“ครูทราย” โพสต์เจ็บปวดคำพูดหมอ ประเมินอาการสามีป่วยโรคหัวใจ “แพทยสภาฯ” พร้อมสอบการใช้ดุลยพินิจแพทย์!

"ครูทราย" โพสต์เจ็บปวดคำพูดหมอ ประเมินอาการสามีป่วยโรคหัวใจ "แพทยสภาฯ" พร้อมสอบการใช้ดุลยพินิจแพทย์!

จากกรณีที่ “ครูทราย” ออกมาโพสต์คลิปทั้งน้ำตาเรียกร้องความยุติธรรมให้ครอบครับ หลังจากที่เธอสูญเสียสามีและพ่อของลูกไปอย่างกะทันหัน จากการที่หมอปฏิเสธให้การรักษา และวินิจฉัยโรคผิดก่อนไล่กลับบ้าน ทำให้สามีของเธอช็อกดับต่อหน้าลูกเมียที่บ้าน จากสาเหตุหลอดเลือดหัวใจตีบ 2 เส้น ซึ่งเป็นอาการที่หมออ้างว่าแพนิค และอยู่กับเมียที่ประสาทแดก ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

 

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

ต่อมา ครูทราย ได้แชร์โพสต์ของเพจ “Drama-addict” ที่ได้โพสต์ภาพพร้อมระบุข้อความว่า “จากกรณีของคุณครูทราย อันนี้เชื่อว่าทุกคนน่าจะรู้กันดีอยู่แล้วว่าเวลามีอาการแน่นหน้าอกไปที่โรงพยาบาล แพทย์จะสั่งทำ การตรวจคลื่นหัวใจแบบ ekg 12 lead เป็นมาตรฐานอยู่แล้ว

เพราะเป็นการตรวจที่ทำง่าย ไม่ invasive ไม่เป็นอันตรายกับผู้ป่วยใดใดเลย และสามารถใช้ตรวจความผิดปกติของคลื่นหัวใจที่สามารถดู ได้ว่ามีภาวะหัวใจขาดเลือดหรือไม่

บางเคสแน่นหน้าอกแบบไม่ค่อยเหมือนโรคหัวใจเท่าไหร่ หมอก็จะให้ตรวจไว้ก่อน กันเหนียวไว้ เพราะหลายเคสที่มาด้วยอาการแน่นหน้าอกแบบไม่ตรงไปตรงมาสุดท้ายกลายเป็นโรคหัวใจก็มีเยอะมาก

แต่เคสสามีคุณครูทรายอันนี้เป็นเคสที่แสดงอาการแบบตรงไปตรงมามากๆ เหมือนกับหลุดออกมาจากตำราเลย จนชวนให้สงสัยว่าทำไมถึงไม่มีการตรวจคลื่นหัวใจในเคสนี้โคตรแปลกเลย”

 

 

 

โดยครูทราย ได้ระบุข้อความไว้ว่า ” เค้าบอกว่าถ้าฟูมเป็นโรคหัวใจคงไม่มานั่งยิ้มร่าอยู่ตรงนี้ ….. แต่ฟูมแค่เป็นคนอดทนเก่ง อดทนมาก ไม่เคยพูดว่าเจ็บ ไม่เคยพูดว่าปวด เพราะไม่อยาก รบกวนคนอื่น มันผิดหรอ!? หมอควรเชื่อคนไข้ซิ ควรฟังจากอาการคนไข้ซิ …”

 

 

 

ล่าสุด รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) นพ.เมธี วงศ์ศิริสุวรรณ กรรมการและผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา กล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างยิ่ง จากเหตุการณ์ที่แพทย์ปฏิเสธการตรวจรักษาคนไข้ ที่เกิดขึ้นใน จ.ราชบุรี

โดยในส่วนของแพทยสภา จะรับผิดชอบเฉพาะการตรวจสอบมาตรฐาน การประกอบวิชาชีพเวชกรรมของแพทย์ ส่วนการกำกับดูแลมาตรฐานของสถานพยาบาล เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) เบื้องต้นจากข้อมูลที่ปรากฏตามข่าว ประเด็นที่ต้องตรวจสอบ น่าจะอยู่ที่การใช้ดุลพินิจของแพทย์ในการวินิจฉัยและตัดสินใจรักษา ว่าเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพหรือไม่

โดยขณะนี้ยังรับฟังข้อมูลเพียงด้านเดียว จึงจำเป็นต้องรวบรวมข้อเท็จจริงจากทุกฝ่ายก่อนจะสรุปได้ว่าเกิดความบกพร่องหรือไม่ สำหรับกระบวนการของแพทยสภา สามารถเริ่มต้นได้ 2 แนวทาง คือ 1.ญาติผู้เสียหายยื่นเรื่องร้องเรียนต่อสำนักงานเลขาธิการแพทยสภา ซึ่งจะเข้าสู่กระบวนการสอบสวนคดีจริยธรรม

หรือ 2.ในกรณีที่ยังไม่มีการร้องเรียน แต่เลขาธิการแพทยสภาพิจารณาเห็นว่าเป็นกรณีที่มีผลกระทบต่อมาตรฐานวิชาชีพหรือสร้างความเสียหายต่อความเชื่อมั่นของประชาชน ก็สามารถเสนอให้รับเรื่องเป็นคดีได้เอง เรื่องทางแพทยสภาจะพิจารณาติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด และอาจประสานไปยังผู้เกี่ยวข้องเพื่อรวบรวมข้อเท็จจริง หากมีมูลก็สามารถรับเรื่องเข้าสู่การพิจารณาได้

เมื่อถามถึงประเด็นที่อาจเข้าข่ายความผิด หากข้อเท็จจริงเป็นไปตามที่มีการนำเสนอข่าว คุณหมอเมธี กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคือการใช้ดุลพินิจในการประกอบวิชาชีพเวชกรรม ว่ามีความเหมาะสมหรือเป็นไปตามมาตรฐานหรือไม่ รวมถึงการสื่อสารและการให้คำแนะนำแก่ผู้ป่วยและญาติ

หากมีการใช้ถ้อยคำหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม ก็เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่ต้องตรวจสอบเช่นกัน อย่างไรก็ตาม การพิจารณาจะต้องอาศัยข้อมูลจากทุกฝ่าย ทั้งญาติผู้เสียหาย แพทย์ผู้ให้การรักษา รวมถึงข้อมูลจากโรงพยาบาล เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่สามารถตัดสินจากข้อมูลที่เผยแพร่ในสื่อเพียงด้านเดียวได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

“หมอฟันฟิน” เปิดใจหลังออกโหนกระแส! ลั่นเชื่อคำคู่กรณีแค่ 10% ย้ำเดินหน้าคดีถึงที่สุด ฝากเป็นอุทาหรณ์เรื่องความรัก
เปิดเกมรุก “ตราด” ฝ่าวิกฤตชายแดน ดัน Sport Tourism ผสานดนตรี ชูทุเรียนกู้เศรษฐกิจ
มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ผนึกไทยพีบีเอส ภาคีเครือข่าย ฟื้นฟูโรงเรียนหลังน้ำลด พื้นที่ จ.น่าน
22 ก.ย.นี้ วัน World Car Free Day! รถไฟฟ้าบีทีเอส - สายสีทอง ต้อนรับนักปั่น จูงจักรยานขึ้นรถไฟฟ้าฟรีทุกสถานี
เรียนจบมีงานทำทันที! "รัฐบาล" จับมือบริษัทชิปเซ็ตเยอรมนี พลิกโฉมอาชีวะไทย ปั้นแรงงานทักษะสูง รับเปิดโรงงานใหม่ ต.ค. 69
"บิ๊กเฟื่อง" ผบ.ทร.นำทัพแจงเบื้องหลังประมูล "เรือฟริเกต" ยันยึดโปร่งใส เป็นธรรมถูกกม. มั่นใจเลือกสิ่งดีสุดให้ประเทศ ลั่นไม่มีล็อกสเปค!!

ดู LIVE รายการ