วันที่ 24 มิถุนายน 2569 ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พลตำรวจตรีนเรวิช สุคนธวิท ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครสวรรค์ ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนเมืองนครสวรรค์ นำโดย พ.ต.ท.พรชัย ขุนพิลึกลือเดช รองผู้กำกับการสืบสวน และ พ.ต.ท.วิโรจน์ ทองวัน สารวัตรสืบสวน นำกำลังสนธิกำลังร่วมกับตำรวจ สภ.พระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี และนายพงศ์สวัสดิ์ หินแก้ว โทรคมนาคมจังหวัดนครสวรรค์ นำหมายเข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 32 หมู่ 8 ตำบลพุคำจาน อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี

จากการตรวจค้นบ้านพักหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ถึงกับตะลึง เพราะเจ้าหน้าที่พบสายเคเบิลทองแดงขนาดใหญ่ถูกซุกซ่อนอยู่ภายในบ้าน ตรวจนับได้ทั้งหมด 3 เส้นมหึมา ประกอบด้วย สายเคเบิลทองแดงขนาด 1,800 คู่สาย ยาว 205 เมตร, ขนาด 1,200 คู่สาย ยาว 205 เมตร และขนาด 400 คู่สาย ยาว 205 เมตร รวมน้ำหนักเฉพาะสายทองแดงทั้งหมด สูงถึง 5,381 กิโลกรัม หรือเกือบ 5.4 ตัน นอกจากนี้ยังยึดแผ่นป้ายตะกั่วบอกข้อมูลขนาดและเส้นทางเคเบิลได้อีก 1 แผ่น ซึ่งทั้งหมดเป็นทรัพย์สินของทางราชการและบริษัทโทรคมนาคม


สำหรับที่มาที่ไปของการบุกตรวจยึดครั้งใหญ่ข้ามจังหวัดครั้งนี้ สืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 เวลาประมาณตีหนึ่งครึ่ง ชุดสืบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้เปิดยุทธการจับกุม นายสราวุธ หมุนโคกสูง อายุ 38 ปี ชาวจังหวัดหนองคาย พร้อมพรรคพวกรายอื่น ๆ รวมกันถึง 18 คน ขณะกำลังก่อเหตุลักทรัพย์ในเวลากลางคืน บริเวณริมถนนหน้าห้างสรรพสินค้าแฟรี่แลนด์ ตำบลปากน้ำโพ อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ โดยกลุ่มคนร้ายใช้รถยนต์และอุปกรณ์ครบมือในการดึงและตัดสายเคเบิลเพื่อหลบหนีการจับกุม

จากการเค้นสอบปากคำอย่างหนัก นายสราวุธพร้อมพวกทั้ง 18 คน ยอมเปิดปากรับสารภาพอย่างจำนนต่อหลักฐานว่า สายเคเบิลทองแดงทั้งหมดที่ตำรวจไปตรวจยึดได้ที่บ้านพักในตำบลพุคำจาน จังหวัดสระบุรี นั้น เป็นของที่พวกตนร่วมกันไปลักตัดมาจากพื้นที่ต่าง ๆ จริง ก่อนจะนำมาพักจัดเก็บไว้ที่นี่เพื่อรอทำการปลอกลอกเอาทองแดงข้างในไปขายทอดตลาดมืด เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ เพื่อดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะ ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป และขยายผลหาตัวนายทุนใหญ่ที่รับซื้อต่อไป




