ต่อต้านไม่เป็นผล “พรรคส้ม” หงายเงิบ คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ร่างกม.ยกเลิกเกณฑ์หาร อ้างลิดรอนเสรีภาพ!

ต่อต้านไม่เป็นผล "พรรคส้ม" หงายเงิบ คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ร่างกม.ยกเลิกเกณฑ์หาร อ้างลิดรอนเสรีภาพ!

ต่อต้านไม่เป็นผล “พรรคส้ม” หงายเงิบ คนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ร่างกม.ยกเลิกเกณฑ์หาร อ้างลิดรอนเสรีภาพ!

 

ข่าวที่น่าสนใจ

จากกรณีที่สส.พรรคประชาชนนำโดย นายเอกราช อุดมอำนวย สส.กทม. พรรคประชาชนกับคณะ ได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติรับราชการทหาร เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร เมื่อช่วงเดือนเมษายนที่ผ่านมา

 

โดยร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าว มีหลักการสำคัญคือเป็นการปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหาร เพื่อ”ยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารในยามปกติที่ไม่มีภัยสงคราม” ซึ่งกลุ่ม สส.พรรคประชาชนที่ร่วมกันลงชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ให้เหตุผลในการยกเลิกการเกณฑ์ทหารว่า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทหารกองประจำการ เนื่องจากประเทศไทยมีระบบเกณฑ์ทหารที่บังคับชายไทยบางส่วนเข้ารับราชการทหารในห้วงเวลาที่ไม่มีภัยสงคราม นำไปสู่การลิดรอนเสรีภาพในการดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพในระดับปัจเจกบุคคล และการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ในวัยทำงานออกจากระบบเศรษฐกิจในระดับประเทศ หากยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารเพื่อให้กองทัพประกอบด้วยเพียงบุคคลที่สมัครใจเข้ารับราชการทหาร จะทำให้กองทัพดำเนินภารกิจรักษาความมั่นคงของประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ และหากทำควบคู่กับการลดยอดกำลังพลที่ไม่จำเป็น การยกระดับคุณภาพชีวิต และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของทหารกองประจำการ จะนำไปสู่จำนวนผู้สมัครใจที่สูงขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้

ทั้งนี้หลัง สส.พรรคประชาชนได้ยื่นร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวแล้ว ต่อมา สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้นำร่างพ.ร.บ.รับราชการทหาร ฯ ดังกล่าว ไปเปิดรับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญมาตรา 77 ทางเว็บไซด์ของสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่ช่วงวันที่ 7 พฤษภาคม ถึงวันที่ 6 มิถุนายน โดยมีการกำหนดประเด็นเพื่อรับฟังความคิดเห็นทั้งหมด 7 ประเด็น

จากการตรวจสอบผลการเปิดรับฟังความคิดเห็นร่างพ.ร.บ.รับราชการทหารฯในเว็บไซด์ของสภาฯ พบว่าเป็นร่างพ.ร.บ.ที่มีคนให้ความสนใจกันอย่างมาก โดยตัวเลขหลังผ่านเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 6 มิถุนายนที่เว็บไซด์สภาฯ กำหนดให้เป็นวันสุดท้ายในการออกเสียงรับฟังคความคิดเห็น มีคนเข้ามาดูรวม 147,185 ครั้ง มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นร่วม 41,975 คน มีคนเห็นด้วยกับร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว คิดเป็น 45.12% ขณะที่ไม่เห็นด้วย มีมากกว่าคือ 54.88%

ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ. รับราชการทหาร พ.ศ..ของพรรคประชาชน ที่ให้ยกเลิกการเกณฑ์ทหาร เป็นนโยบายพรรคมาตั้งแต่การหาเสียงปี 2566 ในสมัยพรรคก้าวไกล จนมาถึงการหาเสียงครั้งล่าสุดในปี 2569 ที่เป็นพรรคประชาชน ก็ยังชูนโยบายดังกล่าว ทำให้หลังการเลือกตั้ง สส.ของพรรคประชาชน จึงมีการร่วมกันลงชื่อเสนอร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว กลับเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯอีกครั้ง หลังก่อนหน้านี้เคยเสนอแล้วตอนสภาฯสมัยที่ผ่านมา แต่ค้างอยู่ในระเบียบวาระการประชุม จนมีการยุบสภาฯเกิดขึ้น ทำให้มีการยื่นร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวกลับเข้าสภาฯอีกรอบหนึ่ง

สำหรับสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ รับราชการทหาร พ.ศ. ดังกล่าว มีอาทิ

1. ปรับปรุงให้การรับราชการทหารกองประจำการเป็นสิทธิของบุคคลที่มีสัญชาติไทย แทนหน้าที่ของชายที่มีสัญชาติไทย โดยชายไทยที่มีอายุย่างเข้า 18 ปี จะถูกบรรจุเป็นทหารกองเกินโดยอัตโนมัติตั้งแต่ 1 มกราคม ของปีถัดไป สำหรับภูมิลำเนาทหารให้ถือเอาตามที่อยู่ทะเบียนบ้านของบุคคล

2. ปรับปรุงการรับบุคคลเข้าเป็นทหารกองประจำการ ให้ใช้วิธีรับสมัครและคัดเลือกจากผู้ที่ประสงค์เท่านั้น แทนการเรียกมาตรวจเลือก และจะมีระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่เป็นทหารกองประจำการเกิน 5 ปีไม่ได้ และให้คำนึงถึงโอกาสความก้าวหน้าทางอาชีพเพื่อเป็นข้าราชการทหารชั้นประทวนและสัญญาบัตร

3. กำหนดกรณีที่คณะรัฐมนตรีเห็นว่าประเทศอาจเผชิญสงครามในระยะเวลาอันใกล้ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาเรียกและตรวจเลือกคนเข้ากองประจำการ เพื่อให้ทหารกองเกินที่มีอายุ 18-30 ปี เข้ารับการตรวจเลือกเป็นทหารกองประจำการ ตามหลักเกณฑ์และระยะเวลาปฏิบัติหน้าที่ในกฎกระทรวง ซึ่งต้องไม่เกินคราวละ 1 ปี

4. กำหนดให้หลักสูตรการฝึกทหารเป็นไปตามคำสั่ง ระเบียบ หรือหลักสูตรสากลและกฎหมายทหารระหว่างประเทศ มีการส่งเสริมหลักการประชาธิปไตย และวิธีการฝึกมีการประกันความปลอดภัย สวัสดิภาพ สิทธิมนุษยชน และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทหารกองประจำการทุกคน

5. บัญญัติห้ามบุคคลใช้ทหารกองประจำการทำงานในลักษณะที่เป็นงานรับใช้ส่วนตัว และห้ามการละเมิดต่อร่างกายหรือจิตใจหรือศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ หากมีการกระทำผิดต้องมีการสอบสวนโดยเร็ว กรณีข้าราชการให้ถือว่าผิดวินัยร้ายแรง และให้ส่งเรื่องให้ ป.ป.ช. ดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ การละเมิดฯ ข้างต้น ให้ถือเป็นความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายอีกด้วย

6. ปรับปรุงระยะเวลาการปลดทหารกองหนุนประเภทที่ 1 ให้สอดคล้องกับประเภทที่ 2 สำหรับเงื่อนไขการปลดทหารเป็นประเภทที่ 1 หรือ 2 และระยะเวลาการปลดทหารกองหนุนประเภทที่ 2 กำหนดไว้คงเดิม

7. เปลี่ยนระวางโทษทั้งหมดเป็นโทษจำคุกไม่เกินสามปีหรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท ยกเว้นความผิดฐานทำร้ายตนเองเพื่อให้พ้นจากการรับราชการทหาร ไม่มีระวางโทษปรับ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด

"กรมอุตุฯ" ประกาศฉบับที่ 11 เตือนฝนตกหนักถึงหนักมาก มรสุมพัดปกคลุมทะเลอันดามัน-อ่าวไทย กทม.เจอฝน 80%
ตอกย้ำวิกฤตพลังงาน!! "กลุ่มติดอาวุธฮูตี" เปิดศึกรอบใหม่ ยิงขีปนาวุธ ส่งโดรนถล่มถังเก็บน้ำมัน รวมเป้าหมายสำคัญหลายแห่งในซาอุฯ
โคราชเปิด “ลานแบ่งปัน” ช่วยคนไร้บ้าน เข้าถึงสิทธิ–สวัสดิการรัฐ
พุทธศาสนิกชนเมืองคอน พร้อมใจบำเพ็ญกุศลสตมวาร 100 วัน น้อมรำลึกในพระกรุณาธิคุณ
เชียงใหม่-เปิดเวที Pitching ไอเดียพัฒนา “สันป่าข่อย–วัดเกตุ” สู่ย่านต้นแบบ Digital Nomad
ทร.แจงปมเหลือผู้ผ่านเกณฑ์เพียงรายเดียวทำไมเดินหน้า "เรือฟริเกต" ต่อ

ดู LIVE รายการ