“สศค.” พร้อมปรับเงื่อนไขคัดกรอง ” บัตรสวัสดิการรัฐ” รับผู้ยื่นอุทธรณ์สิทธิ์กว่า 2.9 ล้านราย เตรียมเสนอครม.สลับวงเงินไทยช่วยไทยพลัสใช้ทดแทน

“ก.คลัง” จ่อชงครม. ให้กลุ่มหลุดบัตรคนจน ใช้สิทธิ์ไทยช่วยไทยพลัส จ่อปรับเงื่อนไขบัตรหลัง ปชช.ยื่นขอทบทวนสิทธิ์กว่า 2.9 ล้านราย พบกว่า 40% เจอปัญหายานพาหนะ

“สศค.” พร้อมปรับเงื่อนไขคัดกรอง ” บัตรสวัสดิการรัฐ” รับผู้ยื่นอุทธรณ์สิทธิ์กว่า 2.9 ล้านราย เตรียมเสนอครม.สลับวงเงินไทยช่วยไทยพลัสใช้ทดแทน – Top News รายงาน

 

 

 

เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เวลา 11.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) และโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวถึง การกำหนดหลักเกณฑ์เป็นเรื่องที่ตั้งใจที่จะดูว่าชั้นสุดท้ายของคนที่เดือดร้อนที่สุดในสังคมในภาวะวิกฤตคือใครจึงมีการกำหนดหลักเกณฑ์ต่างๆ หลังจากการประมวลผลสิ่งที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่าข้อเท็จจริงของความลำบากและความยากจน เป็นเรื่องที่ต้องนำมาพิจารณาจริงจัง การปรับหลักเกณฑ์ต่างๆ ได้มีการสำรวจข้อมูลดูความเดือดร้อนหลายส่วน

ซึ่งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการตระหนัก เช่น เรื่องโอนลอย ต้องยอมรับว่ากระทรวงคมนาคม ไม่มีทางทราบว่ามีการโอนลอยไว้เท่าไหร่ เพราะชื่อทางทะเบียนยังคงอยู่ ยังไม่มีการมาถอนสภาพ จึงมีความจำเป็นต้องใช้เกณฑ์นี้ในการคัดกรอง แต่เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏ ได้เงื่อนไขหลักเกณฑ์เพิ่มขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับความเดือดร้อนของประชาชน โดยถือเป็นโอกาสอันดีในการจัดการกับฐานข้อมูลว่าประชาชนต้องมาโอนลอย ไม่เช่นนั้นไม่ใช่แค่ความลับผิดแต่อาจจะเสียสิทธิ์ต่างๆ

ข่าวที่น่าสนใจ

เช่นเดียวกันกับเรื่องของการศึกษากระทรวงการคลัง ยินดีรับเงื่อนไขมาปรับเพิ่มอย่างแน่นอน ณวันนี้มีประชาชนมาขอทบทวนแล้วประมาณ 2.9 ล้านราย ซึ่งส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 40 เป็นเรื่องรถยนต์ ซึ่งมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ซึ่งจะนำเรื่องเข้าสู่คณะกรรมการบัตรประชารัฐ จะมีการดูข้อมูลให้ถี่ถ้วน จะเร่งเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะคณะรัฐมนตรี ให้ความเห็นชอบเพิ่มเงื่อนไขให้สอดคล้องกับความเป็นจริง กระบวนการเหล่านี้จะเร่งให้ทันเพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิ์ในวันที่ 1 ตุลาคม ขณะเดียวกันตัวเลขการลงทะเบียนครั้งนี้เป็นการลงทะเบียนแบบเชิงรุก ไม่ได้เปิดกว้างเพราะฉะนั้นจึงมีคนที่ไม่เคยได้สิทธิ์หรือลงทะเบียน 2.3 ล้านราย ซึ่งขอบคุณกระทรวงมหาดไทยและทีมที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ และวันนี้ได้มีข้อทวงจริงว่าช่วยประสานงานลงพื้นที่เพื่อยืนยันตัวตน

 

 

ทั้งนี้ถือเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะได้ข้อมูลอันสมบูรณ์มากขึ้นเกี่ยวกับผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนที่จะได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งสามารถระบุความเดือดร้อนได้หลายระดับ เพื่อกำหนดมาตรการที่เหมาะสมดูแลแต่ละกลุ่มต่อไป แต่ไม่ใช่แค่จบอยู่ที่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ส่วนโครงการ 60/40 จะมีการถ่ายโอนสิทธิ์สำหรับกลุ่มเดิมที่ไม่เคยมีสิทธิ์ลงทะเบียน เพราะรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอยู่ โดยกลุ่มขอลงทะเบียนต่อแล้วไม่ได้รับสิทธิ์ และคนที่ไม่ได้มาลงทะเบียน เดิมมีประมาณ 13.18 ล้านคน มาลง 12.07 ล้านคน การเลือกที่จะไม่ลงทะเบียนเพราะรู้ว่าตัวเองมีสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ซึ่งเราขอขอบคุณและจะคืนโอกาสให้ในการใช้สิทธิ์ 60/40 จำนวน 2 เดือน ซึ่งกลุ่มนี้มีประมาณ 6 ล้านราย ซึ่งจะสลับงบประมาณที่เดิมใช้อยู่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เปลี่ยนมาเป็นใช้ในโครงการ 60:40 ซึ่งจะมีการนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีโดยหากไม่มีข้อผิดพลาดจะเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ในวันพรุ่งนี้ (21 ก.ค.) ส่วน ส่วนประเด็นอื่นๆ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการรวบรวมสิทธิ์ ซึ่งกระทรวงการคลัง จะรวบรวมข้อมูลจาก กระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย และจัดให้มีการประชุมคณะกรรมการบัตรประชารัฐ ซึ่งหากได้หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนจะมีการชี้แจงให้ประชาชนทราบขอให้สบายใจได้ เช่น รถยนต์ที่หมดสภาพการใช้งาน เราจะใช้วิธีการเพิ่มเงื่อนไข ซึ่งการมีรถภาพทั่วไป คือ ไม่น่าจะใช่คนที่เดือดร้อนที่สุด แต่หากคนที่เคยมีรถแต่ไม่อยู่ในสภาพใช้งาน ไม่เคยต่อทะเบียนไม่มีกำลังไปจัดการ ซึ่งในทางทะเบีบนต้องยอมรับว่าอยู่ ทั้งนี้การเพิ่มเงื่อนไขเข้าไปกระทรวงคมนาคมกำลังทำงานอย่างละเอียด ในทางกลับกันคนที่มีรถอายุ 30-40 ปี ยังพร้อมใช้งาน มีสภาพดี ก็จะไปติดเกณฑ์ในข้ออื่นอยู่ดี โดยเราจะเร่งพิจารณาเพิ่มเงื่อนไข เพื่อให้สอดคล้องและจะมีการเสนอคณะรัฐมนตรีต่อไป เพื่อรีบคืนสิทธิ์ให้กับประชาชน และย้ำว่าการปรับในครั้งนี้เป็นการเพิ่มเงื่อนไข ไม่มีการยกยกเลิกเงื่อนไขเดิม เพื่อให้ความยากจนสอดคล้องกับความเป็นจริง

 

ทั้งนี้ยืนยันอีกครั้งว่าทุกเงื่อนไขกระทรวงการคลังมีการรับเรื่องร้องเรียนไว้ ซึ่งในส่วนของรายได้ปีนี้ไม่เคยยื่นแบบแสดงรายได้ภาษี แต่เหตุใดจึงมีข้อมูลรายได้ ซึ่งส่วนนี้เรามีการใช้ข้อมูลการหักภาษี ณ ที่จ่าย ซึ่งเป็นข้อมูลไดนามิกดาต้าถ้ารับไว้ต้องเสียสิทธิ์ แต่หลายคนมาทักท้วงที่กรมสรรพากรว่าไม่เคยได้รับเงิน ไม่รู้จักคนที่สรรพากรอ้างว่าจ่ายเงินให้ ซึ่งเรารับเรื่องไว้ และหลายครั้งต้องยอมรับว่ามีผู้ทุจริตขโมยชื่อคนอื่นมาเป็นลูกจ้างปลอม เพื่อประโยชน์ในการหักภาษี เลี่ยงภาษี

เมื่อถามว่าในการเพิ่มเงื่อนไขประชาชนที่ลงทะเบียนกว่า 18 ล้านคน ต้องเข้าสู่ระบบคัดกรองใหม่หรือไม่นั้น นายวินิจ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องพิจารณาโดยคนที่มาขอทบทวนความเดือดร้อนและเกณฑ์ไม่ผ่านความเดือดร้อนเรื่องรถ แต่หลายคนก็อาจไม่ผ่านเรื่องอื่นด้วย ซึ่งเรายินดีรับจำนวนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมด โดยหากงบประมาณที่ตั้งไว้ไม่พอก็ต้องหางบประมาณเพิ่ม ส่วนคนที่หลุดจากระบบออกไป ก็รีบดูว่ามีมาตรการอื่นมาดูแลต่อ สำหรับการปรับเกณฑ์ เช่น การศึกษานอกระบบ หากจำเป็นต้องมีการปรับเกณฑ์ทั้งหมด ซึ่งต้องดูข้อมูลอยู่ระหว่างการประสานงานกับกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจำนวนระหว่างการประมวลผล โดยพบว่ามีการร้องเรียนจำนวน 45,000 ราย

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

อำเภอเมืองน่านคุมเข้มยาเสพติดและอาวุธปืน เดินหน้าตั้งจุดตรวจ–จุดสกัดเชิงรุก ยกระดับความปลอดภัยในพื้นที่
"โฆษกอสส." แจงคืบหน้าคดีครอบครัว "จึงรุ่งเรืองกิจ" รุกป่าสงวนฯราชบุรี ยื่นฟ้องศาลแล้ว เฉพาะเคส "นางสมพร"!!
เติมฝันหนูน้อย 8 ขวบ! วัดสมานฯ มอบจักรยานคันใหม่ ปั่นไปโรงเรียน-กลับมาช่วยแม่ดูแลน้องพิการ
สสจ.อุตรดิตถ์ บูรณาการ รพ.สต.ไผ่ล้อม ออกหน่วยทันตกรรมเคลื่อนที่ ณ รร.ลับแลศรีวิทยา ให้บริการตรวจ-รักษาฟันฟรี
น้ำป่าไหลหลาก 3 อำเภอ ขุนยวม-แม่สะเรียง-แม่ลาน้อย อ่วมกลางดึก คอสะพานบ้านสารภี-ป่าหมากขาด เร่งสำรวจความเสียหายเช้านี้
กมธ.กฎหมายฯ วุฒิสภา เปิดเวทีถกบังคับโทษทางอาญา เร่งลดแออัดเรือนจำ-คุ้มครองสิทธิผู้ต้องขัง

ดู LIVE รายการ