“พลพีร์” ลุยกระบี่ เปิดปฏิบัติการทวงคืนที่ดินนอมินีทุนต่างชาติ สั่งอายัดกว่า 126 ไร่ มูลค่า 2,146 ล้าน

"พลพีร์" ลุยกระบี่ เปิดปฏิบัติการทวงคืนที่ดินนอมินีทุนต่างชาติ สั่งอายัดกว่า 126 ไร่ มูลค่า 2,146 ล้าน

“พลพีร์” ลุยกระบี่ เปิดปฏิบัติการทวงคืนที่ดินนอมินีทุนต่างชาติ สั่งอายัดกว่า 126 ไร่ มูลค่า 2,146 ล้าน

ข่าวที่น่าสนใจ

24 ก.ค. 2569 นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่จังหวัดกระบี่ เปิดปฏิบัติการ “ทวงคืนที่ดินที่มีนอมินีนายทุนต่างชาติถือครองที่ดิน” โดยมี พล.ต.ต.ณรงค์ฤทธิ์ ด่านสุวรรณ์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 พล.ต.ต.สุขเกษม นครวิลัย ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่ และนายอังกูร ศีลาเทวากูล ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ ร่วมแถลงข่าว ณ บ้านเกาะปอ ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่

 

นายพลพีร์ กล่าวว่า การดำเนินการในครั้งนี้เป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีระกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในการปราบปรามปัญหาทุนสีเทา กลุ่มนอมินี และอาชญากรรมข้ามชาติอย่างเด็ดขาด

 

 

“จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พบพฤติการณ์อันมิชอบด้วยกฎหมายของนายทุนชาวต่างชาติสัญชาติบริติช นามว่า นาย Alain ซึ่งได้เข้ามาจัดตั้งบริษัทจำกัดจำนวน 3 แห่ง ได้แก่ บริษัท ภูเก็ตลันตาเฮ้าส์ จำกัด บริษัท สกายโกลบอลเน็ท จำกัด และบริษัท กุลวัล พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด โดยในเบื้องต้นได้ใช้วิธีการถือหุ้นในสัดส่วนที่ไม่เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ได้แก่ ร้อยละ 39 ร้อยละ 30 และร้อยละ 49 ตามลำดับ จากนั้นได้วางโครงสร้างอำพรางโดยให้ทั้ง 3 บริษัทถือหุ้นไขว้กันไปมาในลักษณะวงกลม เมื่อคำนวณสัดส่วนที่แท้จริงแล้ว ส่งผลให้นาย Alain กลายเป็นผู้ควบคุมผลประโยชน์และมีอำนาจเบ็ดเสร็จแต่เพียงผู้เดียวในการบริหารจัดการทรัพย์สินของบริษัท กุลวัล พร็อพเพอร์ตี้ส์ จำกัด ด้วยสัดส่วนการถือหุ้นที่สูงถึงร้อยละ 99.87 กลุ่มทุนดังกล่าวได้กว้านซื้อและครอบครองที่ดินในพื้นที่เกาะปอ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ จำนวนทั้งสิ้น 22 แปลง รวมเนื้อที่กว่า 126 ไร่ คิดเป็นมูลค่าสูงถึง 2,146 ล้านบาท ก่อนที่จะนำที่ดินดังกล่าวไปประกาศขายผ่านทางช่องทางออนไลน์” นายพลพีร์ กล่าว

 

 

 

นายพลพีร์ กล่าวต่อไปอีกว่า สำหรับขั้นตอนการดำเนินการทางกฎหมาย ในเบื้องต้นได้อายัดยึดที่ดินดังกล่าวไว้ก่อน จากนั้นกระทรวงมหาดไทย โดยอธิบดีกรมที่ดิน จะได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่ และคณะกรรมการจังหวัดเร่งดำเนินการยึดพื้นที่เพื่อนำมาบังคับจำหน่ายตามกฎหมายของกรมที่ดิน ซึ่งคาดว่าจะใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 6 เดือนถึง 1 ปี ในส่วนของคดีความ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะรับหน้าที่สืบสวนขยายผลเพิ่มเติมเกี่ยวกับเส้นทางการเงิน ตลอดจนประวัติการเดินทางเข้าออกประเทศของนายทุนต่างชาติรายดังกล่าว ซึ่งในขณะนี้ไม่พบว่าพำนักอยู่ในประเทศไทย นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่จะทำการเรียกตัวบุคคลสัญชาติไทยที่มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นร่วมในทั้ง 3 บริษัทมาสอบปากคำอย่างละเอียดเพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของเงินลงทุน หากพิสูจน์ได้ว่าเป็นเงินทุนจากชาวต่างชาติ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

“พร้อมกันนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะทำการตรวจสอบกระบวนการออกเอกสารสิทธิ์ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างละเอียด เนื่องจากพบข้อเท็จจริงที่น่าสังเกตว่า ประชาชนในพื้นที่ซึ่งอาศัยอยู่มาตั้งแต่กำเนิดเกือบร้อยครัวเรือนกลับยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินทำกินเป็นของตนเอง รวมทั้งจะมีการขยายผลตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือเอื้อประโยชน์ให้แก่กลุ่มเอกชนหรือไม่ และมีเครือข่ายกระทำความผิดในลักษณะเดียวกันนี้ในพื้นที่อื่น ๆ อีกหรือไม่ ทั้งนี้ ขอย้ำอีกครั้งว่าจุดยืนของรัฐบาลนี้คือ “แผ่นดินไทยจะต้องเป็นของคนไทย” เท่านั้น และจะไม่มีกฎหมายฉบับใดที่เปิดช่องว่างให้ชาวต่างชาติเข้ามาครอบครองหรือเอื้อประโยชน์เพื่อเอาเปรียบคนไทยได้อย่างเด็ดขาด” นายพลพีร์ กล่าวเน้นย้ำ

เรื่องการตรวจสอบการครอบครองที่ดินและนอมินีต่างชาตินั้น ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเอกสารสิทธิ์ที่ดินจำนวน 22 แปลงว่าถูกต้องหรือไม่ แต่สำหรับพื้นที่เกาะปอได้รับการยืนยันแล้วว่าเป็นเอกสารสิทธิ์จริง โดยในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมที่ศาลากลางจังหวัดกระบี่เพื่อหารือถึงขั้นตอนการบังคับจำหน่ายและการดำเนินคดีต่อไป การดำเนินการดังกล่าวสอดคล้องกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดกระบี่และรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 8 ที่คอยเฝ้าระวังและสืบสวนเรื่องความมั่นคงในพื้นที่มาโดยตลอด

นายพลพีร์ กล่าวอีกว่า สำหรับปัญหาเรื่องบทลงโทษที่อาจล้าหลังจนทำให้ชาวต่างชาติไม่เกรงกลัวนั้น การจะเพิ่มโทษจำเป็นต้องออกเป็นพระราชบัญญัติผ่านรัฐสภาซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควร อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกำลังศึกษาขั้นตอนการลงโทษและการจับกุมทั้งทางอาญาและแพ่งให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีที่เน้นย้ำว่าจะไม่ยอมให้ต่างชาติมาเอาเปรียบคนไทย และไม่มีกฎหมายใดเอื้อให้ชาวต่างชาติครอบครองแผ่นดินไทยได้ ที่ผ่านมาได้มีการบูรณาการกวาดล้างอย่างต่อเนื่อง เช่น การจับกุมกลุ่มนอมินีที่ประกอบธุรกิจโรงแรมในภูเก็ต และการจับกุมขบวนการพ่อทิพย์ย่านห้วยขวางโดยกรมการปกครองร่วมกับรอง ผบ.ตร. ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดกับกลุ่มคนไทยที่คอยอำนวยความสะดวกให้ต่างชาติด้วย ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของบริษัท ทนายความ หหรือบริษัทบัญช

นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบพบการตั้งมูลนิธิที่มีเครือข่ายกระจายไปถึง 9 สาขา โดยจุดเริ่มต้นมาจากการเข้าตรวจสอบสถานที่แห่งหนึ่งในป่าตองที่ขออนุญาตจดทะเบียนเป็นโรงแรม แต่เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบใบอนุญาตกลับพบว่ามีการเปิดเป็นร้านอาหาร 2 ร้าน และบริเวณชั้นลอยของชั้น 2 ถูกดัดแปลงเป็นพื้นที่ทำกิจกรรมของชาวต่างชาติ รวมถึงทำเป็นโบสถ์ของชาวยิวอิสราเอล ขณะนี้ได้มอบหมายให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสืบสวนหาตัวเจ้าของที่แท้จริงและเอาผิดเรื่องการใช้อนุญาตผิดประเภทแล้ว ทางกรมการปกครองตรวจสอบพบเพิ่มเติมว่ามีสถานที่ลักษณะนี้ถึง 9 แห่งที่เป็นเจ้าของเดียวกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่ขอเวลาให้พนักงานสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้รัดกุมที่สุดก่อนจะมีการแถลงข่าว

ในส่วนของกระบวนการทางกฎหมายเกี่ยวกับการเพิกถอนสิทธิ์ หากพิสูจน์ได้ว่ามีการกระทำความผิดจริง จะต้องเข้าสู่ขั้นตอนการบังคับจำหน่ายตามกฎหมายของกรมที่ดิน โดยหลังจากกรมที่ดินสอบสวนเสร็จสิ้น จะมอบหน้าให้ผู้ว่าราชการจังหวัดดำเนินการบังคับจำหน่าย จากนั้นจะเป็นหน้าที่ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงิน ผู้ร่วมหุ้น แและดำเนินคดีทั้งทางอาญาและทางแพ่งกับผู้กระทำความผิดต่อไป

การลงพื้นที่ในครั้งนี้ มีคณะผู้บริหารและส่วนราชการ อาทิ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี น.ส.วีราภร เกียรติชัยพัฒน ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายอุดมศักดิ์ เต็มวงษ์ รองผู้ว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ร.ต.ต.สิงห์คำ คำยอด ผู้อำนวยการสำนักการสอบสวนและนิติการ กรมการปกครอง พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมลงพื้นที่ด้วย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

แกะรอย “ชาบาด” 7 แห่ง! เปิดไทม์ไลน์ตั้งแต่ปี 2536 ใต้เครือข่าย “แรบไบโจเซฟ” ขยายทั่วไทยถึงเกาะพะงัน
"อุบลฯ" น้ำเริ่มเอ่อล้นชุมชน! “ผู้ว่าฯ” สั่งด่วนเตรียมรับมือน้ำล้นตลิ่ง จัดกำลัง-เครื่องมือพร้อมช่วยประชาชน
ชาวบ้านจับตาปรับพื้นที่ “สุสานยิวเสม็ดใต้” หลังย้าย 4 ร่าง เปิดพื้นที่ให้สื่อบันทึกภาพ สร้างความชัดเจน
“หมอฟันฟิน” เปิดใจหลังออกโหนกระแส! ลั่นเชื่อคำคู่กรณีแค่ 10% ย้ำเดินหน้าคดีถึงที่สุด ฝากเป็นอุทาหรณ์เรื่องความรัก
เปิดเกมรุก “ตราด” ฝ่าวิกฤตชายแดน ดัน Sport Tourism ผสานดนตรี ชูทุเรียนกู้เศรษฐกิจ
มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ผนึกไทยพีบีเอส ภาคีเครือข่าย ฟื้นฟูโรงเรียนหลังน้ำลด พื้นที่ จ.น่าน

ดู LIVE รายการ