กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 10 บริษัท ที่ดิน 4 แปลง จำนวน 2 ไร่ 1 งาน 50.5 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 116 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับชาวต่างชาติ 12 คน / หมายจับ 13 หมายจับ สามารถจับกุมตามหมายจับได้ 10 หมาย เป็นผู้ต้องหาชาวต่างชาติ 9 คน (อิสราเอล 5 คน,ฝรั่งเศส 2 คน, เนเธอร์แลนด์ 1 คน, รัสเซีย 1 คน)
กลุ่มที่ 2 บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 39 บริษัท ที่ดิน 52 แปลง เนื้อที่รวมประมาณ 12 ไร่ 2 งาน 62.5 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 115 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายค้น 29 หมายค้น เพื่อเข้าตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนปากคำ เกี่ยวกับการถือครองที่ดินในนามบริษัท
รวมที่ดินกลุ่มที่ 1 และ 2 จำนวน 56 แปลง เนื้อที่ 15 ไร่ 13 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 231 ล้านบาท
สำหรับคดีสำคัญที่ดำเนินการในจังหวัดภูเก็ตครั้งนี้ คือการตรวจค้นจับกุม กลุ่มเครือข่ายบริษัท จีแมทฯ ได้แก่
1.บริษัท จีแมท ฯ ประกอบธุรกิจ โรงแรมรีสอร์ท ห้องชุด และบริการเช่ารถจักรยานยนต์
2.บริษัท อาบาฯ ประกอบธุรกิจร้านอาหาร ร้านกัญชา
3.บริษัท ฟิตเนส ฯ ประกอบธุรกิจสถานที่ออกกำลังกาย


จังหวัดพังงา ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินี ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ตามพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 9 บริษัท ที่ดิน 7 แปลง จำนวน 17 ไร่ 3 งาน 18 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 269 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 6 หมายจับ ศาลอนุมัติหมายค้น 3 หมายค้น สามารถจับกุมตามหมายจับได้ 6 หมาย เป็นผู้ต้องหาชาวต่างชาติได้ 1 คน (อังกฤษ 1 คน)
กลุ่มที่ 2 บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 1 บริษัท ที่ดิน 1 แปลง จำนวน 9 ไร่ 3 งาน 20.4 ตร.ว. เจ้าพนักงานที่ดินสาขาตะกั่วป่า ได้เข้าร้องทุกข์กล่าวโทษกับ บริษัท อตาฯ ซึ่งถือครองที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง มูลค่าประมาณ 54 ล้านบาท
สำหรับคดีสำคัญที่ดำเนินการในจังหวัดพังงา ครั้งนี้ คือ การตรวจค้นจับกุม โรงแรม ซาวา บีชฯจากการตรวจสอบพบวิลล่าเปิดให้บริการ 7 หลัง มีพนักงานให้คอยบริการ และเก็บค่าที่พักหรือค่าตอบแทนเป็นรายวัน ซึ่งมีลักษณะเป็นการเปิดให้บริการโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต จับกุม นายแอนดรูว์ฯ สัญชาติอังกฤษ กรรมการบริษัท จากการสืบสวนพบว่ามีคนไทยมีชื่อเป็นผู้จดทะเบียนบริษัทและถือหุ้นในหลายบริษัทในลักษณะถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) และมีบัตรประกันสังคม จึงมีลักษณะเป็นลูกจ้าง หรือ พนักงานบริษัท ซึ่งไม่มีทางที่จะมีเงินไปลงทุน หรือถือหุ้นในบริษัทต่างๆ ได้เลย และยังพบว่าคนไทยดังกล่าว เป็นกลุ่มพนักงานหรือญาติพี่น้องของกรรมการบริษัท ที่ช่วยเหลือในการใช้สิทธิของคนไทยในการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว

จังหวัดกระบี่ ตรวจพบบริษัทที่เป็นนอมินี ซื้อและครอบครองที่ดิน ซึ่งเป็นการถือครองที่ดินโดยผิดกฎหมาย ตาม พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน แบ่งเป็น 2 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 บริษัทที่มีพฤติการณ์เป็นนอมินี จำนวน 9 บริษัท ที่ดิน 17 แปลง จำนวน 6 ไร่ 1 งาน 12.4 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 209 ล้านบาท ศาลอนุมัติหมายจับ 40 หมายจับ หมายค้น 13 หมายค้น สามารถจับกุมตามหมายจับได้ 38 หมายเป็นผู้ต้องหาชาวไทย 27 คน ชาวต่างชาติ 11 คน (อิสราเอล 6 คน, โปแลนด์ 2 คน, สวิสเซอร์แลนด์ 2 คน, แอฟริกาใต้ 1 คน)
กลุ่มที่ 2 บริษัทที่ครอบครองที่ดิน ซึ่งมีจำนวนคนต่างชาติถือหุ้นมากกว่ากึ่งหนึ่ง จำนวน 8 บริษัท ที่ดิน 8 แปลง จำนวน 8 ไร่ 25.6 ตร.ว. มูลค่าประมาณ ๒๙๐ ล้านบาท ศาลได้อนุมัติหมายค้น 6 หมาย เพื่อเข้าตรวจสอบรวบรวมพยานหลักฐานและเชิญตัวผู้เกี่ยวข้องมาทำการสอบสวนปากคำ เกี่ยวกับการถือครองที่ดินในนามของบริษัท
สำหรับคดีสำคัญที่ดำเนินการในวันนี้ คือการจับกุม บริษัทก่อสร้างและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ของกลุ่มนักลงทุนสัญชาติโปแลนด์ บริษัท ทรอปิคอลเฮาส์ฯ ซึ่งเป็นบริษัทก่อสร้างพูลวิลล่าสไตล์โมเดิร์นและสระว่ายน้ำส่วนตัว โครงการตั้งอยู่ในทำเลทอง อาทิเช่น เหนือคลอง, หนองทะเล และ เขาทอง ขายในราคาเริ่มต้น 11.5 ล้านบาท จากการสืบสวนสอบสวนพบว่า บริษัทดังกล่าว มีทุนจดทะเบียน 4 ล้านบาท ถือครองที่ดิน 16 แปลง ประมาณ 6 ไร่ 76.6 ตร.ว. มูลค่าประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งเกินกว่าทุนจดทะเบียน จากการตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียน มีคนไทยถือหุ้น 100% ทำให้บริษัทถือสัญชาติไทย แต่ในความเป็นจริง บริษัทดังกล่าว มี น.ส.คาทาจีนาฯ และ นายคามิลฯ (สามี) เป็นผู้บริหารและควบคุมกิจการ แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยไม่ได้มีการลงทุนจริง
อีกหนึ่งคดีสำคัญ คือการจับกุม ห้างหุ้นส่วนจำกัด กันจ์ ฯ ประกอบกิจการด้านความบันเทิงและให้บริการด้านดนตรีใน จว.กระบี่ มี นายสเตฟานัดฯ สัญชาติแอฟริกาใต้ เป็นเจ้าของ แต่ได้ใช้ชื่อคนไทยถือหุ้นแทน (นอมินี) โดยได้รับความช่วยเหลือจาก นาย ว. ทนายความ และ นาง ส. ผู้สอบบัญชี ซึ่งมีบทบาทสำคัญในฐานะ “ต้นน้ำ” ของขบวนการจัดทำเอกสารอันเป็นเท็จ เพื่อใช้ประกอบการจดทะเบียนจัดตั้งและเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น จากการตรวจสอบพยานหลักฐานพบว่ามีการนำลายมือชื่อของบุคคลที่เสียชีวิตแล้ว มาใช้ในเอกสารทางราชการและเอกสารจดทะเบียนนิติบุคคล เพื่อสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จและอำพรางการถือหุ้นแทนคนต่างด้าว


จากการตรวจค้นและรวบรวมพยานหลักฐาน เจ้าหน้าที่ได้จับกุมตรวจยึดเอกสารการจดทะเบียนบริษัท เอกสารทางบัญชี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอย้ำว่า เป้าหมายหลักของการปฏิบัติการในครั้งนี้ คือการจัดระเบียบจังหวัดท่องเที่ยวสำคัญคือ จังหวัดสุราษฎร์ธานี, ภูเก็ต, กระบี่ และพังงา ให้มีการลงทุนและการท่องเที่ยวที่ถูกต้องตามกฎหมาย ป้องกันการเอารัดเอาเปรียบจากกลุ่มทุนต่างชาติ เพื่อให้ประชาชนคนไทยสามารถประกอบอาชีพและมีรายได้อย่างเป็นธรรม โดยบูรณาการความร่วมมือของทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องในการประชาสัมพันธ์และเปิดโอกาสให้คนต่างด้าวสามารถเข้ามาลงทุนและประกอบธุรกิจได้ถูกต้องตามกฎหมาย ภายใต้พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายที่กำหนดหลักเกณฑ์ไว้อย่างชัดเจนว่า ธุรกิจใดที่คนต่างด้าวสามารถดำเนินการได้และต้องได้รับอนุญาตในรูปแบบใด กฎหมายดังกล่าวแบ่งลักษณะธุรกิจออกเป็นหลายบัญชีโดยในส่วนที่สำคัญ คือ “บัญชีสอง” และ “บัญชีสาม” ธุรกิจตามบัญชีสองจะต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ส่วนธุรกิจตามบัญชีสาม คนต่างด้าวสามารถยื่นคำขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจต่างด้าวได้ โดยอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้าเป็นผู้พิจารณาอนุญาตตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย อันจะเป็นการสร้างเศรษฐกิจการลงทุนที่ดีต่อประเทศ
ทั้งนี้ สำนักงานตำรวจแห่งชาติจะไม่หยุดยั้งเพียงแค่ในพื้นที่ภาคใต้ แต่จะขยายผลปราบปรามในทุกพื้นที่ทั่วประเทศอย่างจริงจังและต่อเนื่อง พร้อมกันนี้ ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชน หากพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัยหรือเบาะแสการกระทำผิดกฎหมายของกลุ่มทุนต่างชาติ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สถานีตำรวจในพื้นที่ หรือสายด่วนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง


