วันนี้ (9 ก.ค. 69)ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ พล.ต.ต.สุเทพ ประภากรณ์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์นายสันติ รังษิรุจิ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์และ นายธันวา ผุดผ่อง ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ส. ภาค 6 พร้อมด้วยภาคีฯร่วมกันแถลงผลการจับกุมเครือข่ายค้ายาเสพติดรายสำคัญ ภายใต้แผนปฏิบัติการ “Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” (1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2569) เพื่อตอบสนองนโยบายความมั่นคงและกวาดล้างยาเสพติดของรัฐบาล

คดีที่ 1: เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เข้าตรวจสอบที่พักผู้โดยสารสถานีรถไฟอุตรดิตถ์ หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่าพบกระเป๋าเป้ลายพรางต้องสงสัยวางทิ้งไว้หลายวัน ภายในพบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ 100,000 เม็ด ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อติดตามเจ้าของกระเป๋ามาดำเนินคดี


คดีที่ 2: เมื่อวันที่ 7 กรกฏาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าปลา สกัดจับรถยนต์เชฟโรเลต สีดำ บนถนนสายรองหน้าวัดประชาธรรม (ต.จริม อ.ท่าปลา) พบไอซ์น้ำหนักรวม 300 กิโลกรัม โดยมี นายอัมฤทธิ์ (หรือเฟิร์ส) อายุ 21 ปี เป็นผู้ขับขี่ จากการขยายผลพบว่ามีรถนำทางอีก 1 คัน คือรถยนต์โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งถูกสกัดจับได้ในเวลาต่อมาที่ สภ.บ้านไร่ จ.อุทัยธานี พร้อมผู้ต้องหาอีก 2 ราย คือ นายจักรี (หรือต้น) อายุ 27 ปี และ น.ส.สุภาวดี (หรือวิ) อายุ 17 ปี
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา “ร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ไอซ์) โดยการมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่าย” พร้อมดำเนินการยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. 2564 ประกอบด้วย รถยนต์ 2 คัน และโทรศัพท์มือถือ รวมมูลค่าทรัพย์สินที่ตรวจยึดได้ทั้งสิ้นประมาณ 1,858,000 บาท

พล.ต.ต.สุเทพ ประภากรณ์ ผบก.ภ.จว.อุตรดิตถ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า “ขณะนี้กลุ่มผู้ค้าเปลี่ยนพฤติกรรมหันมาใช้เส้นทางรองเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับ แต่ทางตำรวจภูธรจังหวัดอุตรดิตถ์ยังคงเดินหน้าสืบสวนหาข่าวเชิงลึกอย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนใน และจะใช้มาตรการยึดทรัพย์อย่างเด็ดขาดตามนโยบายของรัฐบาลต่อไป”




