“กรณ์” เผยกมธ.การเงินฯรุกสอบปม “BCPG”ทุ่ม 9 พันล้าน ซื้อคลังน้ำมันฉาว เชิญกลต.ชี้แจง 13 สิงหา แย้ม DSI จ่อรับเป็นคดีพิเศษ!

"กรณ์" เผยกมธ.การเงินฯรุกสอบปม "BCPG"ทุ่ม 9 พันล้าน ซื้อคลังน้ำมันฉาว เชิญกลต.ชี้แจง 13 สิงหา แย้ม DSI จ่อรับเป็นคดีพิเศษ!

วันนี้ ( 15 กรกฎาคม 2569) นายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน เปิดเผย “ท็อป นิวส์” ถึงความคืบหน้ากรณีกลุ่มผู้ถือหุ้นรายย่อย บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) (BCP) และ บริษัทลูกอย่างบริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) (BCPG) รวมตัวกันยื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการ การเงิน การคลังฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบความไม่ชอบมาพากลการจัดซื้อคลังน้ำมันในจังหวัดเพชรบุรี ว่า คณะกรรมาธิการฯ ได้รับเรื่องนี้ไว้แล้ว โดยนายจุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะประธานกรรมาธิการฯ ได้บรรจุให้เป็นวาระสำคัญที่จะต้องมีการติดตาม และจะมีการเชิญสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เข้ามาชี้แจงกับทางกรรมาธิการฯในวันที่ 13 สิงหาคม 2569 นอกจากนี้คณะกรรมาธิการฯ ได้พบกับทางดีเอสไอที่ได้รับเรื่องร้องเรียนเรื่องเดียวกัน ซึ่งทาง ดีเอสไอกำลังสอบสวนในเชิงลึก และมีแนวโน้มว่า จะรับเป็นคดีพิเศษ ถือว่าเป็นก้าวสำคัญที่หน่วยงานไทยสามารถใช้อำนาจทางกฎหมายในการขุดคุ้ย สอบสวนข้อมูลในเชิงลึก รวมถึงติดตามเส้นทางการเงินได้

อย่างไรก็ตามส่วนตัวได้ชี้แนะกับหน่วยงานเกี่ยวข้องว่า นอกจากการกระทำที่อาจจะเข้าข่ายการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แล้ว จริง ๆ หัวใจของของเรื่องอยู่ที่เส้นทางการเดินทางของเงิน 9 พันล้านบาทที่บมจ.บางจากซื้อบริษัทคลังน้ำมันเพชรบุรี ว่า “สุดท้ายแล้วมันเดินไปเข้ากระเป๋าใครบ้าง ตรงนี้คือหัวใจ สำคัญ และหากดีเอสไอรับพิจารณาเป็นคดีพิเศษจริงก็จะมีอำนาจที่จะสามารถตรวจสอบเรื่องดังกล่าวได้”

 

 

ข่าวที่น่าสนใจ

เมื่อถามว่าการที่เชิญ ก.ล.ต. มาชี้แจง ทางคณะกรรมิการจะซักถามในมุมใดบ้าง นายกรณ์ กล่าวว่า ตาม พ.ร.บ.หลักทรัพย์ฯ และเกณฑ์ของ ก.ล.ต. หน้าที่ของคณะกรรมการของบริษัทคือการรักษาผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น ซึ่งเรื่องนี้เป็นอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นข้อกังวลของผู้ถือหุ้นเนี่ยคือทางคณะกรรมการของบริษัทได้ทำหน้าที่นี้หรือหรือไม่ ซึ่งเป็นอำนาจของ ก.ล.ต. ต้องเข้ามาสอบสวน

เมื่อถามว่า จาการดูข้อพิรุธที่บางจากซื้อคลังน้ำมันเพชรบุรีทำให้สามารถโยงไปถึงบุคคลในบางจากหรือไม่ นายกรณ์ กล่าวว่า หากการสอบสวนพบว่ามีการซื้อขายทรัพย์สินเกินราคาจริงแล้ว และเป็นการซื้อขายเกินเจตนานั้น บุคคลที่ต้องรับผิดชอบก็คือผู้บริหาร และคณะกรรมการบริษัทที่มีส่วนในการอนุมัติซื้อขายทรัพย์สินครั้งนี้ ซึ่งเราสามารถดูได้อยู่แล้วว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง แต่ส่วนตัวคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุด คือต้องไล่ดูตามเอกสารที่เป็นหลักฐาน โดยไม่ได้มีเป้าหมายเจาะจงว่า จะเอาผิดใครให้ได้ ซึ่งตรงนี้คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่า เราต้องการให้บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ โดยเฉพาะบริษัทที่มีความสำคัญระดับยุทธศาสตร์ของประเทศอย่างเช่นโรงกลั่นน้ำมันบางจากมีการบริหารที่เชื่อได้ว่า ซื่อตรง โปร่งใส ตรงนี้มีส่วนสำคัญในการที่จะรักษาบรรทัดฐานความน่าเชื่อถือของตลาดทุน และดูแลผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นทุกคน

 

สุดท้าย นายกรณ์ กล่าวย้ำว่า การทุจริตไม่ได้เกิดขึ้นในภาคการเมืองอย่างเดียว แต่มันเกิดขึ้นในภาคเอกชน รวมไปถึงแหล่งขุมทรัพย์อย่างเช่นตลาดหลักทรัพย์ โดยสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ตลาดหุ้นไทยยากที่จะได้รับการยอมรับในระดับสากล เพราะฉะนั้นหลาย ๆ ครั้งที่มีการทุจริตฉ้อโกงในในตลาดหลักทรัพย์จะปรากฏว่า มีผู้มีอำนาจ รวมไปถึงผู้มีอำนาจทางการเมืองเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ส่วนกรณีนี้จะมีหรือไม่ หลักฐานจะเป็นตัวชี้และให้คำตอบเราเอง

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

พลัง “บวร” สุโขทัยคึกคัก! หลวงพี่นาค นำทีมจัดครัวเคลื่อนที่ ตักบาตรโรงทานเลี้ยงพระ-บุคลากร โครงการวัดประชารัฐสร้างสุข
"วินธัย" แจง 5 ข้อ โต้กลับ "สส.ส้ม" วิจารณ์ "ทหารวิ่งแกร็บ" โครงการสร้างรายได้เสริม ทภ.2 โยงแซะกองทัพ ยันทบ.คงมุ่งมั่นพัฒนาสวัสดิการกำลังพล ชี้เป็นไปโดยสมัครใจทำอาชีพสุจริตเพิ่ม
น่าน–แพร่ เดินหน้าบูรณาการงานวิจัยและนวัตกรรม PM2.5 สู่การใช้ประโยชน์ในระดับพื้นที่
ชาวบ้านทิยาเพอ อ.สบเมย ยืนยันไม่เอาเหมืองแร่ ร้องอำเภอเร่งตรวจสอบ หลังจากที่ชาวบ้านเคยค้านมาแล้ว 2 ครั้ง รวมถึงปัญหาสารปนเปื้อน
กำแพงเพชร-รพ.เอกชนเมืองกำแพง เปิดอาคารกุมารเวชกรรม 24 ชั่วโมง ดูแลผู้ป่วยเด็ก
น่านชวนสัมผัส “เส้นทางภูษาล้านนา” พาเที่ยวผ่านขุนเขา ชุมชน และผืนผ้า เปิดมุมมองเมืองน่านผ่านวิถีชีวิตพื้นบ้านและภูมิปัญญาผ้าทอ

ดู LIVE รายการ