจตนาในกิจกรรมแนะนำตัวที่ตั้งคำถาม แน่นอนกรณีที่มีการเปิดเผยข้อมูลของฝั่งน้ำเงินหากเป็นการนัดพบนัดคุยนัดเจอของผู้สมัคร ผมยืนยันมาโดยตลอดว่าไม่เป็นความผิด และควรส่งเสริมรวมทั้งให้ประชาชนได้เข้ามาสังเกตการณ์ด้วยไม่ว่าจะแนะนำผ่านเวทีหรือออนไลน์ ตราบเท่าที่ไม่ผิดตาม พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. ม.77 และ 76 ดังกล่าว

 

 

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

บุกรวบ "นายก อบต.หนองหมี" คาห้องทำงาน! หลังรีดเลือดพนักงานจ้างที่กำลังจะหมดสัญญา ร่วม 8.4 แสน ขู่ไม่จ่ายยุบตำแหน่งทิ้ง!
"บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น" ทำหนังสือแจ้ง "ตลท." บอร์ดมีมติแต่งตั้ง "ซีอีโอ กรรมการผู้จัดการใหญ่" คนใหม่ แทน "ชัยวัฒน์" ครบวาระสัญญาจ้าง 31 ธ.ค.2569
“สีหศักดิ์”ยันจุดยืนเจรจากัมพูชา เวที UNCLOS ต้องคุยปักปันเขตแดนให้ชัดเจนก่อน ข้อเสนอพัฒนาแบ่งปันทรัพยากรทะเล “ค่อยว่ากันทีหลัง!??”
“ดร.โอฬาร” ลั่นกกต.ไม่ใช่ "บุรุษไปรษณีย์" รับทุกข้อกล่าวหาส่งศาลหมดไม่ต้องตรวจสอบ ชี้รธน.มาตรา 266 ระบุชัด ต้องมี “หลักฐานอันควรเชื่อได้ว่ามีการกระทำที่ไม่สุจริต"
ทำอะไรได้มั๊ยเนี่ย?? "UN"อ้างข้อเท็จจริง ควรเชื่อได้ "สหรัฐ" เป็นชาติก่ออาชญากรรมสงคราม เหตุโจมตีโรงเรียน-เขตที่อยู่อาศัย อิหร่าน พลเรือนเสียชีวิตกว่า 200 คน
เข้าทางพ่อค้าอาวุธ!!! "สหรัฐ" ไฟเขียวขายเครื่องบิน F-35 ล็อตใหญ่ 48 ลำ มูลค่ากว่า 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ให้ซาอุฯ เพิ่มดุลกำลังรบเขตตะวันออกกลาง!???

ดู LIVE รายการ