สารตั้งต้น“ปฏิรูป”ปั่นหัวเด็ก เป้าหมายหลักหวังเปลี่ยนแปลง

สารตั้งต้น“ปฏิรูป”ปั่นหัวเด็ก เป้าหมายหลักหวังเปลี่ยนแปลง

สารตั้งต้น“ปฏิรูป”ปั่นหัวเด็ก เป้าหมายหลักหวังเปลี่ยนแปลง

หลังจากที่ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าการปราศรัยและพฤติกรรม ของ อานนท์ รุ้ง ไมค์ แกนนำม็อบราษฎร ว่า เข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ ตามมาตรา 49 และสั่งการให้ผู้ถูกร้องทั้ง 3 รวมทั้ง องค์กรเครือข่าย เลิกกระทำการดังกล่าวที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย ซึ่งผลคำวินิจฉัย มีผลผูกพันทุกองค์กร หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ต้องนำคำวินิจฉัยไปพิจารณาดำเนินการต่อไป เช่น เอาผิดในข้อหากบฏ ผิดต่อความมั่นคง ส่วน พรรคการเมือง หากพบชัดว่า เกี่ยวข้อง ก็ต้องเอาผิด

กลายเป็นคำถามให้กับคนทั้งประเทศนี้สงสัยว่า เด็กนักเรียน นักศึกษาเพียงไม่กี่คน ทำไมถึงมีแนวคิดไปไกลขนาดนี้ แล้วมีกลุ่มบุคคลหรือองค์กรใดเป็นผู้ปลุกปั่น ยุยง หรือไม่
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มมวลชนนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่า มีความเข้มแข็งสอดรับประสานกันพรรคการเมือง อย่างอดีตพรรคอนาคตใหม่ หรือ พรรคก้าวไกล ในปัจจุบัน หรือกลุ่มการเมืองอย่างคณะก้าวหน้า ซึ่งก็คือกลุ่มก้อนเดียวกันทั้งนั้น

นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า และนายชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคกาวไกล ที่มีความสัมพันธ์เป็นเพื่อนเรียนเตรียมอุดมศึกษา และช่วงที่เรียนมหาวิทยาลัยก็ได้ทำกิจกรรมนักศึกษาร่วมกัน ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย(สนนท.) ปี 2541 ส่วนธนาธรได้รับเลือกเป็นอุปนายกองค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (อมธ.) และในปี พ.ศ. 2543 ได้รับเลือกเป็นรองเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) โดยมีนายศรายุทธ ใจหลัก เลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย ในปีเดียวกันด้วย

ขณะที่ธนาธร และชัยธวัช ก็มีเพื่อนสนิทอีกคนคือ ธนาพล อิ๋วสกุล ที่รู้จักทำกิจกรรมนักศึกษาร่วมกัน จนได้มาร่วมทำสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน โดยอาศัยประสบการณ์ของ ธนาพล ที่เคยทำหนังสือให้สถาบันพัฒนาการเมือง ซึ่งตรงกับที่ ธนาธร ต้องการเคลื่อนไหวทางความคิด ทางอุดมคติ ซึ่งต่อมาสำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน ก็ได้พิมพ์หนังสือเกี่ยวข้องกับสถาบัน วิพากษ์วิจารณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ เช่น ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี , ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ ,หนังสือชุดกษัตริย์ศึกษา ,รวบรวมบทความอาจารย์ธงชัย เป็นต้น

ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าหนังสือของสำนักพิมพ์ ฟ้าเดียวกัน มีการนำมาปลุกให้กลุ่มเยาวชน นักศึกษาได้อ่านกัน แต่ที่สุดก็มีหนังสือที่เป็นปัญหาฟ้องร้อง เนื่องจากมีการเอาวิทยานิพนธ์เรื่อง “การเมืองไทยสมัยรัฐบาลจอมพล ป.พิบูลสงคราม ภายใตระเบียบโลกของสหรัฐอเมริกา (พ.ศ. 2491-2500)” ซึ่งเป็นของ นายณัฐพล ใจจริง รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ที่สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันนำมาพิมพ์เป็นหนังสือ “ขอฝันใฝ่ในฝันอันเหลือเชื่อ” และ “ขุนศึก ศักดินา และพญาอินทรี” ซึ่งเป็นการเอาข้อมูลที่ผิดพลาด บิดเบือน ดังที่ ดร.ไชยันต์ ไชยพร อาจารย์ภาควิชาการปกครอง คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

จนที่สุดแล้ว ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ,ชัยธวัช ตุลาธน ,ศรายุทธ ใจหลัก ,ปิยบุตร แสงกนกกุล , พรรณิการ์ วานิช ได้รวมกันก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ ภายใต้แนวคิดของคนกลุ่มเดียวกันที่คิด ที่ฝันแต่เรื่องการยกเลิก หรือแก้ไขกฎหมาย มาตรา112 ซึ่งทันทีที่ได้รับเลือกตั้ง พรรคอนาคตใหม่ก็เริ่มเคลื่อนไหวเดินเกมส์ การอภิปรายในสภา โดยเฉพาะงบประมาณในส่วนที่เกี่ยวข้องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ หรือการอภิปรายโฉบเฉี่ยวในสภาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้โดยตลอด

ซึ่งเมื่อเราไปดูแนวคิดของธนาธร ที่ให้สัมภาษณ์ผ่านหนังสือ Portrait ธนาธร ที่ดร.สุวินัย ภรณวลัย ได้แกะรอยความคิดและความจริงในตัวธนาธร โดยเขียนบทความเมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 (2019)
ผมมีหนังสือเล่มนี้หลายเดือนแล้ว ก่อนทราบผลเลือกตั้งวันที่ 24 มีนาคม 2562 ผมจงใจไม่อ่านมัน แต่เลือกอ่านหนังสือเล่มนี้ ในวันที่ธนาธรกำลังจะเจอบททดสอบของจริง ซึ่งเจ้าตัวก็รู้ดีว่าวันนั้นต้องมาถึงอย่างแน่นอน แต่ธนาธรคงคิดไม่ถึงว่ามันจะมาเร็วขนาดนี้ ธนาธรเป็นคนที่ชัดเจนมากในความคิดของตัวเอง เขาบอกว่า
“ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไม่ใช่เป้าหมายสูงสุด เป้าหมายสูงสุดคือการเปลี่ยนประเทศ” (หน้า 270)
ธนาธรตระหนักดีว่า สิ่งที่เขาพูด เขาทำ มีคนฟัง มีคนเอาด้วย เห็นด้วยกับเขา (หน้า 272)
ธนาธรมองว่า คุณสมบัติสำคัญของผู้นำประเทศ คือต้องมีเจตจำนงทางการเมืองเป็นหลัก เมืองไทยมีคนเก่งกว่าเขาเยอะแยะไปหมด
แต่มีตัวเขาคนเดียวเท่านั้นที่มีเจตจำนงทางการเมืองที่ต้องการ “ให้ไทยออกจากวังวนของเผด็จการ วังวนของอำนาจนิยมที่รับใช้ชนชั้นนำให้ได้” (หน้า 273)
เจตจำนงทางการเมืองของธนาธรในวัยสี่สิบตอนนี้ มีความห้าวและอหังการในระดับเดียวกับเสกสรรค์ ประเสริฐกุลอดีตผู้นำนักศึกษาในวัยก่อนสามสิบหรือในช่วงระหว่างปี 2516-2523 ก็เห็นจะไม่ผิดนัก
ธนาธรไม่เคยมองว่าตำแหน่งนายกฯ คือ ลิมิตสูงสุดของตัวเขา
ธนาธรเป็นนักผจญภัย เขาต้องการท้าทายลิมิตสูงสุดของตัวเขาเองในทุกเรื่อง
ในฐานะผู้นำทางการเมือง ธนาธรมุ่งเป้าไปที่การทำให้ตัวเขา “มีอำนาจมากพอที่จะไปต่อรอง (กับ)××××”
(หน้า 277)
เขายอมรับว่าในการเคลื่อนไหวสร้างพรรคหาเสียง เขาพูดความจริงได้แค่ครึ่งเดียว ที่เขาพูดออกไปให้สังคมรับรู้ “ไม่เป็นความจริง มันเป็นความจริงแค่ครึ่งเดีบว เราถึงโดนฝ่ายก้าวหน้าด่า” (หน้า 277)
“ถามว่าเรารู้มั้ย รู้
เหี้ย มันก็รู้เหมือนกันหมดแหละ ปัญหาคือใครจะทำยังไง
เราคิดว่า วิธีการของเราคือต้องมีอำนาจและต่อรอง (กับ)××××
นี่ต่างหากคือเป้าหมาย ถ้าจัดการเรื่องนี้ไม่ได้ เอาทหารออกจากการเมืองไม่ได้หรอก
จัดการเรื่องนี้ไม่ได้ จัดการเรื่องศาลไม่ได้หรอก
จัดการเหี้ยห่าอะไรไม่ได้
ถามว่าเรารู้มั้ย สิ่งที่เราพูดโดยไม่พูดเรื่องนี้ มะนไม่จริง มันเป็นไปไม่ได้
ถามว่ารู้มั้ย รู้ แต่มันพูดไม่ได้ ยังมีข้อจำกัด ” (หน้า 277)
ตรงนี้แหละ คือ ความจริงอย่างที่สุดในความคิดและตัวตนของธนาธร เพราะเขาคือนักปฏิวัติที่มีเจตจำนงแรงกล้าที่ต้องการสานต่อภารกิจการปฏิวัติ 2475ให้สมบูรณ์
จึงไม่แปลกที่เมื่อธนาธรเป็นหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ปิยบุตรจึงต้องเป็นเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่เพราะมีอุดมการณ์ปฏิวัติ 2475 เหมือนกัน
ธนาธรคือผู้นำทางการเมืองคนเดียวในประทศนี้ตอนนี้ ที่ขีดเส้นแบ่งชัดเจนให้ประชาชนต้องตัดสินใจเลือกข้างว่าจะเลือกอยู่ฝั่งเดียวกับเขาแล้วช่วยกันผลักดันการปฏิวัติ 2475 ให้สำเร็จต่อไปหรือไม่
ผม (สุวินัย) ไม่ใช่คนโลกสวยและไร้เดียงสาทางการเมือง ผมตระหนักดีว่าอะไรจะตามมาถ้าธนาธรมีอำนาจและต่อรองกับ ×××× เพื่อบรรลุเจตจำนงทางการเมืองของเขา…”

และไม่ใช่เพียงแค่นี้ สำหรับแนวคิดของธนาธร เพราะเค้ายังถือเป็นคนแรกๆที่มีการปราศรัยเมื่อวันที่ 14 ธ.ค.62 กิจกรรม แฟลชม็อบ ของพรรคอนาคตใหม่ บริเวณสกายวอล์ก สี่แยกปทุมวัน ซึ่งเป็นวันแรกที่ ธนาธรปลุกม็อบให้ลงถนน “ธนาธร กล่าวว่า กิจกรรมส่งเสียงประชาชนวันนี้ ไม่ได้มีแต่ที่กรุงเทพฯ เท่านั้น แต่ยังมีการเคลื่อนไหวของพี่น้องประชาชนในอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ เราต้องการส่งเสียงถึงผู้มีอำนาจ เป็นการแสดงตน แสดงพลังว่า เราจะไม่ทน ไม่ถอยให้กับระบอบเผด็จการอีกแล้ว ที่ผ่านมาเขาทำให้เรากลัว ใครลุกขึ้นสู้ก็ถูกจับยับคดีใส่ ถูกเรียกไปปรับทัศนคติ นี่คือการเมืองของเขา แต่เขาไม่มีทางชนะความหวังของพี่น้องประชาชนได้ อย่างตอนนี้ ถ้าไม่ให้ลงถนน ก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว เพราะประชาชนที่มาร่วมแสดงตนมีเยอะมาก และเดือนหน้า เราจะได้ลงถนนกันแน่ๆ นอกจากพวกเขาจะทำให้เรากลัวแล้ว ยังทำให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนเกลียดชังกันเอง เพราะยิ่งเมื่อเราเกลียดกันเอง ก็จะเป็นข้ออ้างให้เขาทำรัฐประหาร วันนี้ เขากล่าวหาว่าเราชังชาติ แต่ที่เรามาที่นี่ เราไม่ได้ชังชาติ แต่ชาติคือประชาชน เรารักประชาชน”

และความชัดเจน หลังจากที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ นายธนาธร จึงได้ตั้งกลุ่มการเมืองชื่อ คณะก้าวหน้า วันที่ 19 ก.ย.63 นายนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าคณะก้าวหน้า และ น.ส.พรรณิการ์ วานิช เดินทางมาร่วมการชุมนุมที่สนามหลวง ของกลุ่มแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุม ภายใต้ชื่อกิจกรรม “19 กันยา ทวงอำนาจคืนราษฎร” โดยนายธนาธร ได้ชูสามนิ้วให้กับผู้ชุมนุม
นายธนาธรระบุว่า รู้สึกภูมิใจเป็นส่วนหนึ่งการต่อสู้ไปด้วยกัน และขณะนี้ประชาชนต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง วันนี้มาสังเกตุ?การณ์?การชุมนุม?? หนทางการชุมนุมยังต้องใช้เวลาอีกยาวนาน?เพื่อที่จะบรรลุ?ถึง?จุด?นั้น? วันนี้?เป็นการเปิดประตูบานเเรก
“วันนี้?เป็นก้าวเเรกเดินไปด้วยกัน เสียงของเราส่งไปถึงให้ผู้มีอำนาจได้ยินเราจะไม่ยอมอยู่ในสังคมที่เหลื่อมล้ำ? เราจะไม่ยอมถูกขูดรีด? และถูกอ้างการขูดรีดเป็นบุญ?คุณ?อีก?ต่อ?ไป? ขอบคุณพ่อแม่พี่น้อง? วันนี้อยู่ที่นี่? อยู่ร่วมกันก้าวต่อไป? ให้กำลังใจนักศึกษา?ที่เขากล้า?หา?ญ? ออกมานำการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยกัน? ขอบคุณทุกคนเดินก้าวไปด้วยกัน? ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่?กัน”
ขณะที่ คณะก้าวหน้าได้มีการรายงาน การเดินทางไปที่สนามหลวงของนายธนาธร และระบุว่า ชีวิตที่กลับคืนมาใหม่ของสนามราษฎ์ ชัยชนะแรกของวันนี้ คือการทวงคืนสนามหลวงและเปลี่ยนให้เป็นสนามราษฎร์ ธนาธร พาเดินสำรวจชีวิตที่กลับคืนมาใหม่ของสนามราษฎร์

ซึ่งเมื่อเราไล่เรียงจุดเริ่มต้น แนวคิด ความคิด การเคลื่อนไหวต่างๆ ก็คงพอได้เห็นว่า สารตั้งต้นของกลุ่มมวลชนนั้นมีแนวความในการเสนอปฏิรูปสถาบันฯ หรือการรื้อกฎหมายม.112 ของพรรคก้าวไกล หรือแม้แต่ข้อความบนเวทีการชุมนุมที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เราไม่ต้องการปฏิรูป แต่เราต้องการ ปฏิวัติ นั้น นั้นแท้จริงแล้ว คือความต้องการของใครกันแน่

แชร์ให้เพื่อน :

คลิปเด่นประจำวัน

ติดตามข่าวสารผ่านทาง LINE

TOP NEWS Mobile Application

ติดตาม TOP NEWS ผ่านช่องทาง

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

อนุญาติทั้งหมด
Manage Consent Preferences
  • Always Active

บันทึก